×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด?

30 สิงหาคม 2566
มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด?

มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร? รู้จักเครื่องมือวัดไฟฟ้าที่ช่างควรรู้



งานไฟฟ้าเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดพอสมควร เพราะบางครั้งการมองด้วยตาอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าในวงจรมีแรงดันเท่าไร มีกระแสไหลอยู่หรือไม่ หรืออุปกรณ์ตัวนั้นมีความผิดปกติตรงไหน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “มิเตอร์วัดค่าไฟฟ้า” กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่างไฟฟ้าและคนที่ทำงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าต้องใช้งานอยู่เสมอ

แต่ถ้าเคยเดินเข้าไปร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า จะเห็นว่ามิเตอร์มีหลายแบบ ทั้งมัลติมิเตอร์ แคลมป์มิเตอร์ มิเตอร์วัดแรงดัน มิเตอร์วัดกระแส และมิเตอร์สำหรับวัดค่าทางไฟฟ้าเฉพาะด้าน

แล้วแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกันว่า มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร? แต่ละชนิดเหมาะกับงานแบบไหน และก่อนเลือกซื้อควรดูอะไรบ้าง

หมายเหตุ: คำที่ถูกต้องตามภาษาไทยคือ “มิเตอร์” ไม่ใช่ “มิตเตอร์” ดังนั้นในบทความจะใช้คำว่า มิเตอร์วัดค่าไฟฟ้า เป็นหลัก เพื่อให้ถูกต้องและเหมาะกับการค้นหาบนเว็บไซต์


มิเตอร์วัดค่าไฟฟ้า คืออะไร?

มิเตอร์วัดค่าไฟฟ้า คือ เครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดค่าต่าง ๆ ในระบบไฟฟ้า เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน และค่าทางไฟฟ้าอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทและความสามารถของมิเตอร์แต่ละรุ่น

สำหรับช่างไฟฟ้า มิเตอร์ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การตรวจสอบระบบทำได้แม่นยำมากกว่าการคาดเดา

ตัวอย่างเช่น หากหลอดไฟไม่ติด เราอาจไม่รู้ทันทีว่าเกิดจากหลอดเสีย สายไฟขาด ไม่มีแรงดันไฟฟ้า หรือเกิดปัญหาที่จุดอื่น การใช้มิเตอร์วัดไฟสามารถช่วยตรวจสอบทีละจุดและหาสาเหตุได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น มิเตอร์ไม่ได้มีไว้สำหรับ “วัดไฟ” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเครื่องมือสำหรับ ตรวจสอบและวิเคราะห์ระบบไฟฟ้า อีกด้วย


มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร?

จริง ๆ แล้วมิเตอร์วัดค่าไฟฟ้ามีหลายประเภท และสามารถแบ่งได้ตามค่าที่ต้องการวัดและรูปแบบการใช้งาน

ประเภทที่พบได้บ่อยมีดังนี้


1. มัลติมิเตอร์ (Multimeter)



ถ้าพูดถึงเครื่องมือวัดไฟฟ้าที่ช่างคุ้นเคยมากที่สุด มัลติมิเตอร์ น่าจะเป็นหนึ่งในอันดับแรก ๆ

จุดเด่นของมัลติมิเตอร์คือสามารถวัดค่าทางไฟฟ้าได้หลายประเภทในเครื่องเดียว เช่น

  • แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
  • กระแสไฟฟ้า (Current)
  • ความต้านทาน (Resistance)
  • ความต่อเนื่องของวงจร (Continuity)
  • การทดสอบไดโอดในบางรุ่น
  • การวัดค่าความจุไฟฟ้าในบางรุ่น
  • การวัดความถี่ในบางรุ่น

มัลติมิเตอร์จึงเหมาะกับงานตรวจสอบวงจรไฟฟ้าทั่วไป งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า งานอิเล็กทรอนิกส์ และงานบำรุงรักษา

มัลติมิเตอร์เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับช่างไฟฟ้า ช่างซ่อม นักเรียนช่าง และผู้ที่ต้องการตรวจสอบวงจรไฟฟ้าในระดับพื้นฐานถึงระดับมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม การวัดไฟต้องเลือกโหมดและย่านการวัดให้ถูกต้อง เพราะการตั้งค่าผิดอาจทำให้เครื่องมือเสียหายหรือเกิดอันตรายได้


2. แคลมป์มิเตอร์ (Clamp Meter)



แคลมป์มิเตอร์ เป็นมิเตอร์ที่ออกแบบมาให้วัดกระแสไฟฟ้าได้โดยใช้ปากคีบคล้องรอบสายไฟ

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ ไม่จำเป็นต้องตัดสายไฟออกจากวงจรเพื่อวัดกระแสในหลายกรณี ทำให้เหมาะกับงานตรวจสอบระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่แล้ว

เพียงเปิดปากคีบแล้วคล้องรอบตัวนำตามวิธีการที่กำหนด เครื่องก็สามารถตรวจวัดกระแสได้

แคลมป์มิเตอร์บางรุ่นไม่ได้วัดได้เฉพาะกระแส แต่ยังสามารถวัดแรงดัน ความต้านทาน ความต่อเนื่อง หรือค่าทางไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ด้วย

แคลมป์มิเตอร์เหมาะกับงานอะไร?

  • ตรวจสอบกระแสของเครื่องจักร
  • ตรวจสอบโหลดของมอเตอร์
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคาร
  • งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • ตรวจสอบกระแสในตู้ไฟฟ้า

สำหรับงานที่ต้องวัดกระแสในระบบที่มีการใช้งานอยู่ แคลมป์มิเตอร์ถือว่าสะดวกมาก แต่ต้องใช้งานตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนดและคำนึงถึงความปลอดภัยเสมอ


3. โวลต์มิเตอร์ (Voltmeter)



โวลต์มิเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับวัดแรงดันไฟฟ้า หรือ Voltage

หน่วยที่ใช้คือ โวลต์ (Volt หรือ V)

การวัดแรงดันไฟฟ้าช่วยให้เราทราบว่าจุดที่ต้องการตรวจสอบมีแรงดันอยู่ในระดับใด

ตัวอย่างเช่น ใช้ตรวจสอบแรงดันของแหล่งจ่ายไฟ แบตเตอรี่ หรือวงจรไฟฟ้า

ปัจจุบันมัลติมิเตอร์หลายรุ่นสามารถทำหน้าที่เป็นโวลต์มิเตอร์ได้ด้วย เพียงเลือกโหมดวัดแรงดันให้ถูกต้อง


4. แอมป์มิเตอร์ (Ammeter)



แอมป์มิเตอร์ ใช้สำหรับวัดกระแสไฟฟ้า โดยมีหน่วยเป็น แอมแปร์ (Ampere หรือ A)

การวัดกระแสมีความสำคัญในงานตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพราะช่วยให้ทราบว่ามีกระแสไหลในวงจรมากน้อยเพียงใด

แอมป์มิเตอร์แบบทั่วไปอาจต้องต่อเข้ากับวงจรในลักษณะที่เหมาะสมกับการวัด ขณะที่แคลมป์มิเตอร์สามารถใช้วิธีคล้องตัวนำเพื่อวัดกระแสตามหลักการของเครื่อง

ดังนั้นก่อนใช้งานควรดูประเภทของมิเตอร์และวิธีการต่อวงจรให้ชัดเจน


5. โอห์มมิเตอร์ (Ohmmeter)



โอห์มมิเตอร์ ใช้สำหรับวัดค่าความต้านทานไฟฟ้า โดยมีหน่วยเป็น โอห์ม (Ohm หรือ Ω)

การวัดความต้านทานมีประโยชน์ในงานตรวจสอบอุปกรณ์และวงจร เช่น

  • ตรวจสอบตัวต้านทาน
  • ตรวจสอบสายไฟ
  • ตรวจสอบขดลวด
  • ตรวจสอบความต่อเนื่องของวงจร
  • ตรวจสอบชิ้นส่วนไฟฟ้าบางประเภท

ในปัจจุบันโอห์มมิเตอร์มักรวมอยู่ในมัลติมิเตอร์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือแยกสำหรับการวัดความต้านทานในงานทั่วไป


6. มิเตอร์วัดกำลังไฟฟ้า



มิเตอร์ประเภทนี้ใช้สำหรับวัด กำลังไฟฟ้า โดยทั่วไปหน่วยที่เกี่ยวข้องคือวัตต์ (W)

เหมาะกับงานที่ต้องการตรวจสอบว่าระบบหรืออุปกรณ์ใช้กำลังไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด

ในงานอาคาร โรงงาน หรือระบบไฟฟ้าที่ต้องการวิเคราะห์การใช้พลังงาน อาจมีการใช้เครื่องมือที่สามารถวัดค่ากำลังไฟฟ้าและพารามิเตอร์อื่น ๆ ร่วมด้วย

มิเตอร์บางรุ่นสามารถวัดค่าเพิ่มเติม เช่น พลังงานไฟฟ้า แรงดัน กระแส และ Power Factor ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเครื่อง


7. มิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า


หลายคนคุ้นเคยกับ มิเตอร์ไฟฟ้า ที่ติดอยู่บริเวณบ้านหรืออาคาร เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่มีการใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง

หน่วยที่พบโดยทั่วไปคือ กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

มิเตอร์ประเภทนี้มีหน้าที่แตกต่างจากมัลติมิเตอร์ เพราะไม่ได้เน้นการตรวจสอบวงจรเพื่อซ่อมบำรุง แต่ใช้สำหรับวัดพลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ไป

พูดง่าย ๆ คือ

มัลติมิเตอร์ → ใช้ตรวจวัดค่าทางไฟฟ้า

มิเตอร์พลังงาน → ใช้วัดปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้


มิเตอร์ดิจิทัลกับมิเตอร์แบบเข็ม ต่างกันอย่างไร?

นอกจากแบ่งตามประเภทการวัดแล้ว มิเตอร์ยังสามารถแบ่งตามรูปแบบการแสดงผลได้อีกด้วย

มิเตอร์แบบเข็ม

มิเตอร์แบบเข็มจะใช้เข็มชี้ไปยังค่าบนหน้าปัด

ข้อดีคือสามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของค่าได้ต่อเนื่อง และในงานบางประเภทอาจช่วยให้สังเกตแนวโน้มของค่าที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้ง่าย

มิเตอร์ดิจิทัล

มิเตอร์ดิจิทัลจะแสดงค่าบนหน้าจอเป็นตัวเลข ทำให้อ่านค่าได้ง่ายและสะดวก

ปัจจุบันมิเตอร์ดิจิทัลได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะใช้งานง่าย มีฟังก์ชันหลากหลาย และมีหลายระดับให้เลือกตั้งแต่งานทั่วไปจนถึงงานมืออาชีพ


แล้วควรเลือกมิเตอร์แบบไหนดี?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่า “รุ่นไหนดีที่สุด” แต่อยู่ที่ว่า “รุ่นไหนเหมาะกับงานของเรา”

หากต้องการตรวจสอบไฟฟ้าทั่วไป มัลติมิเตอร์อาจเพียงพอ

ถ้าต้องการวัดกระแสของเครื่องจักรโดยไม่ต้องถอดสายออกจากวงจร แคลมป์มิเตอร์จะเหมาะกว่า

ส่วนงานที่ต้องการวัดพลังงานไฟฟ้า การใช้มิเตอร์พลังงานโดยเฉพาะก็จะตอบโจทย์มากกว่า

ดังนั้นก่อนซื้อควรถามตัวเองก่อนว่า

“เราต้องการวัดอะไร?”

จากนั้นจึงค่อยเลือกเครื่องมือให้ตรงกับงาน


วิธีเลือกมิเตอร์วัดค่าไฟฟ้าให้เหมาะกับการใช้งาน

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรดูรายละเอียดเหล่านี้

1. ค่าที่ต้องการวัด

ต้องการวัดแรงดัน กระแส ความต้านทาน กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานไฟฟ้า?

ข้อนี้เป็นเรื่องแรกที่ควรพิจารณา

2. AC หรือ DC

ไฟฟ้ากระแสสลับและไฟฟ้ากระแสตรงมีลักษณะต่างกัน จึงควรตรวจสอบว่าเครื่องมือรองรับการวัดแบบใด

3. ช่วงการวัด

ควรเลือกเครื่องมือที่มีช่วงการวัดครอบคลุมค่าที่ต้องการตรวจสอบ

4. ความละเอียดและความแม่นยำ

หากเป็นงานทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือระดับสูงมาก แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำ ควรพิจารณาความละเอียดและข้อกำหนดด้านความถูกต้องของเครื่องมือ

5. ความปลอดภัย

สำหรับงานไฟฟ้าแรงดันสูง ควรเลือกมิเตอร์ที่มีระดับความปลอดภัยเหมาะสมกับระบบ เช่น ระดับ CAT ที่ผู้ผลิตระบุ และต้องใช้สายวัดหรืออุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมด้วย

6. ฟังก์ชันเพิ่มเติม

หากต้องใช้งานหลายรูปแบบ มิเตอร์ที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติมอาจช่วยลดจำนวนเครื่องมือที่ต้องพก เช่น วัดความถี่ วัดความจุ ทดสอบไดโอด หรือวัดอุณหภูมิ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น


ข้อควรระวังในการใช้มิเตอร์วัดไฟฟ้า

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการวัดไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องของการอ่านค่าให้ถูก แต่ต้องคำนึงถึง ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ด้วย

ก่อนวัดควรตรวจสอบว่า

  • ตั้งโหมดการวัดถูกต้อง
  • เลือกย่านการวัดเหมาะสม
  • สายวัดเสียหายหรือไม่
  • ช่องเสียบสายวัดถูกต้อง
  • มิเตอร์รองรับแรงดันของวงจรหรือไม่
  • อุปกรณ์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

โดยเฉพาะการวัดกระแสด้วยมัลติมิเตอร์ ต้องต่อวงจรตามวิธีที่ถูกต้อง เพราะการเสียบสายวัดผิดช่องหรือเลือกโหมดผิดอาจทำให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายได้

หากเป็นระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันอันตราย ควรให้ผู้ที่มีความรู้และทักษะด้านไฟฟ้าเป็นผู้ดำเนินการ


มิเตอร์วัดค่าไฟฟ้า สำคัญกับงานช่างอย่างไร?

สำหรับคนทั่วไป มิเตอร์อาจเป็นอุปกรณ์ที่หยิบมาใช้เฉพาะตอนมีปัญหาไฟฟ้า แต่สำหรับช่าง มิเตอร์ถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยในการตรวจสอบระบบแทบทุกวัน

เพราะงานไฟฟ้าหลายครั้งเราไม่สามารถรู้ปัญหาได้จากการมองเพียงอย่างเดียว

เช่น มอเตอร์ไม่ทำงาน อาจเกิดจากไม่มีแรงดัน ไฟไม่ครบเฟส กระแสผิดปกติ หรือมีปัญหาที่ตัวมอเตอร์เอง

การมีเครื่องมือวัดที่เหมาะสมจึงช่วยให้ช่างสามารถตรวจสอบข้อมูลจริงและวิเคราะห์ปัญหาได้เป็นขั้นตอน

พูดง่าย ๆ คือ มิเตอร์ช่วยให้ช่าง “เห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น” ในระบบไฟฟ้า


สรุป มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร?

มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร? เป็นคำถามที่ตอบได้หลายมุม เพราะมิเตอร์มีหลายประเภทและถูกออกแบบมาให้วัดค่าทางไฟฟ้าแตกต่างกัน

ประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่ มัลติมิเตอร์ แคลมป์มิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ แอมป์มิเตอร์ โอห์มมิเตอร์ มิเตอร์วัดกำลังไฟฟ้า และมิเตอร์วัดพลังงานไฟฟ้า

สำหรับงานทั่วไป มัลติมิเตอร์ ถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างครอบคลุม เพราะสามารถวัดค่าหลายประเภทในเครื่องเดียว ส่วนงานที่ต้องตรวจสอบกระแสโดยไม่ต้องตัดวงจร แคลมป์มิเตอร์ จะมีความสะดวกมากกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเลือกมิเตอร์คือ ต้องรู้ก่อนว่า ต้องการวัดอะไร ใช้กับระบบไฟฟ้าแบบไหน และมีระดับแรงดันเท่าไร จากนั้นจึงเลือกเครื่องมือที่มีพิกัดและความปลอดภัยเหมาะสม

เพราะเครื่องมือวัดที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องที่แพงที่สุด แต่ควรเป็นเครื่องที่ เหมาะกับงาน ใช้งานถูกวิธี และช่วยให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 เครื่องมือช่างสามัญประจำบ้าน

เครื่องมือช่างสามัญที่ควรมีประจำบ้านเอาไว้ ช่วยซ่อมแซมบ้าน หรือส่วนต่าง ๆ เมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย ดังนั้นเพื่อให้พร้อมต..

คีมคอม้ามีหน้าที่อะไร?

คีมคอม้า เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานช่าง หรืองานซ่อมบำรุงต่างๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการการยึดและเก็บสิ่งของ..

ลวดเชื่อม YAWATA แต่ละรุ่น แตกต่างกันอย่างไร?

# ลวดเชื่อม YAWATA แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ให้เหมาะกับงาน ลวดเชื่อมเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานเชื่อมโลหะ โดยลวดเ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.