×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

รู้หรือไม่ ท่อหด มีคุณสมบัติอย่างไร?

21 สิงหาคม 2566
รู้หรือไม่ ท่อหด มีคุณสมบัติอย่างไร?

ท่อหด คืออะไร? รู้จักอุปกรณ์ช่วยจัดระเบียบและป้องกันสายไฟ พร้อมวิธีเลือกใช้งาน



ในงานไฟฟ้าและงานช่าง บางครั้งปัญหาที่เจอบ่อยไม่ได้มีแค่เรื่องการต่อสายให้ใช้งานได้ แต่ยังรวมถึงการ ป้องกันจุดต่อสายไฟ การจัดระเบียบสาย และลดโอกาสที่สายจะได้รับความเสียหายจากภายนอก

หนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้กับงานลักษณะนี้ก็คือ “ท่อหด” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาเรียบง่าย แต่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะบริเวณจุดต่อสายไฟหรือสายเคเบิลที่ต้องการฉนวนและการป้องกันเพิ่มเติม

แล้ว ท่อหด คืออะไร ทำงานอย่างไร มีแบบไหนบ้าง และควรเลือกขนาดอย่างไรให้เหมาะกับสายไฟ? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่าย


ท่อหด คืออะไร?

ท่อหด คือ วัสดุฉนวนรูปทรงท่อที่สามารถหดตัวเมื่อได้รับความร้อน โดยทั่วไปผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์ เช่น โพลีโอเลฟิน และถูกนำมาใช้สำหรับหุ้มสายไฟ จุดต่อสายไฟ ขั้วต่อ หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการการป้องกัน

เมื่อสวมท่อหดเข้ากับสายไฟแล้วให้ความร้อนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม ท่อจะค่อย ๆ หดตัวและแนบไปกับสายหรือจุดที่ต้องการหุ้ม

ลักษณะการใช้งานจึงแตกต่างจากเทปพันสายไฟ เพราะท่อหดจะช่วยให้บริเวณที่หุ้มมีความเรียบร้อยและยึดเกาะกับชิ้นงานได้ดี


ท่อหดทำงานอย่างไร?

หลักการของท่อหดค่อนข้างง่าย

ก่อนให้ความร้อน ท่อจะมีขนาดใหญ่กว่าขนาดหลังการหดตัว เมื่อได้รับความร้อนตามช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด วัสดุจะเกิดการหดตัวเข้าหาสายหรือชิ้นงานที่อยู่ด้านใน

สามารถมองขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้

1. เลือกท่อหดให้มีขนาดเหมาะสม
ต้องสามารถสวมผ่านสายหรือจุดต่อที่ต้องการหุ้มได้

2. สวมท่อหดเข้ากับสาย
ควรใส่ท่อเข้าไปก่อนทำการต่อสาย หากเป็นจุดต่อที่ท่อไม่สามารถสวมผ่านภายหลังได้

3. จัดตำแหน่ง
เลื่อนท่อให้คลุมบริเวณที่ต้องการป้องกัน

4. ให้ความร้อน
ใช้ลมร้อนหรืออุปกรณ์ให้ความร้อนที่เหมาะสม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

5. ท่อจะหดตัว
เมื่อได้รับความร้อนอย่างเหมาะสม ท่อจะหดและแนบไปกับสาย


ท่อหดใช้ทำอะไร?

ประโยชน์ของท่อหดไม่ได้มีเพียงการทำให้สายไฟดูเรียบร้อยขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันบริเวณที่ต้องการได้หลายด้าน

ป้องกันจุดต่อสายไฟ

หลังจากต่อสายไฟ จุดต่ออาจต้องได้รับการหุ้มฉนวนเพิ่มเติม ท่อหดสามารถใช้คลุมบริเวณดังกล่าวได้

ช่วยจัดระเบียบสาย

เมื่อนำท่อหดมาใช้กับสายหรือชุดสายหลายเส้น จะช่วยให้บริเวณสายดูเป็นระเบียบมากขึ้น

ป้องกันการเสียดสี

ท่อหดสามารถช่วยเพิ่มชั้นป้องกันบริเวณสายที่มีโอกาสสัมผัสหรือเสียดสีกับชิ้นส่วนอื่น ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดและความหนาให้เหมาะกับงาน

ป้องกันความชื้นในบางรุ่น

ท่อหดบางชนิดเป็น ท่อหดแบบมีกาวด้านใน เมื่อได้รับความร้อน กาวจะละลายและช่วยซีลบริเวณที่หุ้ม ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการการปิดผนึกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระดับการป้องกันน้ำหรือความชื้นขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และวิธีติดตั้ง ไม่ควรเหมารวมว่าท่อหดทุกชนิดกันน้ำได้


ท่อหดมีกี่ประเภท?

ท่อหดมีหลายประเภท หากแบ่งตามลักษณะการใช้งานที่พบได้ทั่วไป สามารถทำความเข้าใจได้ดังนี้

1. ท่อหดแบบธรรมดา



เป็นท่อหดที่ไม่มีชั้นกาวด้านใน เมื่อนำไปให้ความร้อน ท่อจะหดตัวและแนบกับสายหรือชิ้นงาน

เหมาะกับงานทั่วไป เช่น

  • หุ้มสายไฟ
  • หุ้มจุดต่อสาย
  • จัดระเบียบสาย
  • ป้องกันการเสียดสี
  • งานอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท

2. ท่อหดแบบมีกาว



ด้านในของท่อมีชั้นกาว เมื่อได้รับความร้อน กาวจะช่วยยึดเกาะกับพื้นผิวและช่วยปิดผนึกบริเวณที่หุ้ม

เหมาะกับงานที่ต้องการการซีลหรือการป้องกันความชื้นในระดับที่ผลิตภัณฑ์รองรับ

ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดของผู้ผลิต เช่น อัตราการหดตัว ช่วงอุณหภูมิ และระดับการป้องกันที่ระบุไว้


3. ท่อหดหลายสี



มีให้เลือกหลายสี เช่น ดำ แดง น้ำเงิน เหลือง หรือสีอื่น ๆ

นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว สีของท่อหดยังสามารถนำมาใช้ช่วย แยกประเภทหรือระบุสายไฟ เพื่อให้ตรวจสอบสายได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การกำหนดสีสายไฟควรสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของงานนั้น ๆ


อัตราการหดของท่อหดคืออะไร?

เรื่องหนึ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อท่อหดคือ อัตราการหดตัว

ตัวอย่างเช่น หากท่อมีอัตราการหด 2:1 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อในสภาวะเริ่มต้นสามารถหดลงได้ประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม เมื่อผ่านกระบวนการให้ความร้อนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

ส่วนท่อที่มีอัตรา 3:1 จะสามารถรองรับความแตกต่างของขนาดได้มากกว่าแบบ 2:1

ดังนั้นหากจุดที่ต้องการหุ้มมีขนาดไม่สม่ำเสมอ การเลือกอัตราการหดที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ

หมายเหตุ: อัตราการหดไม่ได้หมายถึงความหนาของท่อ และรายละเอียดจริงควรดูจากสเปกของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น


วิธีเลือกขนาดท่อหดให้เหมาะกับสายไฟ

การเลือกท่อหดไม่ควรดูแค่ความยาว แต่ควรดู เส้นผ่านศูนย์กลางก่อนหดและหลังหด ด้วย

ตัวอย่างง่าย ๆ หากสายหรือจุดต่อมีขนาดประมาณ 6 มม. ควรเลือกท่อที่สามารถสวมผ่านจุดดังกล่าวได้ และเมื่อหดแล้วสามารถรัดแนบกับชิ้นงานได้อย่างเหมาะสม

หลักในการเลือกมีดังนี้

ก่อนหด

ท่อต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะสวมผ่านสายหรือจุดต่อได้

หลังหด

ท่อควรหดจนแนบกับสายหรือชิ้นงานอย่างเหมาะสม ไม่หลวมจนเกินไป

ความยาว

ควรเผื่อความยาวให้เพียงพอกับบริเวณที่ต้องการหุ้ม เพราะท่อบางชนิดอาจหดตัวตามความยาวเล็กน้อยเมื่อได้รับความร้อน


ท่อหดใช้กับงานอะไรได้บ้าง?

ท่อหดสามารถพบได้ในงานหลายประเภท เช่น

งานไฟฟ้า



ใช้หุ้มจุดต่อสายไฟและช่วยเพิ่มฉนวนในบริเวณที่เหมาะสม

งานอิเล็กทรอนิกส์



ใช้จัดระเบียบสายและป้องกันบริเวณจุดต่อของสายขนาดเล็ก

งานรถยนต์และรถจักรยานยนต์



ใช้กับชุดสายไฟหรือจุดต่อบางประเภท โดยต้องเลือกท่อที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อมของงาน

งานซ่อมบำรุง



ใช้เป็นวัสดุช่วยป้องกันสายจากการเสียดสีหรือจัดระเบียบชุดสาย

งาน DIY



เหมาะสำหรับงานประดิษฐ์และซ่อมแซมที่ต้องการหุ้มสายไฟให้เรียบร้อย


วิธีใช้ท่อหดอย่างถูกต้อง

การใช้ท่อหดไม่ได้ซับซ้อน แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรระวัง

ขั้นตอนที่ 1 เลือกขนาดให้เหมาะสม

ตรวจสอบขนาดก่อนหดและหลังหด รวมถึงอัตราการหดของท่อ

ขั้นตอนที่ 2 สวมท่อก่อนทำจุดต่อ

หากต้องใช้ท่อหดกับจุดต่อสาย ควรสวมท่อเข้าไปบนสายก่อนที่จะต่อสายเข้าด้วยกัน เพราะหลังต่อแล้วอาจไม่สามารถสวมท่อผ่านจุดต่อได้

ขั้นตอนที่ 3 จัดตำแหน่ง

เลื่อนท่อให้คลุมบริเวณที่ต้องการอย่างพอดี

ขั้นตอนที่ 4 ให้ความร้อน

ใช้ปืนลมร้อนหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม ให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามช่วงอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบหลังหด

ดูว่าท่อแนบกับชิ้นงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีรอยไหม้ รอยฉีก หรือส่วนที่หดไม่สมบูรณ์


ข้อควรระวังในการใช้ท่อหด

แม้ท่อหดจะใช้งานง่าย แต่การให้ความร้อนก็ต้องระมัดระวัง

อย่าใช้ความร้อนสูงเกินไป เพราะอาจทำให้ท่อไหม้หรือทำลายฉนวนของสายไฟได้

อย่าให้ความร้อนอยู่จุดเดียวนานเกินไป ควรเคลื่อนแหล่งความร้อนให้ทั่วบริเวณ

ตรวจสอบสายไฟก่อนใช้งาน ท่อหดเป็นวัสดุสำหรับหุ้มและป้องกัน ไม่ควรใช้เพื่อแก้ไขสายไฟที่มีความเสียหายรุนแรงโดยไม่ซ่อมแซมสาเหตุ

เลือกท่อให้ตรงกับงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน สารเคมี น้ำมัน หรือสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง


ท่อหดกับเทปพันสายไฟ ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองอย่างสามารถใช้กับงานไฟฟ้าได้ แต่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน

ท่อหด มีลักษณะเป็นปลอกที่หดตัวเข้าหาชิ้นงานเมื่อได้รับความร้อน ทำให้การหุ้มมีความเรียบร้อยและยึดเกาะกับชิ้นงานตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์

ส่วน เทปพันสายไฟ สามารถพันรอบสายได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อน และเหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้งหรือซ่อมแซม

ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่ควรเลือกตามลักษณะงานและคุณสมบัติที่ต้องการ


วิธีเก็บรักษาท่อหด

ท่อหดควรเก็บในบริเวณที่แห้งและไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน

ควรหลีกเลี่ยงการเก็บใกล้แหล่งความร้อนและสารเคมีที่อาจทำปฏิกิริยากับวัสดุ

หากเป็นท่อหดแบบมีกาว ควรให้ความสำคัญกับคำแนะนำในการจัดเก็บจากผู้ผลิตเป็นพิเศษ เพื่อรักษาคุณสมบัติของกาวให้อยู่ในสภาพเหมาะสม


สรุป ท่อหด คืออะไร?

ท่อหด คือ วัสดุฉนวนรูปทรงท่อที่สามารถหดตัวเมื่อได้รับความร้อน นิยมใช้สำหรับหุ้มสายไฟ จุดต่อสาย และชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มการป้องกัน จัดระเบียบสาย และทำให้งานดูเรียบร้อยขึ้น

ท่อหดมีหลายรูปแบบ เช่น ท่อหดแบบธรรมดา ท่อหดแบบมีกาว และท่อหดหลายสี รวมถึงมีอัตราการหดและขนาดที่แตกต่างกัน

การเลือกท่อหดที่เหมาะสมจึงควรดูทั้ง ขนาดก่อนหด ขนาดหลังหด อัตราการหด วัสดุ ช่วงอุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมของงาน

สำหรับงานไฟฟ้า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการทำให้สายดูเรียบร้อย แต่ต้องเลือกวัสดุให้ตรงกับลักษณะงานและใช้งานตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การหุ้มสายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

การวางแผนก่อสร้างที่ดีมีกี่องค์ประกอบ?

เหตุผลที่การวางแผนก่อสร้างที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะว่าวัสดุก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพและความประสิทธิภาพของโค..

มาทำความรู้จัก ดินสอช่าง

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่อง ดินสอในงานช่าง หากคุณทำงานเกี่ยวกับงานไม้ ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพ หรือ มือสมัครเล่นก็ตาม คุณต้องเคย..

วัสดุก่อสร้างแบบไหน? เหมาะสำหรับบ้านของคุณ

การสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้านเป็นกระบวนการที่ต้องให้ความสำคัญในการเลือกวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.