×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร

1 สิงหาคม 2566
รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร

รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร? รู้จักวิธีเลือกรองเท้านิรภัยให้เหมาะกับงาน



สำหรับคนทำงานก่อสร้าง ช่างโรงงาน หรือผู้ที่ต้องทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง รองเท้าธรรมดาอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันเท้า เพราะระหว่างทำงานอาจต้องเจอกับของหนัก วัสดุมีคม พื้นเปียก หรือวัตถุที่อาจตกใส่เท้าได้

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “รองเท้าเซฟตี้” หรือรองเท้านิรภัยเข้ามามีบทบาทในการทำงาน แต่เมื่อเดินเข้าไปเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ หลายคนอาจสงสัยว่า รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร เพราะมีทั้งแบบหัวเหล็ก หัวคอมโพสิต พื้นกันลื่น กันไฟฟ้าสถิต และรูปแบบอื่น ๆ ให้เลือกมากมาย

การเลือกที่ดีจึงไม่ควรดูเพียงหน้าตาหรือราคา แต่ควรเริ่มจากลักษณะงานและความเสี่ยงที่ต้องเจอเป็นหลัก

รองเท้าเซฟตี้คืออะไร?

รองเท้าเซฟตี้ หรือรองเท้านิรภัย คือรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันเท้าจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน โดยรองเท้าแต่ละรุ่นจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามมาตรฐานและการออกแบบของผู้ผลิต

ส่วนสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจคือบริเวณหัวรองเท้า ซึ่งอาจมีวัสดุสำหรับป้องกันแรงกระแทกหรือแรงกด เช่น เหล็ก หรือวัสดุที่ไม่ใช่โลหะอย่างคอมโพสิต

นอกจากนี้ รองเท้าบางรุ่นยังออกแบบพื้นรองเท้าให้เหมาะกับพื้นที่เปียก พื้นมัน พื้นขรุขระ หรือสภาพแวดล้อมการทำงานเฉพาะด้าน

รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร? สิ่งแรกที่ควรดูคือลักษณะงาน

คำถาม รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร จริง ๆ แล้วเริ่มตอบได้จากคำถามง่าย ๆ ว่า “เราจะใส่ไปทำงานอะไร?”

เพราะงานก่อสร้าง งานโรงงาน งานช่างไฟฟ้า งานคลังสินค้า หรือพื้นที่ที่มีน้ำมันและสารเคมี อาจต้องการคุณสมบัติของรองเท้าที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

  • งานก่อสร้าง ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันแรงกระแทกจากวัสดุและการเหยียบของมีคม
  • งานโรงงาน ควรพิจารณาการกันลื่นและความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่
  • งานคลังสินค้า ควรเลือกคู่ที่เดินและยืนนานได้สบาย รวมถึงมีการป้องกันปลายเท้าเหมาะสม
  • งานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า ควรตรวจสอบคุณสมบัติด้านไฟฟ้าของรองเท้าให้ตรงกับลักษณะงาน ไม่ควรดูเพียงคำว่า “รองเท้าเซฟตี้”
  • พื้นที่ที่มีน้ำมันหรือของเหลว ควรเลือกพื้นรองเท้าที่มีคุณสมบัติต้านทานการลื่นตามที่ผู้ผลิตระบุ

ดังนั้น ไม่มีรองเท้าเซฟตี้คู่เดียวที่เหมาะกับทุกงาน การเลือกตามความเสี่ยงจริงจะช่วยให้ได้รองเท้าที่ใช้งานได้เหมาะสมกว่า

1. เลือกหัวรองเท้าให้เหมาะกับความเสี่ยง

หัวรองเท้าเป็นหนึ่งในส่วนที่ควรให้ความสำคัญ เพราะมีหน้าที่ช่วยป้องกันบริเวณปลายเท้าจากแรงกระแทกหรือแรงกดตามระดับการป้องกันที่ผลิตภัณฑ์กำหนด

วัสดุที่พบได้บ่อย ได้แก่

หัวเหล็ก


เป็นรูปแบบที่คุ้นเคยและนิยมใช้ในรองเท้าเซฟตี้ มีความแข็งแรงและเหมาะกับงานที่ต้องการการป้องกันปลายเท้า

ข้อควรพิจารณาคือน้ำหนักของรองเท้า และคุณสมบัติด้านไฟฟ้าหรือสภาพแวดล้อมเฉพาะงานควรตรวจสอบจากมาตรฐานและข้อมูลของผู้ผลิต

หัวคอมโพสิต



ใช้วัสดุที่ไม่ใช่โลหะ จึงมักมีน้ำหนักเบากว่าหัวเหล็กในบางรุ่น และเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักของรองเท้า

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติในการป้องกันแรงกระแทกและแรงกดควรพิจารณาจากมาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้น ไม่ควรตัดสินจากวัสดุเพียงอย่างเดียว

2. ดูพื้นรองเท้า เพราะพื้นดีช่วยลดความเสี่ยงในการทำงาน

อีกส่วนที่ไม่ควรมองข้ามคือพื้นรองเท้า โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องเดินบนพื้นคอนกรีต พื้นเปียก พื้นมัน หรือพื้นที่มีเศษวัสดุ

ควรดูว่าพื้นรองเท้ามีคุณสมบัติอะไรบ้าง เช่น

  • ช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับพื้น
  • มีคุณสมบัติต้านทานการลื่นตามที่ผู้ผลิตระบุ
  • ทนต่อการสึกหรอ
  • เหมาะกับพื้นผิวที่ใช้งาน
  • มีความยืดหยุ่นเพียงพอต่อการเดินและทำงาน

ถ้าต้องทำงานในพื้นที่ที่มีน้ำมันหรือสารเคมี ควรตรวจสอบข้อมูลของพื้นรองเท้าว่าสามารถทนต่อสารดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีความทนทานแตกต่างกัน

3. เลือกขนาดให้พอดีกับเท้า

รองเท้าเซฟตี้ที่ดีไม่ควรคับหรือหลวมจนเกินไป เพราะแม้จะมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยครบ แต่ถ้าใส่ไม่สบายก็อาจส่งผลต่อการทำงานตลอดทั้งวัน

ก่อนซื้อควรลองสวมพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง และลองเดินดูว่า

  • นิ้วเท้าสามารถขยับได้พอสมควร
  • ส้นเท้าไม่หลุดจากรองเท้าขณะเดิน
  • ไม่มีจุดที่กดหรือเสียดสีมากเกินไป
  • หน้าเท้าไม่ถูกบีบ
  • ไม่รู้สึกแน่นเมื่อสวมเป็นเวลานาน

หากต้องใส่รองเท้าตลอดวัน ความพอดีจึงสำคัญไม่แพ้คุณสมบัติด้านความปลอดภัย

4. พิจารณาน้ำหนักของรองเท้า

คนทำงานก่อสร้างหรือช่างบางประเภทอาจต้องเดินและยืนเป็นเวลาหลายชั่วโมง รองเท้าที่หนักเกินไปอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยมากขึ้นเมื่อใช้งานต่อเนื่อง

หากลักษณะงานต้องเคลื่อนไหวตลอดวัน อาจพิจารณารองเท้าที่ใช้วัสดุหัวและพื้นซึ่งมีน้ำหนักเหมาะสมกับผู้สวมใส่

แต่ไม่ควรเลือกจากน้ำหนักอย่างเดียว ต้องดูว่ารองเท้ายังคงมีคุณสมบัติการป้องกันที่ตรงกับความเสี่ยงของงานหรือไม่

5. ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

รองเท้าเซฟตี้ไม่ได้มีระดับการป้องกันเหมือนกันทั้งหมด ก่อนซื้อควรดูข้อมูลบนสินค้า กล่อง หรือเอกสารของผู้ผลิตว่ารองเท้าผ่านมาตรฐานใด และรองรับคุณสมบัติอะไรบ้าง

ตัวอย่างคุณสมบัติที่อาจพบ ได้แก่

  • การป้องกันแรงกระแทกบริเวณหัวรองเท้า
  • การป้องกันแรงกดบริเวณปลายเท้า
  • การต้านทานการลื่น
  • การต้านทานการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า
  • การป้องกันไฟฟ้าหรือคุณสมบัติทางไฟฟ้าเฉพาะ
  • การต้านทานน้ำมันหรือสารบางประเภท

สิ่งสำคัญคือควรอ่านมาตรฐานและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน เพราะคำว่า “เซฟตี้” เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ารองเท้าคู่นั้นสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ทุกประเภท

รองเท้าเซฟตี้แต่ละแบบเหมาะกับงานอะไร?

การเลือกให้เหมาะกับงานสามารถมองแบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

ลักษณะงานสิ่งที่ควรพิจารณา
งานก่อสร้างป้องกันปลายเท้า พื้นเหมาะกับพื้นที่ก่อสร้าง และการยึดเกาะ
งานช่างทั่วไปหัวรองเท้านิรภัย พื้นทนทาน และใส่สบาย
งานโรงงานกันลื่น ความทนทาน และคุณสมบัติตามความเสี่ยงของพื้นที่
งานคลังสินค้าน้ำหนักรองเท้า ความสบาย และการป้องกันปลายเท้า
งานพื้นที่เปียกพื้นรองเท้าต้านทานการลื่นและวัสดุที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
งานที่มีความเสี่ยงจากไฟฟ้าตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าและมาตรฐานให้ตรงกับงาน

ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น หากสถานที่ทำงานมีข้อกำหนดด้าน PPE หรือมาตรฐานเฉพาะ ควรยึดตามข้อกำหนดของหน่วยงานและข้อมูลผลิตภัณฑ์เป็นหลัก

รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กกับหัวคอมโพสิต ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักลังเลระหว่างหัวเหล็กกับหัวคอมโพสิต ซึ่งสามารถเปรียบเทียบในภาพรวมได้ดังนี้

หัวรองเท้าจุดเด่นสิ่งที่ควรพิจารณา
หัวเหล็กแข็งแรงและเป็นรูปแบบที่นิยมใช้อาจมีน้ำหนักมากกว่าในบางรุ่น
หัวคอมโพสิตไม่ใช่โลหะ และมักมีน้ำหนักเบากว่าในบางรุ่นต้องตรวจสอบมาตรฐานและระดับการป้องกันของรุ่นนั้น

ไม่ได้หมายความว่าหัวคอมโพสิตจะดีกว่าหัวเหล็ก หรือหัวเหล็กจะปลอดภัยกว่าเสมอไป เพราะสิ่งสำคัญคือ มาตรฐาน ระดับการป้องกัน และความเหมาะสมกับงาน

รองเท้าเซฟตี้ราคาแพงดีกว่าราคาถูกเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไปครับ

ราคาที่สูงขึ้นอาจมาพร้อมวัสดุ การออกแบบ ความสบาย หรือคุณสมบัติเฉพาะที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าราคาสูงทุกคู่จะเหมาะกับงานของเรามากที่สุด

วิธีเลือกที่ดีกว่าคือกำหนดก่อนว่าเราต้องการคุณสมบัติอะไร แล้วจึงเปรียบเทียบรองเท้าที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น

เช่น หากทำงานก่อสร้างทั่วไป อาจเน้นการป้องกันปลายเท้า พื้นที่เหมาะกับหน้างาน และความสบายในการเดิน แต่หากทำงานในพื้นที่เฉพาะ ก็อาจต้องเพิ่มคุณสมบัติด้านการลื่น ไฟฟ้า น้ำมัน หรือความเสี่ยงอื่นตามลักษณะงาน

วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ให้ใช้งานได้นาน

รองเท้าเซฟตี้ก็ต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกับอุปกรณ์ป้องกันชนิดอื่น

หลังใช้งานควรทำความสะอาดสิ่งสกปรกและปล่อยให้รองเท้าแห้งอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการเก็บรองเท้าที่เปียกชื้นไว้ในพื้นที่อับ เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์

ควรตรวจสอบเป็นระยะว่ามีส่วนใดเสียหายหรือไม่ เช่น

  • พื้นรองเท้าสึกมาก
  • พื้นเริ่มแยกออกจากตัวรองเท้า
  • วัสดุฉีกขาด
  • หัวรองเท้าเสียรูป
  • ระบบรัดหรือเชือกชำรุด
  • มีความเสียหายที่อาจทำให้คุณสมบัติการป้องกันลดลง

หากรองเท้าเสียหายจนไม่สามารถมั่นใจในคุณสมบัติด้านความปลอดภัยได้ ควรเปลี่ยนคู่ใหม่แทนการฝืนใช้งานต่อ

สรุป รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร?

การตอบคำถามว่า รองเท้าเซฟตี้เลือกอย่างไร ไม่ได้มีคำตอบว่ารองเท้ารุ่นไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ควรเริ่มจากการดู “ความเสี่ยงของงาน” เป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเลือกคุณสมบัติของรองเท้าให้เหมาะสม

สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่ ประเภทงาน หัวรองเท้า พื้นรองเท้า ขนาดและความพอดี น้ำหนัก มาตรฐาน และคุณสมบัติเฉพาะด้านความปลอดภัย

สำหรับคนทำงานก่อสร้างและช่าง การมีรองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะกับลักษณะงานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแต่งกาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงระหว่างทำงานด้วย ดังนั้นก่อนซื้อทุกครั้ง ควรดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และเลือกให้ตรงกับสภาพงานจริง เพื่อให้รองเท้าคู่นั้นทั้ง ปลอดภัย ใส่สบาย และใช้งานได้เหมาะสมกับหน้างาน

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สายฉีดชำระ ฉีดอย่างไร ? ให้ถูกวิธี

การใช้สายชำระที่ถูกวิธีควรฉีดจากส่วนที่สะอาดไปยังส่วนสกปรกเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค..

5 เทคนิคฉาบปูนให้เรียบเนียน

งานฉาบปูน เป็นส่วนสำคัญในงานก่อสร้าง เป็นงานพื้นฐานและงานหลักที่ต้องทำทุกครั้ง การฉาบปูนมีประโยชน์ในการเพิ่มความแข็งแรง ..

เกรียงสำหรับงานปูนมีกี่ชนิด และใช้งานอย่างไร

เกรียงสำหรับปาดปูนเป็นเครื่องมือก่อสร้างสำหรับงานปูนซีเมนต์ งานทาสี และงานเคลือบผิวประเภทต่าง ๆ โดยนำมาใช้ในการก่อ ฉาบ อ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.