×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

ถุงมือนิรภัย มี่กี่ประเภท ป้องกันอะไรบ้าง?

21 สิงหาคม 2566
ถุงมือนิรภัย มี่กี่ประเภท ป้องกันอะไรบ้าง?

ถุงมือนิรภัย คืออะไร มีกี่ประเภท? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงาน



เวลาพูดถึงอุปกรณ์เซฟตี้ในงานก่อสร้าง หลายคนอาจนึกถึงหมวกนิรภัย รองเท้าเซฟตี้ หรือเสื้อสะท้อนแสงเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้ว ถุงมือนิรภัย ก็เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะมือเป็นอวัยวะที่ต้องสัมผัสกับเครื่องมือ วัสดุ และชิ้นงานโดยตรงอยู่แทบตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานเชื่อม งานช่าง งานขนย้ายวัสดุ หรืองานที่ต้องสัมผัสสารเคมี ลักษณะความเสี่ยงของมือก็แตกต่างกันไป ดังนั้นถุงมือนิรภัยจึงไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่มีการออกแบบให้เหมาะกับอันตรายและลักษณะงานแต่ละประเภท

แล้ว ถุงมือนิรภัย คืออะไร มีกี่ประเภท และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่ายในบทความนี้


ถุงมือนิรภัย คืออะไร?

ถุงมือนิรภัย คือ อุปกรณ์ป้องกันมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน เช่น การบาด การเสียดสี ความร้อน การกระแทก หรือการสัมผัสสารบางชนิด

ถุงมือแต่ละชนิดใช้วัสดุและโครงสร้างแตกต่างกัน เช่น หนัง ผ้า ไนลอน เส้นใยสังเคราะห์ ยาง หรือวัสดุเคลือบผิว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

สิ่งสำคัญคือ ไม่มีถุงมือชนิดใดที่เหมาะกับงานทุกประเภท การเลือกจึงควรเริ่มจากการดูว่าในงานนั้นมีความเสี่ยงอะไร แล้วจึงเลือกถุงมือที่มีคุณสมบัติเหมาะสม


ถุงมือนิรภัยมีกี่ประเภท?

หากแบ่งตามลักษณะงานและคุณสมบัติในการป้องกัน สามารถพบถุงมือนิรภัยได้หลายประเภท โดยประเภทที่พบได้บ่อยมีดังนี้

1. ถุงมือกันบาด



ถุงมือกันบาดออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสขอบหรือวัสดุที่มีความคม เช่น แผ่นโลหะ กระจก หรือชิ้นงานที่มีคม

มักผลิตจากเส้นใยที่มีคุณสมบัติทนต่อการบาดหรือมีการเคลือบฝ่ามือเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานประกอบชิ้นส่วน
  • งานโลหะ
  • งานตัดวัสดุ
  • งานจับแผ่นโลหะ
  • งานกระจก
  • งานคลังสินค้า

อย่างไรก็ตาม คำว่า “กันบาด” ไม่ได้หมายความว่าสามารถป้องกันของมีคมได้ทุกระดับ จึงควรเลือกตามระดับการป้องกันที่ผู้ผลิตระบุ


2. ถุงมือหนัง



ถุงมือหนังเป็นอีกประเภทที่พบได้บ่อยในงานช่างและงานก่อสร้าง เพราะมีความทนทานต่อการเสียดสีและช่วยปกป้องมือจากการสัมผัสวัสดุที่หยาบหรือแข็งได้ดีในระดับหนึ่ง

ถุงมือหนังมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบหนังเต็มมือและแบบที่ออกแบบให้เหมาะกับงานเฉพาะ

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานก่อสร้าง
  • งานขนย้าย
  • งานจับวัสดุ
  • งานช่างทั่วไป
  • งานโลหะบางประเภท

3. ถุงมือเชื่อม



งานเชื่อมมีทั้งความร้อน สะเก็ดไฟ และชิ้นงานที่มีอุณหภูมิสูง จึงต้องใช้ถุงมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงของงานประเภทนี้โดยเฉพาะ

ถุงมือเชื่อมมักทำจากหนังที่มีความทนทาน และมีความยาวคลุมบริเวณข้อมือหรือแขนบางส่วน เพื่อช่วยป้องกันมือและข้อมือจากความร้อนและสะเก็ดจากงานเชื่อม

เหมาะกับ

  • งานเชื่อมไฟฟ้า
  • งานเชื่อมโลหะ
  • งานตัดโลหะบางประเภท
  • งานที่ต้องสัมผัสความร้อนในลักษณะที่ถุงมือได้รับการออกแบบให้รองรับ

ถุงมือเชื่อมไม่ควรใช้แทนอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เช่น หน้ากากเชื่อม เสื้อผ้าสำหรับงานเชื่อม หรือรองเท้านิรภัย เพราะงานเชื่อมมีความเสี่ยงหลายด้าน


4. ถุงมือกันความร้อน



ถุงมือประเภทนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันมือจากการสัมผัสวัตถุหรือสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง โดยระดับการป้องกันจะแตกต่างกันตามวัสดุและรุ่น

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานเตา
  • งานครัวอุตสาหกรรม
  • งานโลหะ
  • งานผลิต
  • งานที่ต้องจับชิ้นงานร้อนตามข้อกำหนดของถุงมือ

ก่อนใช้งานควรตรวจสอบอุณหภูมิและระยะเวลาที่ถุงมือรองรับได้จากข้อมูลของผู้ผลิต ไม่ควรใช้เพียงเพราะเห็นว่าถุงมือมีความหนา


5. ถุงมือกันสารเคมี



ถุงมือกันสารเคมีออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสัมผัสระหว่างผิวหนังกับสารเคมีบางประเภท วัสดุที่ใช้มีหลายชนิด เช่น ยางธรรมชาติ ไนไตรล์ PVC หรือวัสดุเฉพาะทางอื่น ๆ

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ สารเคมีแต่ละชนิดไม่ได้มีปฏิกิริยากับวัสดุถุงมือเหมือนกัน

ดังนั้นก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบตารางความเข้ากันได้ของวัสดุถุงมือกับสารเคมี รวมถึงข้อมูลจากผู้ผลิต

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานทำความสะอาด
  • งานอุตสาหกรรม
  • งานห้องปฏิบัติการ
  • งานที่ต้องสัมผัสสารเคมีตามข้อกำหนด

6. ถุงมือไนไตรล์



ถุงมือไนไตรล์เป็นถุงมือที่พบได้มากในงานที่ต้องการความคล่องตัวและต้องการลดการสัมผัสสิ่งสกปรกหรือสารบางชนิด

จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่นและกระชับมือ และไม่มีส่วนประกอบจากน้ำยางธรรมชาติในตัววัสดุถุงมือไนไตรล์เอง

มักใช้ในงาน เช่น

  • งานช่างบางประเภท
  • งานทำความสะอาด
  • งานอุตสาหกรรม
  • งานซ่อมบำรุง
  • งานที่ต้องการป้องกันมือจากสิ่งสกปรก

อย่างไรก็ตาม ถุงมือไนไตรล์แต่ละรุ่นมีความทนทานต่อสารเคมีแตกต่างกัน จึงควรดูข้อมูลของผลิตภัณฑ์ก่อนนำไปใช้กับสารเคมีชนิดใดโดยเฉพาะ


7. ถุงมือผ้า



ถุงมือผ้ามีโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่ายและเหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่ได้มีความเสี่ยงรุนแรง

จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบาและช่วยป้องกันมือจากฝุ่น สิ่งสกปรก และการเสียดสีในระดับหนึ่ง

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานหยิบจับทั่วไป
  • งานจัดเรียงสินค้า
  • งานคลังสินค้า
  • งานเกษตร
  • งานขนย้ายที่มีความเสี่ยงไม่สูง

แต่ไม่ควรนำถุงมือผ้าทั่วไปไปใช้แทนถุงมือกันบาด กันสารเคมี หรือกันความร้อน หากงานนั้นมีความเสี่ยงเฉพาะด้าน


8. ถุงมือกันกระแทก



ถุงมือกันกระแทกมักมีวัสดุหรือโครงสร้างเสริมบริเวณหลังมือและนิ้ว เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากการทำงานบางประเภท

พบได้ในงานที่ต้องจับเครื่องมือหรือทำงานกับวัสดุที่อาจกระแทกมือ

เหมาะกับงาน เช่น

  • งานก่อสร้าง
  • งานซ่อมบำรุง
  • งานอุตสาหกรรม
  • งานประกอบ
  • งานที่มีความเสี่ยงจากแรงกระแทกตามลักษณะงาน

ถุงมือนิรภัยแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น สามารถสรุปได้ดังนี้

ประเภทถุงมือจุดเด่นตัวอย่างงาน
ถุงมือกันบาดช่วยลดความเสี่ยงจากของมีคมงานโลหะ งานกระจก
ถุงมือหนังทนทานและทนการเสียดสีงานก่อสร้าง งานขนย้าย
ถุงมือเชื่อมรองรับความร้อนและสะเก็ดงานเชื่อมตามรุ่นงานเชื่อม
ถุงมือกันความร้อนป้องกันความร้อนตามระดับที่กำหนดงานโลหะ งานผลิต
ถุงมือกันสารเคมีลดการสัมผัสสารเคมีตามชนิดที่รองรับงานอุตสาหกรรม
ถุงมือไนไตรล์กระชับมือและเหมาะกับงานหลากหลายงานช่าง งานทำความสะอาด
ถุงมือผ้าเบาและเหมาะกับงานทั่วไปงานคลังสินค้า
ถุงมือกันกระแทกช่วยลดแรงกระแทกบางลักษณะงานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง

วิธีเลือกถุงมือนิรภัยให้เหมาะกับงาน

การเลือก ถุงมือนิรภัย ไม่ควรเลือกจากความหนาหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการถามตัวเองว่า

“ระหว่างทำงาน มือของเรามีโอกาสเจออันตรายอะไร?”

หากต้องจับแผ่นโลหะหรือของมีคม → พิจารณาถุงมือกันบาด

หากต้องขนวัสดุหยาบหรือทำงานก่อสร้างทั่วไป → ถุงมือหนังหรือถุงมือที่ออกแบบสำหรับงานจับยึดอาจเหมาะกว่า

หากต้องทำงานเชื่อม → เลือกถุงมือสำหรับงานเชื่อมโดยเฉพาะ

หากต้องสัมผัสสารเคมี → ตรวจสอบชนิดสารเคมีและเลือกวัสดุถุงมือที่เหมาะสม

หากต้องทำงานที่มีความร้อน → เลือกถุงมือที่มีระดับการป้องกันความร้อนตรงกับงาน

พูดง่าย ๆ คือ เลือกถุงมือจากความเสี่ยง ไม่ใช่เลือกจากหน้าตาของถุงมือ


เลือกถุงมือนิรภัยให้พอดีกับมือก็สำคัญ

ถุงมือที่ดีไม่ใช่แค่ป้องกันได้ แต่ควรใส่แล้วสามารถทำงานได้สะดวกด้วย

ถ้าใหญ่เกินไป อาจทำให้ถุงมือหลุดหรือเกี่ยวกับเครื่องมือและชิ้นงานได้ง่าย

ถ้าเล็กเกินไป อาจรัดมือ ทำให้เมื่อย และลดความคล่องตัวในการทำงาน

ดังนั้นควรเลือกขนาดให้พอดีกับมือ และตรวจสอบว่าถุงมือไม่หลวมบริเวณปลายนิ้วหรือข้อมือ


ถุงมือนิรภัยควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

ถุงมือเป็นอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับงานโดยตรง จึงมีโอกาสสึกหรอได้ตามการใช้งาน

ควรตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง หากพบว่า

  • มีรูหรือรอยขาด
  • วัสดุฉีกขาด
  • ผิวถุงมือสึกมาก
  • มีรอยไหม้
  • เสียรูป
  • ข้อต่อหรือส่วนป้องกันหลุด
  • มีสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ตามคำแนะนำ

ควรหยุดใช้และเปลี่ยนใหม่ตามความเหมาะสม

โดยเฉพาะถุงมือที่มีหน้าที่ป้องกันอันตรายเฉพาะด้าน ไม่ควรนำมาใช้ต่อเมื่อสภาพเสื่อมจนไม่สามารถให้การป้องกันตามที่ออกแบบไว้


ข้อควรระวังในการใช้ถุงมือนิรภัย

แม้จะสวมถุงมือนิรภัยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องระวัง

ควรใช้ถุงมือให้ตรงกับประเภทงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

นอกจากนี้ งานที่มีเครื่องจักรหมุนหรือชิ้นส่วนที่สามารถดึงวัสดุเข้าไปได้ ควรประเมินความเสี่ยงก่อนใช้ถุงมือ เพราะถุงมือบางประเภทอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกชิ้นส่วนหมุนดึงเข้าเครื่องจักรได้

ดังนั้น การสวมถุงมืออย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องเลือกให้ถูกประเภทและใช้ร่วมกับมาตรการความปลอดภัยของงานนั้นด้วย


สรุป ถุงมือนิรภัย คืออะไร มีกี่ประเภท?

ถุงมือนิรภัย คือ อุปกรณ์ป้องกันมือที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายระหว่างการทำงาน โดยมีหลายประเภท เช่น ถุงมือกันบาด ถุงมือหนัง ถุงมือเชื่อม ถุงมือกันความร้อน ถุงมือกันสารเคมี ถุงมือไนไตรล์ ถุงมือผ้า และถุงมือกันกระแทก

แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกซื้อจึงควรพิจารณาจากลักษณะงานเป็นหลัก

ถ้าเป็นงานก่อสร้างทั่วไป อาจเน้นถุงมือที่ช่วยป้องกันการเสียดสีและการจับวัสดุ หากเป็นงานโลหะอาจต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการบาด หากเป็นงานเชื่อมก็ต้องเลือกถุงมือสำหรับงานเชื่อมโดยเฉพาะ

สุดท้ายแล้ว ถุงมือนิรภัยที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นถุงมือที่หนาที่สุดหรือราคาแพงที่สุด แต่ควรเป็นถุงมือที่เหมาะกับความเสี่ยงของงาน พอดีกับมือ และใช้งานได้อย่างถูกต้อง

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ต่อเติมบ้านอย่างไรไม่ให้ทรุด?

การต่อเติมบ้าน คือระบวนการแก้ไขหรือเติมส่วนหนึ่งของบ้านที่มีอยู่แล้ว เพื่อปรับปรุง ปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการและคว..

เครื่องวัดระดับน้ำคืออะไร ใช้งานอย่างไร

วันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องวัดระดับน้ำแบบพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับงานช่างที่ต้องการความแม่นยำในเรื่องของค..

หลักการใช้งาน รถเข็นปูน

รถเข็นปูน คืออะไรวันนี้ ทาง Contractor Shop จะมาให้ความรู้ รถเข็นปูน เป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็ก มีล้อ เคลื่อ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.