×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

15 สิงหาคม 2566
งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? ทำความรู้จักงานก่อสร้างแต่ละประเภท


เมื่อพูดถึง “งานก่อสร้าง” หลายคนอาจนึกถึงการสร้างบ้าน อาคาร หรือถนน แต่จริง ๆ แล้วงานก่อสร้างมีขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก เพราะตั้งแต่การสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ไปจนถึงการสร้างโรงงาน สะพาน ถนน ระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการขนาดใหญ่ ล้วนอยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างทั้งนั้น

แต่ละงานมีลักษณะ โครงสร้าง วัสดุ เครื่องมือ และวิธีการทำงานแตกต่างกัน ดังนั้น หากถามว่า งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? คำตอบอาจแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักประเภทหลัก ๆ ของงานก่อสร้าง เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร และเหมาะกับโครงการแบบไหน


งานก่อสร้างคืออะไร?

งานก่อสร้าง คือกระบวนการสร้าง ต่อเติม ปรับปรุง หรือซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างต่าง ๆ โดยอาศัยทั้งแรงงาน เครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุก่อสร้าง

งานก่อสร้างหนึ่งโครงการไม่ได้มีเพียงการลงมือสร้างเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบ การวางแผน การจัดเตรียมพื้นที่ การเลือกวัสดุ การควบคุมงาน ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย

ดังนั้น งานก่อสร้างที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของช่างหน้างานเพียงอย่างเดียว จริง ๆ แล้วต้องอาศัยคนหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อให้โครงการเสร็จตามแบบ มีคุณภาพ และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย


งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

หากแบ่งตามลักษณะของสิ่งที่ก่อสร้าง สามารถมองงานก่อสร้างออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. งานก่อสร้างอาคาร
  2. งานก่อสร้างที่อยู่อาศัย
  3. งานก่อสร้างงานอุตสาหกรรม
  4. งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
  5. งานก่อสร้างเฉพาะทางและงานปรับปรุงซ่อมแซม

แต่ละประเภทมีรายละเอียดและลักษณะงานที่แตกต่างกัน ดังนี้


1. งานก่อสร้างอาคาร



งานก่อสร้างอาคารเป็นประเภทที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อาคารขนาดเล็กไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่

ตัวอย่างเช่น

  • อาคารสำนักงาน
  • อาคารพาณิชย์
  • โรงเรียน
  • โรงพยาบาล
  • โรงแรม
  • ห้างสรรพสินค้า
  • อาคารสาธารณะ

งานประเภทนี้ต้องให้ความสำคัญทั้งโครงสร้างอาคาร งานสถาปัตยกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบระบายอากาศ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ การทำงานจะต้องมีการวางแผนและประสานงานระหว่างหลายฝ่ายอย่างละเอียด เพราะแต่ละระบบต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ช่วงออกแบบไปจนถึงการติดตั้งจริง


2. งานก่อสร้างที่อยู่อาศัย



งานก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นงานที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพื้นที่สำหรับพักอาศัย

ตัวอย่างเช่น

  • บ้านเดี่ยว
  • บ้านสองชั้น
  • ทาวน์เฮาส์
  • ทาวน์โฮม
  • อาคารพักอาศัย
  • อพาร์ตเมนต์
  • คอนโดมิเนียม

ขนาดของโครงการมีตั้งแต่บ้านหลังเดียวไปจนถึงโครงการที่มีบ้านจำนวนหลายร้อยหลัง

นอกจากเรื่องโครงสร้างแล้ว งานประเภทนี้ยังต้องคำนึงถึงการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัย เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และการระบายอากาศ

สำหรับเจ้าของบ้าน การเลือกวัสดุและผู้รับเหมาก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งคุณภาพ ความแข็งแรง และค่าใช้จ่ายของบ้านในระยะยาว


3. งานก่อสร้างอุตสาหกรรม



งานก่อสร้างอุตสาหกรรมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน อาคารผลิต และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ตัวอย่างเช่น

  • โรงงาน
  • คลังสินค้า
  • อาคารผลิต
  • ศูนย์กระจายสินค้า
  • โรงเก็บเครื่องจักร
  • อาคารสำหรับติดตั้งระบบผลิต

งานประเภทนี้มักมีรายละเอียดทางวิศวกรรมค่อนข้างมาก เพราะนอกจากตัวอาคารแล้ว ยังต้องรองรับเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบท่อ ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ

บางโรงงานยังต้องออกแบบพื้นให้สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมถึงต้องคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้าในพื้นที่ด้วย


4. งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน



เมื่อพูดถึงงานก่อสร้าง หลายคนอาจนึกถึงบ้านหรืออาคาร แต่โครงสร้างพื้นฐานก็เป็นงานก่อสร้างที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางและใช้ชีวิตประจำวันได้

ตัวอย่างเช่น

  • ถนน
  • สะพาน
  • ทางยกระดับ
  • อุโมงค์
  • ระบบระบายน้ำ
  • เขื่อน
  • ระบบประปา
  • ระบบสาธารณูปโภค
  • โครงสร้างระบบขนส่ง

งานประเภทนี้มักมีขนาดโครงการใหญ่ ใช้ทั้งเครื่องจักรและแรงงานจำนวนมาก และต้องอาศัยการวางแผนด้านวิศวกรรมอย่างละเอียด

นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ การจราจร ผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยของผู้ใช้งานในอนาคตด้วย


5. งานก่อสร้างเฉพาะทางและงานปรับปรุงซ่อมแซม



นอกจากงานก่อสร้างอาคารและโครงสร้างขนาดใหญ่แล้ว ยังมีงานที่เป็นงานเฉพาะทางหรืองานปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างเดิม

เช่น

  • งานต่อเติมบ้าน
  • งานรีโนเวตอาคาร
  • งานซ่อมแซมโครงสร้าง
  • งานปรับปรุงพื้น
  • งานปรับปรุงหลังคา
  • งานติดตั้งระบบไฟฟ้า
  • งานติดตั้งระบบประปา
  • งานระบบปรับอากาศ
  • งานป้องกันและซ่อมแซมการรั่วซึม

งานเหล่านี้อาจมีขนาดไม่ใหญ่เท่าโครงการก่อสร้างอาคารหรือถนน แต่ต้องอาศัยความรู้และทักษะเฉพาะด้านเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะงานซ่อมแซมโครงสร้าง หากประเมินปัญหาไม่ถูกต้อง อาจทำให้ซ่อมไม่ตรงจุดหรือเกิดปัญหาซ้ำในภายหลัง


งานก่อสร้างแบ่งตามลักษณะงานย่อยได้อย่างไร?

นอกจากแบ่งตามประเภทของโครงการแล้ว ในหน้างานจริงยังสามารถแบ่งออกเป็น “งานย่อย” ตามขั้นตอนการก่อสร้างได้อีกด้วย

งานเตรียมพื้นที่



เป็นขั้นตอนแรก ๆ ก่อนเริ่มก่อสร้าง เช่น การเคลียร์พื้นที่ การปรับระดับดิน การวางแนวก่อสร้าง และการเตรียมพื้นที่สำหรับเครื่องจักรและวัสดุ

งานฐานราก



เป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างลงสู่พื้นดิน โดยรูปแบบฐานรากจะขึ้นอยู่กับลักษณะอาคาร สภาพดิน และการออกแบบทางวิศวกรรม

งานโครงสร้าง



เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนรับน้ำหนักของอาคาร เช่น เสา คาน พื้น และโครงสร้างอื่น ๆ

งานก่อและงานฉาบ



เกี่ยวข้องกับการก่อผนังและฉาบผิว เช่น การก่ออิฐมวลเบา อิฐบล็อก หรืออิฐมอญ รวมถึงการฉาบปูนเพื่อเตรียมพื้นผิว

งานหลังคา



ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้งโครงหลังคา วัสดุมุงหลังคา ฉนวน ไปจนถึงระบบระบายน้ำฝน

งานระบบ



เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร เช่น

  • ระบบไฟฟ้า
  • ระบบประปา
  • ระบบระบายน้ำ
  • ระบบปรับอากาศ
  • ระบบสื่อสาร
  • ระบบป้องกันอัคคีภัย

งานตกแต่ง



เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้อาคารพร้อมใช้งาน เช่น งานทาสี ปูกระเบื้อง ติดตั้งประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ


วัสดุก่อสร้างมีความสำคัญกับงานแต่ละประเภทอย่างไร?

เมื่อประเภทของงานแตกต่างกัน วัสดุที่ใช้ก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย

ตัวอย่างเช่น งานบ้านพักอาศัยอาจใช้วัสดุก่อสร้างทั่วไป เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อิฐ ทราย หิน กระเบื้อง และไม้

ขณะที่งานอุตสาหกรรมอาจต้องใช้วัสดุที่รองรับน้ำหนักหรือสภาพการใช้งานเฉพาะ เช่น เหล็กโครงสร้าง พื้นอุตสาหกรรม หรือวัสดุที่ทนต่อสารเคมี

ส่วนงานถนนและโครงสร้างพื้นฐานก็จะมีวัสดุเฉพาะ เช่น แอสฟัลต์ คอนกรีต เหล็กเสริม และวัสดุสำหรับงานชั้นทาง

ดังนั้น การเลือกวัสดุจึงไม่ควรดูเพียงราคา แต่ควรดู คุณสมบัติ ความเหมาะสมกับงาน มาตรฐาน และสภาพแวดล้อมที่จะนำไปใช้งาน ด้วย


เครื่องมือและเครื่องจักรในงานก่อสร้าง

งานก่อสร้างแต่ละประเภทจำเป็นต้องใช้เครื่องมือแตกต่างกัน ตั้งแต่เครื่องมือช่างพื้นฐานไปจนถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่

เครื่องมือที่พบได้บ่อย เช่น

  • ค้อน
  • ประแจ
  • ไขควง
  • คีม
  • ตลับเมตร
  • ระดับน้ำ
  • สว่าน
  • เครื่องเจียร
  • เครื่องตัด
  • เครื่องผสมปูน

ส่วนงานขนาดใหญ่ก็อาจต้องใช้เครื่องจักร เช่น รถขุด รถเครน รถบด รถตัก และเครื่องจักรสำหรับงานเฉพาะทาง

การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานไม่เพียงช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยลดแรงงานและเพิ่มความปลอดภัยในหน้างานอีกด้วย


ทำไมต้องรู้ประเภทของงานก่อสร้าง?

การรู้ว่างานก่อสร้างแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร มีประโยชน์ทั้งสำหรับเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา ช่าง และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง

เพราะเมื่อเข้าใจประเภทของงาน ก็จะสามารถวางแผนเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น

วางแผนวัสดุ
รู้ว่าต้องใช้วัสดุประเภทไหนและประมาณเท่าไร

เลือกเครื่องมือ
เลือกเครื่องมือให้ตรงกับลักษณะงาน ไม่ต้องเสียเวลาใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม

วางแผนแรงงาน
แต่ละงานต้องใช้ช่างที่มีทักษะแตกต่างกัน

ประเมินต้นทุน
ช่วยให้มองเห็นค่าใช้จ่ายของโครงการได้ละเอียดขึ้น

วางแผนระยะเวลา
งานแต่ละประเภทมีขั้นตอนและความซับซ้อนแตกต่างกัน จึงต้องวางแผนระยะเวลาให้เหมาะสม


สรุป งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

หากแบ่งตามลักษณะของโครงการ สามารถสรุป งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? ได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. งานก่อสร้างอาคาร เช่น สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารสาธารณะ
  2. งานก่อสร้างที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน ทาวน์โฮม อพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียม
  3. งานก่อสร้างอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน คลังสินค้า และอาคารผลิต
  4. งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน อุโมงค์ เขื่อน และระบบสาธารณูปโภค
  5. งานก่อสร้างเฉพาะทางและงานปรับปรุงซ่อมแซม เช่น งานรีโนเวต ต่อเติม และงานระบบต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ในโครงการจริงหนึ่งโครงการอาจไม่ได้อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมีงานหลายประเภททำงานร่วมกัน ตั้งแต่งานฐานราก งานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงงานตกแต่ง

สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการรู้ว่า งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง แต่คือการเข้าใจว่างานแต่ละประเภทต้องใช้ วัสดุ เครื่องมือ บุคลากร และวิธีการทำงาน ที่แตกต่างกันอย่างไร

เมื่อวางแผนได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยให้งานก่อสร้างดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาหน้างาน และช่วยควบคุมทั้งคุณภาพ เวลา และต้นทุนของโครงการได้ดีขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

รู้หรือไม่ กรวยจราจรมีกี่ประเภท?

กรวยจราจร คือ อุปกรณ์จราจร ที่มีไว้สำหรับกำหนดขอบเขต หรืออาจจะตั้งไว้สำหรับเป็นสัญลักษณ์เตือนให้ระวัง ลดความเสี่ยงที่ก่อ..

กาวทาท่อ PVC มีกี่ประเภท?

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่อง น้ำยาประสานท่อ หรือเรียกอีกอย่างว่า กาวท่อ PVC มีคุณสมบัติละลายเนื้อพีสีซีให้ประสาน เป็นเนื้..

ใช้งานต่างกันอย่างไร สกรู ตะปู น็อต

การใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการทำงานก่อสร้างหรืองานช่างที่มีความซับซ้อน ตะปู สกรู และ น๊อต เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราส..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.