Call Center : 02-091-9789
27 กรกฎาคม 2566
สำหรับคนที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ คงเคยเจอสถานการณ์ที่รถมีอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ต้องถอดน็อต เปลี่ยนชิ้นส่วน ตรวจแบตเตอรี่ ปรับตั้งบางจุด หรือบำรุงรักษาตามระยะ หลายงานสามารถทำได้เองหากมีความรู้พื้นฐานและเครื่องมือที่เหมาะสม
แต่เมื่อพูดถึงการซ่อมรถ หลายคนอาจสงสัยว่า “รู้หรือไม่จะซ่อมมอเตอร์ไซต์ ต้องมีเครื่องมืออะไรบ้าง?” เพราะเครื่องมือสำหรับงานมอเตอร์ไซค์มีตั้งแต่เครื่องมือพื้นฐานที่ควรมีติดบ้าน ไปจนถึงเครื่องมือเฉพาะทางสำหรับช่างมืออาชีพ
การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเครื่องมือที่ถูกประเภทจะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น ลดโอกาสทำให้น็อตหรือชิ้นส่วนเสียหาย และช่วยให้การซ่อมเป็นระบบมากขึ้น
ก่อนหยิบเครื่องมือออกมา สิ่งแรกที่ควรทำคือดูว่างานที่กำลังจะซ่อมเป็นงานประเภทไหน เพราะไม่ใช่ทุกงานที่เหมาะกับการทำเอง
งานบำรุงรักษาพื้นฐาน เช่น เปลี่ยนถ่ายของเหลวตามคู่มือ ตรวจแบตเตอรี่ หรือถอดชิ้นส่วนบางอย่าง อาจใช้เครื่องมือทั่วไปได้
แต่ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ ระบบเบรก ระบบเชื้อเพลิง ระบบไฟฟ้า หรือชิ้นส่วนที่มีผลต่อความปลอดภัยของรถ ควรมีความรู้และใช้เครื่องมือเฉพาะที่เหมาะสม หากไม่มั่นใจควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ
เครื่องมือสำหรับซ่อมมอเตอร์ไซค์มีหลายประเภท แต่สำหรับงานทั่วไปสามารถเริ่มจากเครื่องมือสำคัญต่อไปนี้
![]()
ประแจถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ เพราะรถมอเตอร์ไซค์มีน็อตและโบลต์หลายขนาด
ประแจที่พบได้บ่อย ได้แก่ ประแจปากตาย ประแจแหวน ประแจรวม และประแจเลื่อน
เหมาะสำหรับ
ถอดและขันน็อต
ถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ
งานบำรุงรักษาทั่วไป
งานประกอบชิ้นส่วน
หากต้องการความสะดวก ควรเลือกชุดประแจที่มีขนาดครอบคลุมกับน็อตที่ใช้กับรถรุ่นนั้น
![]()
หากต้องการซ่อมมอเตอร์ไซค์อย่างจริงจัง ชุดประแจบล็อกเป็นอีกหนึ่งชุดเครื่องมือที่ควรมี
ลูกบล็อกสามารถสวมเข้ากับด้ามขันหรือด้ามฟรี ทำให้สามารถถอดและขันน็อตได้สะดวก โดยเฉพาะบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด
เหมาะสำหรับ
ถอดน็อตเครื่องยนต์
ถอดชิ้นส่วนตัวถัง
ถอดล้อในงานที่ขนาดและรูปแบบน็อตรองรับ
งานซ่อมและบำรุงรักษาทั่วไป
![]()
ด้ามขันฟรี หรือ Ratchet Handle ใช้ร่วมกับลูกบล็อก ช่วยให้ขันหรือคลายน็อตได้รวดเร็วโดยไม่ต้องยกด้ามออกจากน็อตทุกครั้ง
เครื่องมือนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ที่มีระยะหมุนจำกัด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ด้ามฟรีเป็นเครื่องมือกระแทกหรือเพิ่มแรงด้วยวิธีที่ผู้ผลิตไม่ได้ออกแบบไว้

ไขควงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้กับสกรูหลายตำแหน่งของรถ โดยควรมีทั้งไขควงปากแบนและไขควงแฉกตามชนิดของสกรู
เหมาะสำหรับ
ถอดฝาครอบ
ถอดชิ้นส่วนพลาสติกบางประเภท
งานระบบไฟฟ้าบางส่วน
งานประกอบและบำรุงรักษา
ควรเลือกหัวไขควงให้ตรงกับร่องสกรู เพราะการใช้หัวผิดขนาดอาจทำให้หัวสกรูเสียหายและถอดออกได้ยาก
![]()
คีมมีประโยชน์กับงานซ่อมมอเตอร์ไซค์หลายประเภท โดยเฉพาะงานจับ ดัด ตัด หรือถอดชิ้นส่วนบางชนิด
คีมที่ควรมี เช่น
คีมปากจิ้งจก
คีมปากแหลม
คีมตัด
คีมล็อก
คีมถ่างแหวนล็อก
แต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกัน จึงควรเลือกให้ตรงกับงาน ไม่ควรใช้คีมผิดประเภทเพื่อฝืนจับหรือตัดชิ้นส่วนที่เกินพิกัด
![]()
ประแจปอนด์ หรือ Torque Wrench เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับงานที่ต้องควบคุมแรงขันของน็อตให้ได้ตามค่าที่กำหนด
งานซ่อมรถบางตำแหน่งไม่ควรขันด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เพราะแรงขันที่มากหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลต่อชิ้นส่วนได้
ดังนั้น หากคู่มือซ่อมหรือผู้ผลิตกำหนดค่าแรงขันไว้ ควรใช้ประแจปอนด์ที่มีช่วงการวัดเหมาะสมและตั้งค่าให้ถูกต้อง
![]()
สำหรับงานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าของมอเตอร์ไซค์ มัลติมิเตอร์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก เพราะสามารถใช้ตรวจวัดค่าทางไฟฟ้าได้หลายรูปแบบตามความสามารถของเครื่อง
สามารถใช้สำหรับ
ตรวจแรงดันไฟฟ้า
ตรวจความต่อเนื่องของวงจร
ตรวจสอบความต้านทาน
ตรวจสอบระบบไฟฟ้าบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกโหมดและช่วงการวัดให้ถูกต้องก่อนใช้งาน และควรศึกษาวิธีใช้เครื่องมือให้เข้าใจก่อนวัดวงจรจริง
![]()
หากต้องดูแลรถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่เหมาะกับชนิดแบตเตอรี่ของรถก็มีประโยชน์ โดยเฉพาะรถที่จอดเป็นเวลานาน
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบชนิดแบตเตอรี่ แรงดัน และข้อกำหนดของเครื่องชาร์จให้ตรงกัน ไม่ควรเลือกจากแรงดันเพียงอย่างเดียว
![]()
ลมยางเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อการขับขี่และการสึกหรอของยาง การมีเกจวัดแรงดันลมยางช่วยให้สามารถตรวจสอบแรงดันได้ง่ายขึ้น
ควรเติมลมตามค่าที่ผู้ผลิตรถหรือยางกำหนด ไม่ควรใช้ความรู้สึกจากการกดด้วยมือเป็นหลัก เพราะไม่สามารถบอกค่าแรงดันได้อย่างแม่นยำ
![]()
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรถด้วยตัวเอง อาจมีชุดงัดยางหรืออุปกรณ์สำหรับงานยางติดไว้ได้ แต่เครื่องมือประเภทนี้ควรใช้ให้เหมาะกับชนิดล้อและยาง
การงัดผิดวิธีอาจทำให้ขอบล้อ ยาง หรือชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเสียหายได้
![]()
หัวเทียนเป็นชิ้นส่วนที่ต้องใช้เครื่องมือขนาดและรูปแบบที่เหมาะสมในการถอด หากรถรุ่นนั้นใช้หัวเทียนที่สามารถถอดด้วยประแจหัวเทียนตามมาตรฐานที่กำหนด
ประแจประเภทนี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงหัวเทียนในตำแหน่งที่ลึกหรือมีพื้นที่จำกัดได้สะดวกขึ้น
ก่อนถอดควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพที่เหมาะสมและปฏิบัติตามคู่มือของรถ
เมื่อเป็นงานซ่อมที่ลึกขึ้น อาจต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น เครื่องมือถอดชิ้นส่วนคลัตช์ เครื่องมือถอดชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อน เครื่องมือถอดลูกปืน หรือเครื่องมือสำหรับงานช่วงล่าง
เครื่องมือเหล่านี้ควรเลือกให้ตรงกับรถและชิ้นส่วน เพราะรูปแบบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น
| เครื่องมือ | ใช้ทำอะไร | ระดับการใช้งาน |
|---|---|---|
| ชุดประแจ | ถอด-ขันน็อต | พื้นฐาน |
| ชุดลูกบล็อก | ถอด-ขันน็อตหลายตำแหน่ง | พื้นฐาน-กลาง |
| ด้ามขันฟรี | ขันน็อตในพื้นที่จำกัด | พื้นฐาน |
| ไขควง | ถอดและขันสกรู | พื้นฐาน |
| คีม | จับ ตัด ดัด | พื้นฐาน |
| ประแจปอนด์ | ควบคุมแรงขัน | กลาง-มืออาชีพ |
| มัลติมิเตอร์ | ตรวจวัดระบบไฟฟ้า | กลาง |
| เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ | ชาร์จแบตเตอรี่ตามประเภท | พื้นฐาน |
| เกจวัดลมยาง | ตรวจแรงดันลม | พื้นฐาน |
| ชุดงัดยาง | ถอด/ติดตั้งยางตามประเภทงาน | กลาง |
| ประแจหัวเทียน | ถอดและติดตั้งหัวเทียน | พื้นฐาน |
| เครื่องมือเฉพาะทาง | ถอดหรือซ่อมชิ้นส่วนเฉพาะ | มืออาชีพ |
ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องมือทุกชนิดพร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มดูแลรถเอง
สามารถเริ่มจากชุดพื้นฐาน เช่น
ชุดแรก:
ประแจ + ลูกบล็อก + ด้ามขันฟรี + ไขควง + คีม
ชุดที่สอง:
ประแจปอนด์ + มัลติมิเตอร์ + เกจวัดลมยาง
ชุดที่สาม:
เครื่องมือเฉพาะทางตามงานที่ต้องซ่อมจริง
วิธีนี้ช่วยให้ซื้อเครื่องมืออย่างคุ้มค่า เพราะไม่ต้องมีเครื่องมือเฉพาะทางที่แทบไม่ได้ใช้งาน
การเลือกเครื่องมือไม่ควรดูเพียงจำนวนชิ้นในกล่อง เพราะชุดที่มีเครื่องมือจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับรถของเราที่สุด
ตรวจสอบก่อนว่ารถของเราใช้ขนาดประแจหรือลูกบล็อกอะไรบ้าง แล้วเลือกชุดที่ครอบคลุมขนาดเหล่านั้น
หากใช้งานเป็นประจำ ควรเลือกเครื่องมือที่แข็งแรงและมีคุณภาพเหมาะกับลักษณะงาน เพราะเครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้น็อตเสียหรือเครื่องมือชำรุดได้ง่าย
เครื่องมือบางอย่างออกแบบมาสำหรับรถหรือชิ้นส่วนบางประเภทโดยเฉพาะ จึงควรตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อนซื้อ
กล่องเครื่องมือที่จัดช่องเป็นสัดส่วนช่วยให้ค้นหาเครื่องมือได้ง่าย และลดโอกาสที่เครื่องมือจะสูญหายหรือได้รับความเสียหาย
การซ่อมรถไม่ควรให้ความสำคัญกับความสะดวกเพียงอย่างเดียว เพราะรถมีทั้งชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ระบบไฟฟ้า ของเหลว และชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก
ก่อนเริ่มงานควรจอดรถบนพื้นเรียบและมั่นคง ดับเครื่องยนต์ และรอให้ชิ้นส่วนที่มีความร้อนลดลงก่อนจับต้อง
หากต้องยกรถ ควรใช้ขาตั้งหรืออุปกรณ์รองรับที่เหมาะสมและมั่นคง ไม่ควรพึ่งแม่แรงหรืออุปกรณ์ยกเพียงอย่างเดียวในกรณีที่ต้องทำงานใต้รถ
สำหรับงานระบบไฟฟ้า ควรปฏิบัติตามคู่มือและขั้นตอนที่เหมาะสม ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับเบรก ช่วงล่าง เครื่องยนต์ หรือระบบสำคัญต่อความปลอดภัย หากไม่มั่นใจควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ
ลองนึกภาพว่าต้องถอดน็อต แต่เลือกใช้คีมแทนประแจเพราะหาเครื่องมือไม่เจอ แม้อาจสามารถหมุนออกได้ในบางสถานการณ์ แต่ปากคีมอาจทำให้น็อตเป็นรอยหรือหัวน็อตเสียรูป
เช่นเดียวกับการใช้ไขควงผิดขนาด อาจทำให้หัวสกรูรูด และสุดท้ายต้องเสียเวลาเพิ่มเพื่อแก้ปัญหา
การมีเครื่องมือที่เหมาะสมจึงไม่ได้ช่วยแค่ “ทำงานง่ายขึ้น” แต่ยังช่วยรักษาสภาพของชิ้นส่วนและลดโอกาสเกิดความเสียหายที่ไม่จำเป็น
รู้หรือไม่จะซ่อมมอเตอร์ไซต์ ต้องมีเครื่องมืออะไรบ้าง? สำหรับการดูแลและซ่อมบำรุงพื้นฐาน ควรเริ่มจากเครื่องมือที่ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ชุดประแจ ชุดลูกบล็อก ด้ามขันฟรี ไขควง และคีม จากนั้นจึงเพิ่มเครื่องมืออย่างประแจปอนด์ มัลติมิเตอร์ เกจวัดลมยาง และเครื่องมือเฉพาะทางตามลักษณะงาน
สิ่งสำคัญไม่ใช่การมีเครื่องมือจำนวนมากที่สุด แต่คือ การเลือกเครื่องมือให้ตรงกับงาน ใช้อย่างถูกวิธี และรู้ขีดจำกัดของตัวเอง เพราะงานซ่อมบางประเภทเกี่ยวข้องกับระบบที่มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่
หากเป็นงานที่ไม่มั่นใจ โดยเฉพาะระบบเบรก ช่วงล่าง เครื่องยนต์ หรือระบบไฟฟ้าที่ซับซ้อน การให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ