×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!!

14 กุมภาพันธ์ 2566
ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!!

ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!! เลือกสีอย่างไรให้บ้านสวยและอยู่ได้นาน



เวลาสร้างบ้านหรือรีโนเวตบ้าน หลายคนมักให้ความสำคัญกับโครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง ประตู หน้าต่าง หรือพื้นกระเบื้อง แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ “สีทาบ้าน”

สีไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้บ้านมีสีสันหรือดูสวยขึ้นเท่านั้น แต่ระบบสีที่เหมาะสมยังช่วยปกป้องพื้นผิวจากสภาพแวดล้อม ช่วยให้พื้นผิวดูเรียบร้อย และทำให้บ้านมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

ดังนั้นก่อนหยิบสีสักกระป๋องมาใช้งาน การมี ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!! จะช่วยให้เราเลือกสีได้เหมาะกับพื้นที่มากขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังทาสีเสร็จ

สีทาบ้านคืออะไร?

สีทาบ้านคือวัสดุเคลือบผิวที่ใช้สำหรับอาคารและพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ผนังปูน คอนกรีต ไม้ หรือโลหะ โดยแต่ละผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นผิวและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

โดยทั่วไป ระบบการทาสีไม่ได้มีเพียง “สีทับหน้า” เท่านั้น แต่ในหลายกรณีจะประกอบด้วยการเตรียมพื้นผิว สีรองพื้น และสีทับหน้า เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นผิวและคุณสมบัติที่ต้องการ

เพราะฉะนั้น หากต้องการให้สีติดทน ไม่ลอกง่าย และได้ผิวงานที่สวย การเลือกสีให้ถูกประเภทอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องดูทั้งระบบตั้งแต่การเตรียมพื้นผิวจนถึงการทาสีด้วย

ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!! ก่อนเลือกสีต้องรู้อะไรบ้าง?

1. สีภายในกับสีภายนอกไม่เหมือนกัน

เรื่องแรกที่ควรรู้คือ สีทาภายในและสีทาภายนอกไม่ได้ถูกออกแบบมาเหมือนกัน

สีภายนอกต้องรับมือกับแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าสำหรับใช้งานภายนอก

ส่วนสีภายในจะเน้นคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร เช่น การเช็ดทำความสะอาด กลิ่น และลักษณะของผิวสี ทั้งนี้คุณสมบัติจริงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น

ดังนั้นอย่านำสีภายในไปใช้ภายนอกเพียงเพราะสีเหมือนกัน เพราะสภาพแวดล้อมในการใช้งานแตกต่างกันอย่างมาก

2. สีรองพื้นสำคัญกว่าที่หลายคนคิด

บางคนอาจมองว่าสีรองพื้นเป็นขั้นตอนที่สามารถข้ามได้ แต่ในหลายระบบสี การรองพื้นเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมพื้นผิว

สีรองพื้นช่วยเตรียมพื้นผิวให้เหมาะกับสีทับหน้า และผลิตภัณฑ์รองพื้นบางชนิดได้รับการออกแบบให้ช่วยเรื่องการยึดเกาะ การปรับสภาพพื้นผิว หรือปัญหาเฉพาะ เช่น ผนังใหม่หรือพื้นผิวที่มีคราบบางประเภท

อย่างไรก็ตาม สีรองพื้นมีหลายชนิด จึงควรเลือกให้ตรงกับพื้นผิวและสีทับหน้าที่จะใช้

3. ผนังใหม่ไม่ควรรีบทาสี

สำหรับบ้านหรืออาคารที่เพิ่งฉาบปูนเสร็จ ควรให้พื้นผิวมีเวลาแห้งและอยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการทาสีตามคำแนะนำของระบบสี

หากรีบทาสีในขณะที่พื้นผิวยังมีความชื้นสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหา เช่น สีลอก สีพอง คราบด่าง หรือผิวสีไม่สม่ำเสมอ

ก่อนทาสีจึงควรตรวจสอบความพร้อมของพื้นผิวและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

4. สีสวยแค่ไหนก็ช่วยปกปิดผนังที่มีปัญหาไม่ได้

นี่เป็นอีกเรื่องที่คนทำบ้านมักเจอ

ถ้าผนังมีรอยแตกร้าว หลุม รอยกระเทาะ คราบน้ำ หรือพื้นผิวไม่เรียบ การทาสีทับทันทีอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่บางครั้งกลับทำให้ตำหนิเหล่านั้นเห็นชัดขึ้น

ก่อนทาสีจึงควร

  • ทำความสะอาดพื้นผิว

  • ขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก

  • ซ่อมรอยแตกร้าวที่เหมาะสม

  • อุดรูหรือรอยกระเทาะ

  • ขัดแต่งพื้นผิว

  • แก้ปัญหาความชื้นหรือน้ำรั่วก่อน

  • ทาสีรองพื้นตามระบบที่เหมาะสม

พูดง่าย ๆ คือ เตรียมผนังให้ดี ก่อนคิดถึงสีที่จะทา

สีทาบ้านมีกี่ประเภท?

สีทาบ้านสามารถแบ่งได้หลายวิธี แต่หากดูตามลักษณะการใช้งานที่พบได้ทั่วไป สามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ดังนี้

สีทาผนังภายใน



เหมาะสำหรับผนังและฝ้าเพดานภายในอาคาร โดยมีผลิตภัณฑ์หลายระดับให้เลือก ทั้งแบบเน้นความคุ้มค่า แบบเช็ดล้างได้ หรือแบบที่มีคุณสมบัติเฉพาะ

เหมาะกับพื้นที่ เช่น

  • ห้องนอน

  • ห้องนั่งเล่น

  • ห้องทำงาน

  • โถงทางเดิน

  • ห้องเด็ก

สีทาผนังภายนอก



ออกแบบสำหรับพื้นผิวที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศ เช่น แดด ฝน และความชื้น

เหมาะกับ

  • ผนังภายนอกบ้าน

  • อาคาร

  • กำแพง

  • รั้วปูน

  • พื้นผิวภายนอกที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ได้

สีทาไม้



สำหรับพื้นผิวไม้โดยเฉพาะ โดยผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจให้ลักษณะต่างกัน เช่น การเน้นลายไม้ การเพิ่มสี หรือการเคลือบปกป้องพื้นผิว

ก่อนใช้ควรดูว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับไม้ภายในหรือภายนอก

สีทาโลหะ



ใช้กับพื้นผิวโลหะ โดยควรเตรียมพื้นผิวและเลือกสีรองพื้นให้เหมาะสม โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการช่วยป้องกันการเกิดสนิม

สีเฉพาะทาง



นอกจากสีทั่วไปแล้ว ยังมีสีที่ออกแบบมาเพื่อคุณสมบัติเฉพาะ เช่น สีสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง สีป้องกันเชื้อรา หรือสีสำหรับพื้นผิวเฉพาะประเภท

ควรเลือกจากคุณสมบัติที่ระบุบนฉลากและเอกสารของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก

เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้เหมาะกับพื้นที่?

การเลือกสีไม่ควรดูเพียง “ชอบสีอะไร” แต่ควรดูทั้งพื้นที่และลักษณะการใช้งาน

ห้องนอน



สามารถเลือกสีโทนอ่อนหรือสีที่ให้ความรู้สึกสบายตา เช่น ขาว ครีม เบจ เทาอ่อน หรือโทนสีที่ชอบ โดยควรพิจารณาแสงธรรมชาติในห้องร่วมด้วย

ห้องนั่งเล่น



มีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย หากต้องการบรรยากาศอบอุ่นอาจใช้โทนครีม เบจ หรือ Greige ส่วนบ้านที่ต้องการความสว่างอาจเลือกสีขาวหรือเทาอ่อน

ห้องครัว



ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และสามารถทำความสะอาดได้ตามระดับที่ต้องการ เพราะบริเวณนี้อาจมีคราบอาหารและคราบมัน

ห้องน้ำ



ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง จึงควรเลือกสีที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ลักษณะดังกล่าว และที่สำคัญ สีทาบ้านไม่ใช่สิ่งทดแทนระบบกันซึม

ภายนอกอาคาร



ควรเลือกสีที่ออกแบบสำหรับภายนอกโดยเฉพาะ และพิจารณาความทนทานต่อสภาพอากาศตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

สีด้าน สีไข่ และสีกึ่งเงา ต่างกันอย่างไร?

นอกจากเฉดสีแล้ว “ระดับความเงา” ก็มีผลต่อรูปลักษณ์และการดูแลรักษา

สีด้าน
ให้พื้นผิวดูเรียบและไม่สะท้อนแสงมาก เหมาะกับคนที่ชอบลุคเรียบ ๆ และช่วยให้ตำหนิเล็ก ๆ บนผนังไม่เด่นเท่าผิวที่มีความเงาสูง

สีเปลือกไข่หรือ Eggshell
มีความเงาเล็กน้อย ให้ความสมดุลระหว่างรูปลักษณ์กับการทำความสะอาด ทั้งนี้คุณสมบัติแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์

สีกึ่งเงา
สะท้อนแสงมากขึ้นและมักทำความสะอาดได้ง่ายกว่าในหลายผลิตภัณฑ์ จึงอาจเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการเช็ดทำความสะอาดบ่อย

การเลือกจึงควรดูทั้งความสวยงามและพฤติกรรมการใช้งานของพื้นที่

ทำไมทาสีแล้วสีไม่สวยเหมือนที่คิด?

ปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากคุณภาพของสีเพียงอย่างเดียว เช่น

  • พื้นผิวเดิมไม่เรียบ

  • ผนังยังมีความชื้น

  • ใช้สีรองพื้นไม่เหมาะกับพื้นผิว

  • ทาสีบางหรือหนาเกินไป

  • ผสมหรือเจือจางสีไม่ตรงตามคำแนะนำ

  • ใช้เครื่องมือทาสีไม่เหมาะสม

  • ทาสีในสภาพอากาศหรือสภาพพื้นผิวที่ไม่เหมาะสม

  • สีเดิมกับสีใหม่มีความแตกต่างกันมาก

  • พื้นผิวมีคราบน้ำมัน ฝุ่น หรือสิ่งสกปรก

ดังนั้นการได้สีสวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “สีดี” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากทั้งการเตรียมพื้นผิว วัสดุ เครื่องมือ และวิธีการทาสี

คำนวณปริมาณสีอย่างไร?

ก่อนซื้อสีควรวัดพื้นที่ที่จะทาสีก่อน เพื่อช่วยลดปัญหาซื้อสีไม่พอหรือเหลือมากเกินไป

หลักการเบื้องต้นคือ

พื้นที่ที่ต้องทาสี ÷ อัตราการครอบคลุมของสี = ปริมาณสีโดยประมาณ

แต่ในทางปฏิบัติ ควรพิจารณาจำนวนเที่ยวที่ต้องทา รวมถึงความขรุขระและการดูดซึมของพื้นผิวด้วย

ตัวเลขการครอบคลุมของสีแต่ละผลิตภัณฑ์ไม่เท่ากัน จึงควรดูข้อมูลบนฉลากหรือเอกสารของผู้ผลิตเป็นหลัก

เทคนิคทาสีบ้านให้ได้ผิวสวย

หากต้องการให้งานออกมาดูเรียบร้อย มีขั้นตอนง่าย ๆ ที่ควรใส่ใจ

  1. เตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อย ก่อนเริ่มงาน

  2. ซ่อมรอยแตกร้าวและตำหนิ ที่จำเป็น

  3. ทำความสะอาดพื้นผิว ให้ปราศจากฝุ่นและคราบ

  4. เลือกสีรองพื้นให้เหมาะกับพื้นผิว

  5. ใช้ลูกกลิ้งหรือแปรงให้เหมาะกับประเภทงาน

  6. ทาสีตามจำนวนเที่ยวที่ผู้ผลิตกำหนด

  7. เว้นระยะเวลาให้แต่ละชั้นแห้งตามคำแนะนำ

  8. ตรวจสอบผลงานก่อนเก็บเครื่องมือ

อย่าพยายามแก้ปัญหาสีไม่พอด้วยการทาสีให้บางลงมาก เพราะอาจทำให้สีไม่สม่ำเสมอและต้องกลับมาแก้ไขในภายหลัง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการทาสีบ้าน

เลือกสีจากราคาอย่างเดียว

สีที่ราคาถูกกว่าไม่ได้หมายความว่าจะคุ้มกว่าเสมอไป ควรเปรียบเทียบคุณสมบัติ อัตราการครอบคลุม จำนวนเที่ยว และอายุการใช้งานที่เหมาะกับงานด้วย

ไม่เตรียมพื้นผิว

ต่อให้เลือกสีคุณภาพดี หากพื้นผิวมีฝุ่น ความชื้น หรือปูนที่หลุดร่อน สีอาจยึดเกาะได้ไม่ดี

ใช้สีผิดประเภท

เช่น นำสีที่ออกแบบสำหรับภายในไปใช้กับพื้นที่ภายนอก หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับพื้นผิว

ทาสีหนาเพื่อให้เสร็จเร็ว

การทาสีหนาเกินคำแนะนำไม่ได้หมายความว่างานจะเสร็จเร็วขึ้นเสมอไป และอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแห้งหรือผิวสีได้

ไม่อ่านฉลาก

แต่ละผลิตภัณฑ์มีวิธีใช้ อัตราการเจือจาง ระยะเวลาแห้ง และพื้นผิวที่รองรับแตกต่างกัน การอ่านฉลากก่อนใช้งานจึงเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยป้องกันความผิดพลาดได้มาก

สรุป ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!!

ความรู้เรื่องสีทาบ้านที่ไม่ควรละเลย!! ไม่ได้มีแค่เรื่องการเลือกเฉดสีที่สวยถูกใจ แต่ยังรวมถึงการรู้จักประเภทของสี การเลือกสีให้เหมาะกับภายในหรือภายนอก การเตรียมพื้นผิว การเลือกสีรองพื้น ระดับความเงา รวมถึงวิธีการทาสีที่ถูกต้อง

หากต้องการให้บ้านสวยและสีใช้งานได้ยาวนาน สิ่งสำคัญคืออย่ารีบเลือกสีจากเฉดที่ชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า “พื้นผิวนี้คืออะไร อยู่ตรงไหน และต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบไหน?”

เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะสม เตรียมพื้นผิวถูกต้อง และทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต งานสีก็จะออกมาสวย เรียบร้อย และลดปัญหาที่ต้องกลับมาแก้ไขในภายหลังได้มากขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แชลง คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

แชลง คือ อุปกรณ์ที่ใช้รื้อถอน ลักษณะเป็นแท่งเหล็กปลายแบน ด้านหนึ่งจะมีปลายโค้ง โดยแชลงมีหลายลักษณะ..

รู้หรือไม่? หัวแร้ง มีคุณสมบัติอย่างไร

หัวแร้ง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบัดกรี โดยให้ความร้อนกับสารบัดกรี จนหลอมเหลว การใช้งานของหัวแร้ง คือ เชื่อมต่อ ติดตั้ง..

เลื่อยวงเดือนคืออะไร?

เลื่อยวงเดือน เป็นเครื่องมือไฟฟ้าที่ใช้งานได้สะดวกในงานตัดไม้หรือซอยไม้..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.