Call Center : 02-091-9789
26 กรกฎาคม 2566
ไม้เป็นวัสดุที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะลวดลายและเสี้ยนไม้ที่แต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน หลายคนจึงเลือกใช้ไม้เป็นส่วนประกอบของบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ประตู หน้าต่าง หรือของตกแต่งต่าง ๆ แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะ สีของไม้อาจซีดลง หรือเจ้าของบ้านต้องการปรับโทนสีให้เข้ากับสไตล์ของพื้นที่
สีย้อมไม้ จึงเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่ช่วยปรับสีและเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นผิวไม้ โดยยังคงมองเห็นลวดลายและเสี้ยนของไม้ได้ ต่างจากสีทึบที่เน้นปกปิดพื้นผิวเดิม
แล้ว คุณสมบัติของสีย้อมไม้ มีอะไรบ้าง? สีย้อมไม้เหมาะกับงานประเภทไหน และควรเลือกอย่างไรให้ได้สีที่สวยและเหมาะกับการใช้งาน? มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน
สีย้อมไม้ คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับปรับหรือเพิ่มสีให้กับพื้นผิวไม้ โดยสีสามารถซึมเข้าไปในเนื้อไม้ ทำให้ไม้มีโทนสีตามที่ต้องการ ขณะเดียวกันยังคงมองเห็นลายไม้และเสี้ยนไม้เดิมได้ในระดับหนึ่ง
จุดเด่นของสีย้อมไม้จึงอยู่ที่การ เปลี่ยนโทนสีโดยไม่ทำให้ลักษณะของไม้หายไปทั้งหมด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ไม้ดูเป็นธรรมชาติ แต่มีสีสันหรือโทนที่เข้ากับงานมากขึ้น
ทั้งนี้ สีย้อมไม้แต่ละสูตรมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ควรตรวจสอบฉลากและคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้งานเสมอ
เมื่อพูดถึง คุณสมบัติของสีย้อมไม้ สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงเรื่องของสีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับลักษณะพื้นผิวและความสวยงามของงานไม้ด้วย
คุณสมบัติที่เห็นได้ชัดที่สุดคือช่วยเปลี่ยนหรือเพิ่มโทนสีให้กับไม้ เช่น น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม สีวอลนัท สีโอ๊ค หรือโทนอื่น ๆ ตามผลิตภัณฑ์
จึงสามารถนำมาใช้ปรับสีไม้เดิมให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือบรรยากาศของบ้านได้
สีย้อมไม้ไม่ได้เน้นการปิดทับพื้นผิวเหมือนสีทึบ ทำให้ลวดลายตามธรรมชาติของไม้ยังสามารถมองเห็นได้
ไม้ที่มีลายสวยอยู่แล้วจึงมักเหมาะกับการใช้สีย้อมไม้ เพราะช่วยทำให้ลายไม้ดูเด่นและมีมิติมากขึ้น
ไม้ธรรมชาติอาจมีสีแตกต่างกันในแต่ละบริเวณ การใช้สีย้อมไม้สามารถช่วยปรับโทนโดยรวมให้ใกล้เคียงกันมากขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม ไม้แต่ละชนิดดูดซึมสีย้อมแตกต่างกัน ดังนั้นสีที่ได้จริงอาจไม่เหมือนกับสีบนแผ่นตัวอย่างทั้งหมด
สีย้อมไม้มีให้เลือกหลายเฉด ตั้งแต่โทนอ่อนที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงโทนเข้มที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน
การเลือกสีจึงควรดูทั้งชนิดของไม้ แสงในพื้นที่ และสีของเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุโดยรอบ
เพียงเปลี่ยนเฉดสี ไม้ชิ้นเดิมก็สามารถให้ความรู้สึกแตกต่างกันได้ เช่น โทนไม้สีอ่อนให้ความรู้สึกเรียบง่ายและสบายตา ส่วนโทนเข้มอาจให้ความรู้สึกคลาสสิกและจริงจังมากขึ้น
จึงสามารถนำสีย้อมไม้มาใช้ในการปรับสไตล์ของเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวัสดุใหม่ทั้งหมด
สีย้อมไม้สามารถนำไปใช้กับงานไม้หลายประเภท โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับสภาพการใช้งาน เช่น
เฟอร์นิเจอร์ไม้
ประตูไม้
หน้าต่างไม้
โต๊ะและเก้าอี้ไม้
งานตกแต่งภายใน
งานไม้ตกแต่งผนัง
งานปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า
งานไม้ที่ต้องการปรับเฉดสีแต่ยังอยากเห็นลายไม้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดูเพียงว่าเป็น “สีย้อมไม้” แล้วนำไปใช้ได้กับทุกพื้นที่ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นอาจออกแบบมาสำหรับงานภายใน งานภายนอก หรือพื้นผิวเฉพาะประเภท
สองคำนี้อาจทำให้หลายคนสับสน เพราะต่างก็ใช้กับงานไม้เหมือนกัน แต่ลักษณะของงานที่ได้แตกต่างกัน
| หัวข้อ | สีย้อมไม้ | สีทาไม้แบบทึบ |
|---|---|---|
| ลักษณะสี | เน้นปรับโทนสี | เน้นให้สีปกคลุมพื้นผิว |
| ลายไม้ | ยังคงมองเห็นได้ | อาจถูกปิดบังมากกว่า |
| ความเป็นธรรมชาติ | สูงกว่าเมื่อเลือกผลิตภัณฑ์เหมาะสม | ขึ้นอยู่กับชนิดสี |
| จุดประสงค์หลัก | เพิ่ม/ปรับสีและเน้นลายไม้ | เปลี่ยนสีและปกปิดพื้นผิว |
| เหมาะกับ | งานที่ต้องการโชว์ลายไม้ | งานที่ต้องการสีทึบหรือการปกปิด |
ดังนั้น หากไม้มีลวดลายสวยและต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติ สีย้อมไม้ มักเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
สีย้อมไม้ในท้องตลาดมีหลายสูตร การแบ่งประเภทสามารถดูได้จากตัวทำละลายหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เช่น
มีน้ำเป็นตัวพาหลัก โดยผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติและวิธีใช้งานแตกต่างกัน เหมาะสำหรับงานบางประเภทที่ต้องการความสะดวกในการใช้งานและการทำความสะอาดอุปกรณ์
ใช้ตัวทำละลายเป็นส่วนหนึ่งของสูตร มักให้ลักษณะการแทรกซึมและการแห้งที่แตกต่างจากสูตรน้ำ ทั้งนี้ควรดูคำแนะนำและข้อควรระวังของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
หมายเหตุ: การแบ่งประเภทและคุณสมบัติของสีย้อมไม้ขึ้นอยู่กับสูตรของผู้ผลิต จึงควรอ่านฉลากและเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งาน
การเลือกสีย้อมไม้ที่เหมาะสม ไม่ควรดูเฉพาะเฉดสีที่ชอบ แต่ควรพิจารณาหลายอย่างร่วมกัน
ไม้แต่ละชนิดมีสีพื้นและการดูดซึมแตกต่างกัน สีย้อมสีเดียวกันจึงอาจให้ผลลัพธ์ต่างกันเมื่อใช้กับไม้คนละชนิด
หากเป็นงานภายนอก ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถใช้ภายนอกและมีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น ความชื้นหรือแสงแดด
อย่าเลือกสีจากภาพบนฉลากเพียงอย่างเดียว หากเป็นไปได้ควรทดลองบนเศษไม้ชนิดเดียวกับชิ้นงานก่อน เพราะสีพื้นของไม้มีผลต่อสีสุดท้ายอย่างมาก
สีย้อมไม้บางชนิดมีหน้าที่หลักในการให้สี ไม่ได้หมายความว่าจะทำหน้าที่เป็นสารเคลือบป้องกันทุกประเภท
หากต้องการป้องกันความชื้น แสง UV การสึกหรอ หรือปัจจัยอื่น ๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์เคลือบที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้ร่วมกันได้
ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์เหมาะกับการทาด้วยแปรง ลูกกลิ้ง หรือวิธีอื่น รวมถึงระยะเวลาแห้งและจำนวนเที่ยวที่แนะนำ
หากต้องการให้สีออกมาสวยและสม่ำเสมอ การเตรียมพื้นผิวถือว่าสำคัญมาก
ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
ทำความสะอาดพื้นผิว กำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรก
ขัดพื้นผิวไม้ ให้เรียบและเหมาะสำหรับการรับสีย้อม
กำจัดฝุ่นจากการขัด เพื่อไม่ให้ฝุ่นติดอยู่บนผิวงาน
ทดลองสีบนพื้นที่เล็ก ๆ เพื่อดูสีจริงก่อนลงทั้งชิ้นงาน
ทาสีย้อมไม้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยพยายามให้การลงสีสม่ำเสมอ
รอให้แห้งตามเวลาที่กำหนด ก่อนทำขั้นตอนถัดไป
เคลือบผิวเพิ่มเติมหากผลิตภัณฑ์กำหนดหรือแนะนำ เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
ไม่ควรรีบลงผลิตภัณฑ์ชั้นถัดไปทั้งที่ชั้นก่อนหน้ายังไม่แห้ง เพราะอาจส่งผลต่อความเรียบ สี และการยึดเกาะของระบบเคลือบ
แม้จะเป็นงานที่ดูไม่ซับซ้อน แต่การย้อมไม้ก็มีรายละเอียดที่ควรระวัง เช่น
สีไม่สม่ำเสมอ
สีเข้มหรืออ่อนกว่าที่คาด
เกิดรอยด่าง
สีไม่ซึมเท่ากันในแต่ละบริเวณ
พื้นผิวมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกติดอยู่
ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่
ลงผลิตภัณฑ์ชั้นถัดไปเร็วเกินไป
สาเหตุไม่ได้มาจากสีย้อมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับชนิดไม้ การเตรียมพื้นผิว วิธีใช้งาน อุณหภูมิ ความชื้น และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกันด้วย
ก่อนใช้งานควรอ่านฉลากและคำแนะนำของผู้ผลิตทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ใช้งาน วิธีทา ระยะเวลาแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ร่วมกันได้
หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีตัวทำละลาย ควรทำงานในบริเวณที่มีการระบายอากาศเหมาะสม และเก็บผลิตภัณฑ์ให้ห่างจากความร้อนหรือเปลวไฟตามข้อกำหนดบนฉลาก
นอกจากนี้ ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น ถุงมือและอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเมื่องานหรือผลิตภัณฑ์กำหนดให้ใช้
คุณสมบัติของสีย้อมไม้ ที่โดดเด่นคือการช่วยเพิ่มหรือปรับโทนสีของพื้นผิวไม้ พร้อมคงลักษณะลวดลายและเสี้ยนไม้ไว้ได้ในระดับหนึ่ง จึงเหมาะกับงานที่ต้องการให้ไม้ยังคงความเป็นธรรมชาติและมีสีสวยตามต้องการ
ก่อนเลือกใช้ควรพิจารณาชนิดของไม้ พื้นที่ใช้งาน เฉดสี วิธีการใช้งาน และคุณสมบัติอื่น ๆ ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงตรวจสอบว่าจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบป้องกันเพิ่มเติมหรือไม่
เพราะการเลือกสีย้อมไม้ที่เหมาะสม ไม่ได้ดูแค่ “สีที่ชอบ” แต่ต้องดูว่า สีและระบบเคลือบนั้นเหมาะกับไม้และลักษณะงานจริงหรือไม่ เพื่อให้งานที่ออกมาสวยและใช้งานได้ตามที่ต้องการ
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ