Call Center : 02-091-9789
15 สิงหาคม 2566
![]()
เมื่อพูดถึง “งานก่อสร้าง” หลายคนอาจนึกถึงการสร้างบ้าน อาคาร หรือถนน แต่จริง ๆ แล้วงานก่อสร้างมีขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก เพราะตั้งแต่การสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ ไปจนถึงการสร้างโรงงาน สะพาน ถนน ระบบสาธารณูปโภค หรือโครงการขนาดใหญ่ ล้วนอยู่ในกลุ่มงานก่อสร้างทั้งนั้น
แต่ละงานมีลักษณะ โครงสร้าง วัสดุ เครื่องมือ และวิธีการทำงานแตกต่างกัน ดังนั้น หากถามว่า งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? คำตอบอาจแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักประเภทหลัก ๆ ของงานก่อสร้าง เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร และเหมาะกับโครงการแบบไหน
งานก่อสร้าง คือกระบวนการสร้าง ต่อเติม ปรับปรุง หรือซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างต่าง ๆ โดยอาศัยทั้งแรงงาน เครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุก่อสร้าง
งานก่อสร้างหนึ่งโครงการไม่ได้มีเพียงการลงมือสร้างเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการออกแบบ การวางแผน การจัดเตรียมพื้นที่ การเลือกวัสดุ การควบคุมงาน ตลอดจนการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย
ดังนั้น งานก่อสร้างที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของช่างหน้างานเพียงอย่างเดียว จริง ๆ แล้วต้องอาศัยคนหลายฝ่ายทำงานร่วมกัน เพื่อให้โครงการเสร็จตามแบบ มีคุณภาพ และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
หากแบ่งตามลักษณะของสิ่งที่ก่อสร้าง สามารถมองงานก่อสร้างออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่
แต่ละประเภทมีรายละเอียดและลักษณะงานที่แตกต่างกัน ดังนี้
งานก่อสร้างอาคารเป็นประเภทที่พบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อาคารขนาดเล็กไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่
ตัวอย่างเช่น
งานประเภทนี้ต้องให้ความสำคัญทั้งโครงสร้างอาคาร งานสถาปัตยกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบระบายอากาศ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะอาคารขนาดใหญ่ การทำงานจะต้องมีการวางแผนและประสานงานระหว่างหลายฝ่ายอย่างละเอียด เพราะแต่ละระบบต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ช่วงออกแบบไปจนถึงการติดตั้งจริง
งานก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นงานที่หลายคนคุ้นเคยมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างพื้นที่สำหรับพักอาศัย
ตัวอย่างเช่น
ขนาดของโครงการมีตั้งแต่บ้านหลังเดียวไปจนถึงโครงการที่มีบ้านจำนวนหลายร้อยหลัง
นอกจากเรื่องโครงสร้างแล้ว งานประเภทนี้ยังต้องคำนึงถึงการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะกับการอยู่อาศัย เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และการระบายอากาศ
สำหรับเจ้าของบ้าน การเลือกวัสดุและผู้รับเหมาก็เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลต่อทั้งคุณภาพ ความแข็งแรง และค่าใช้จ่ายของบ้านในระยะยาว
งานก่อสร้างอุตสาหกรรมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน อาคารผลิต และสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม
ตัวอย่างเช่น
งานประเภทนี้มักมีรายละเอียดทางวิศวกรรมค่อนข้างมาก เพราะนอกจากตัวอาคารแล้ว ยังต้องรองรับเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า ระบบระบายอากาศ ระบบท่อ ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ
บางโรงงานยังต้องออกแบบพื้นให้สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมถึงต้องคำนึงถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบและสินค้าในพื้นที่ด้วย
![]()
เมื่อพูดถึงงานก่อสร้าง หลายคนอาจนึกถึงบ้านหรืออาคาร แต่โครงสร้างพื้นฐานก็เป็นงานก่อสร้างที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางและใช้ชีวิตประจำวันได้
ตัวอย่างเช่น
งานประเภทนี้มักมีขนาดโครงการใหญ่ ใช้ทั้งเครื่องจักรและแรงงานจำนวนมาก และต้องอาศัยการวางแผนด้านวิศวกรรมอย่างละเอียด
นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่ การจราจร ผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยของผู้ใช้งานในอนาคตด้วย
![]()
นอกจากงานก่อสร้างอาคารและโครงสร้างขนาดใหญ่แล้ว ยังมีงานที่เป็นงานเฉพาะทางหรืองานปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างเดิม
เช่น
งานเหล่านี้อาจมีขนาดไม่ใหญ่เท่าโครงการก่อสร้างอาคารหรือถนน แต่ต้องอาศัยความรู้และทักษะเฉพาะด้านเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะงานซ่อมแซมโครงสร้าง หากประเมินปัญหาไม่ถูกต้อง อาจทำให้ซ่อมไม่ตรงจุดหรือเกิดปัญหาซ้ำในภายหลัง
นอกจากแบ่งตามประเภทของโครงการแล้ว ในหน้างานจริงยังสามารถแบ่งออกเป็น “งานย่อย” ตามขั้นตอนการก่อสร้างได้อีกด้วย
เป็นขั้นตอนแรก ๆ ก่อนเริ่มก่อสร้าง เช่น การเคลียร์พื้นที่ การปรับระดับดิน การวางแนวก่อสร้าง และการเตรียมพื้นที่สำหรับเครื่องจักรและวัสดุ
เป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากโครงสร้างลงสู่พื้นดิน โดยรูปแบบฐานรากจะขึ้นอยู่กับลักษณะอาคาร สภาพดิน และการออกแบบทางวิศวกรรม
เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับส่วนรับน้ำหนักของอาคาร เช่น เสา คาน พื้น และโครงสร้างอื่น ๆ
เกี่ยวข้องกับการก่อผนังและฉาบผิว เช่น การก่ออิฐมวลเบา อิฐบล็อก หรืออิฐมอญ รวมถึงการฉาบปูนเพื่อเตรียมพื้นผิว
ครอบคลุมตั้งแต่การติดตั้งโครงหลังคา วัสดุมุงหลังคา ฉนวน ไปจนถึงระบบระบายน้ำฝน
เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร เช่น
เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้อาคารพร้อมใช้งาน เช่น งานทาสี ปูกระเบื้อง ติดตั้งประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ
เมื่อประเภทของงานแตกต่างกัน วัสดุที่ใช้ก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย
ตัวอย่างเช่น งานบ้านพักอาศัยอาจใช้วัสดุก่อสร้างทั่วไป เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อิฐ ทราย หิน กระเบื้อง และไม้
ขณะที่งานอุตสาหกรรมอาจต้องใช้วัสดุที่รองรับน้ำหนักหรือสภาพการใช้งานเฉพาะ เช่น เหล็กโครงสร้าง พื้นอุตสาหกรรม หรือวัสดุที่ทนต่อสารเคมี
ส่วนงานถนนและโครงสร้างพื้นฐานก็จะมีวัสดุเฉพาะ เช่น แอสฟัลต์ คอนกรีต เหล็กเสริม และวัสดุสำหรับงานชั้นทาง
ดังนั้น การเลือกวัสดุจึงไม่ควรดูเพียงราคา แต่ควรดู คุณสมบัติ ความเหมาะสมกับงาน มาตรฐาน และสภาพแวดล้อมที่จะนำไปใช้งาน ด้วย
งานก่อสร้างแต่ละประเภทจำเป็นต้องใช้เครื่องมือแตกต่างกัน ตั้งแต่เครื่องมือช่างพื้นฐานไปจนถึงเครื่องจักรขนาดใหญ่
เครื่องมือที่พบได้บ่อย เช่น
ส่วนงานขนาดใหญ่ก็อาจต้องใช้เครื่องจักร เช่น รถขุด รถเครน รถบด รถตัก และเครื่องจักรสำหรับงานเฉพาะทาง
การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานไม่เพียงช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยลดแรงงานและเพิ่มความปลอดภัยในหน้างานอีกด้วย
การรู้ว่างานก่อสร้างแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร มีประโยชน์ทั้งสำหรับเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมา ช่าง และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง
เพราะเมื่อเข้าใจประเภทของงาน ก็จะสามารถวางแผนเรื่องต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น
วางแผนวัสดุ
รู้ว่าต้องใช้วัสดุประเภทไหนและประมาณเท่าไร
เลือกเครื่องมือ
เลือกเครื่องมือให้ตรงกับลักษณะงาน ไม่ต้องเสียเวลาใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม
วางแผนแรงงาน
แต่ละงานต้องใช้ช่างที่มีทักษะแตกต่างกัน
ประเมินต้นทุน
ช่วยให้มองเห็นค่าใช้จ่ายของโครงการได้ละเอียดขึ้น
วางแผนระยะเวลา
งานแต่ละประเภทมีขั้นตอนและความซับซ้อนแตกต่างกัน จึงต้องวางแผนระยะเวลาให้เหมาะสม
หากแบ่งตามลักษณะของโครงการ สามารถสรุป งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง? ได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
อย่างไรก็ตาม ในโครงการจริงหนึ่งโครงการอาจไม่ได้อยู่ในประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมีงานหลายประเภททำงานร่วมกัน ตั้งแต่งานฐานราก งานโครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงงานตกแต่ง
สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการรู้ว่า งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง แต่คือการเข้าใจว่างานแต่ละประเภทต้องใช้ วัสดุ เครื่องมือ บุคลากร และวิธีการทำงาน ที่แตกต่างกันอย่างไร
เมื่อวางแผนได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ก็จะช่วยให้งานก่อสร้างดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาหน้างาน และช่วยควบคุมทั้งคุณภาพ เวลา และต้นทุนของโครงการได้ดีขึ้น
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ