×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

ประเภทของงานช่าง

27 กรกฎาคม 2566
ประเภทของงานช่าง

ประเภทของงานช่าง มีอะไรบ้าง? รู้จักช่างแต่ละประเภท เลือกให้เหมาะกับงาน



เวลาพูดถึง “งานช่าง” หลายคนอาจนึกถึงการซ่อมแซมหรือก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วงานช่างมีหลายสาขา และแต่ละสาขามีหน้าที่แตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญ

โดยเฉพาะงานสร้างบ้าน ต่อเติมอาคาร หรือซ่อมแซมสถานที่ต่าง ๆ มักต้องอาศัยช่างหลายประเภททำงานร่วมกัน การรู้จัก ประเภทของงานช่าง จึงช่วยให้เราเลือกช่างได้ตรงกับลักษณะงาน และช่วยวางแผนการทำงานได้ง่ายขึ้น

ประเภทของงานช่างที่สำคัญ มีอะไรบ้าง?

สำหรับงานก่อสร้างและงานซ่อมแซมทั่วไป สามารถแบ่งช่างที่พบได้บ่อยและมีความสำคัญออกเป็น 7 ประเภทหลัก ดังนี้

1. ช่างก่อสร้าง




ช่างก่อสร้างเป็นช่างที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างอาคารและบ้านโดยตรง ตั้งแต่งานก่อผนัง ฉาบปูน เทคอนกรีต ไปจนถึงงานต่อเติมและปรับปรุงพื้นที่

ตัวอย่างงาน

  • ก่ออิฐและฉาบปูน

  • เทคอนกรีต

  • ต่อเติมอาคาร

  • ปรับปรุงและซ่อมแซมบ้าน

  • ติดตั้งวัสดุก่อสร้างบางประเภท

ช่างก่อสร้างต้องมีความเข้าใจเรื่องวัสดุ ขั้นตอนการก่อสร้าง และการใช้เครื่องมือ เพื่อให้งานออกมาแข็งแรงและได้ตามแบบ

2. ช่างโครงสร้าง



ช่างโครงสร้างมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับส่วนสำคัญที่รับน้ำหนักของอาคาร เช่น ฐานราก เสา คาน และพื้น รวมถึงงานโครงสร้างเหล็กบางประเภท

ตัวอย่างงาน

  • ผูกเหล็กเสริมคอนกรีต

  • เตรียมงานฐานราก

  • ประกอบโครงสร้าง

  • ติดตั้งเหล็กโครงสร้าง

  • เตรียมแบบหล่อและงานคอนกรีต

งานโครงสร้างถือเป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของอาคาร จึงควรทำตามแบบและข้อกำหนดทางวิศวกรรมอย่างเหมาะสม

3. ช่างไฟฟ้า



ช่างไฟฟ้าดูแลระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคาร และสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่การเดินสายไฟไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า

ตัวอย่างงาน

  • เดินสายไฟ

  • ติดตั้งสวิตช์และเต้ารับ

  • ติดตั้งตู้ไฟ

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า

  • ซ่อมแซมวงจรไฟฟ้า

  • ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า

เนื่องจากงานไฟฟ้ามีความเสี่ยง จึงควรให้ผู้ที่มีความรู้และเหมาะสมกับงานเป็นผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

4. ช่างประปา



ช่างประปารับผิดชอบระบบน้ำภายในอาคาร ทั้งระบบน้ำดี น้ำทิ้ง และสุขาภิบาล

ตัวอย่างงาน

  • เดินท่อน้ำ

  • ติดตั้งก๊อกน้ำ

  • ติดตั้งสุขภัณฑ์

  • ติดตั้งปั๊มน้ำ

  • ซ่อมท่อน้ำรั่ว

  • ติดตั้งและซ่อมระบบระบายน้ำ

การเลือกใช้ท่อ ข้อต่อ วาล์ว และอุปกรณ์ให้เหมาะกับระบบมีความสำคัญ เพราะช่วยลดปัญหาน้ำรั่วซึมและปัญหาการใช้งานในระยะยาว

5. ช่างไม้



ช่างไม้เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการตัด แต่ง ประกอบ และติดตั้งชิ้นงานไม้ รวมถึงวัสดุที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

ตัวอย่างงาน

  • ทำประตูและหน้าต่าง

  • ทำเฟอร์นิเจอร์

  • ทำชั้นวางของ

  • งานตกแต่งภายใน

  • ซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์

งานไม้ต้องอาศัยความละเอียด โดยเฉพาะการวัดและการตัด เพราะความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ชิ้นงานประกอบไม่พอดี

6. ช่างเชื่อมและช่างเหล็ก



ช่างเชื่อมและช่างเหล็กเกี่ยวข้องกับการตัด ดัด ประกอบ และเชื่อมโลหะให้เป็นชิ้นงานตามรูปแบบที่ต้องการ

ตัวอย่างงาน

  • ทำประตูและรั้วเหล็ก

  • ทำโครงหลังคา

  • ทำโครงสร้างเหล็ก

  • ทำชั้นวาง

  • ซ่อมแซมชิ้นงานโลหะ

  • เชื่อมชิ้นส่วนต่าง ๆ

งานประเภทนี้ต้องเลือกวิธีเชื่อมและวัสดุให้เหมาะกับชิ้นงาน รวมถึงใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากเชื่อม ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

7. ช่างทาสี



ช่างทาสีมีหน้าที่เตรียมพื้นผิวและทาสีเพื่อปกป้องและตกแต่งพื้นผิวของอาคาร โดยการเตรียมพื้นผิวถือเป็นขั้นตอนสำคัญไม่แพ้การทาสี

ตัวอย่างงาน

  • ทาสีผนัง

  • ทาสีเพดาน

  • ทาสีประตูและหน้าต่าง

  • ทาสีงานเหล็ก

  • ทาสีภายในและภายนอกอาคาร

โดยทั่วไปควรเริ่มจากการทำความสะอาด ซ่อมพื้นผิว ขัด และทาสีรองพื้นตามความเหมาะสม ก่อนทาสีจริง เพื่อช่วยให้สีมีความสม่ำเสมอและยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดีขึ้น

ทำไมต้องรู้จักประเภทของงานช่าง?

การรู้จัก ประเภทของงานช่าง ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับผู้ที่ทำงานก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เจ้าของบ้านหรือผู้ที่กำลังซ่อมแซมอาคารเลือกช่างได้ถูกต้อง

เลือกช่างได้ตรงกับงาน

หากต้องเดินสายไฟ ก็ควรเลือกช่างไฟฟ้า หากต้องแก้ไขท่อน้ำ ก็ควรเลือกช่างประปา การใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับงานช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด

วางแผนงานได้ง่ายขึ้น

เมื่อรู้ว่าต้องใช้ช่างประเภทใด ก็สามารถจัดลำดับงานและเตรียมวัสดุหรือเครื่องมือที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น

ช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย

การเลือกช่างตรงกับงานตั้งแต่แรกช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานผิดพลาด ซึ่งอาจทำให้ต้องรื้อหรือแก้ไขงานและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

งานสร้างบ้านต้องใช้ช่างหลายประเภทหรือไม่?

โดยทั่วไปการสร้างบ้านหนึ่งหลังมักไม่ได้ใช้ช่างเพียงประเภทเดียว แต่ต้องอาศัยช่างหลายสาขาทำงานต่อเนื่องกัน

ตัวอย่างเช่น

ช่างโครงสร้าง → ช่างก่อสร้าง → ช่างไฟฟ้า/ช่างประปา → ช่างไม้หรือช่างเหล็ก → ช่างทาสี

อย่างไรก็ตาม ลำดับงานจริงอาจแตกต่างกันไปตามแบบบ้าน ระบบก่อสร้าง และลักษณะของโครงการ

วิธีเลือกช่างให้เหมาะกับงาน

ก่อนว่าจ้างช่าง ควรพิจารณามากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว โดยดูจาก

  • ประสบการณ์และความชำนาญ

  • ผลงานที่ผ่านมา

  • ความเข้าใจในลักษณะงาน

  • เครื่องมือที่ใช้

  • วัสดุและสเปกที่เลือกใช้

  • ระยะเวลาการทำงาน

  • ขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายที่ตกลงกัน

สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า หรือระบบสำคัญของอาคาร ควรให้ผู้มีความรู้และคุณสมบัติเหมาะสมกับงานเป็นผู้ดำเนินการ

สรุป ประเภทของงานช่าง

ประเภทของงานช่าง มีหลายสาขา แต่สำหรับงานก่อสร้างและงานซ่อมแซมทั่วไป ช่างที่พบและมีความสำคัญ ได้แก่ ช่างก่อสร้าง ช่างโครงสร้าง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างไม้ ช่างเชื่อมและช่างเหล็ก และช่างทาสี

แต่ละประเภทมีหน้าที่และความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน การเลือกช่างให้ตรงกับลักษณะงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนอกจากช่วยให้งานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เลเซอร์ วัดระดับคืออะไร?

เลเซอร์ วัดระดับ คืออุปกรณ์ที่เรียกว่าระดับ เลเซอร์ และถูกใช้โดยนักสำรวจ และสถาปนิกเพื่อทำการวัดแบบดิจิทัลที่ช่วยในกระบว..

5 วัสดุก่อสร้าง ที่ทุกคนควรรู้!

ทุกคนเคยสงสัยไหมครับว่าวัสดุก่อสร้างจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง ไม่ว่าคุณจะเป็นมืออาชีพมากประสบการณ์หรือเพิ่งเริ่มต้น การทำความ..

มาทำความรู้จัก อ่างเปลผสมปูน

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่อง อ่างเปลผสมปูน ใช้สำหรับงานก่อสร้าง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น ผสมปูนซีเม..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.