Call Center : 02-091-9789
21 สิงหาคม 2566
ในงานไฟฟ้าและงานช่าง บางครั้งปัญหาที่เจอบ่อยไม่ได้มีแค่เรื่องการต่อสายให้ใช้งานได้ แต่ยังรวมถึงการ ป้องกันจุดต่อสายไฟ การจัดระเบียบสาย และลดโอกาสที่สายจะได้รับความเสียหายจากภายนอก
หนึ่งในอุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้กับงานลักษณะนี้ก็คือ “ท่อหด” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หน้าตาเรียบง่าย แต่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะบริเวณจุดต่อสายไฟหรือสายเคเบิลที่ต้องการฉนวนและการป้องกันเพิ่มเติม
แล้ว ท่อหด คืออะไร ทำงานอย่างไร มีแบบไหนบ้าง และควรเลือกขนาดอย่างไรให้เหมาะกับสายไฟ? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่าย
ท่อหด คือ วัสดุฉนวนรูปทรงท่อที่สามารถหดตัวเมื่อได้รับความร้อน โดยทั่วไปผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์ เช่น โพลีโอเลฟิน และถูกนำมาใช้สำหรับหุ้มสายไฟ จุดต่อสายไฟ ขั้วต่อ หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการการป้องกัน
เมื่อสวมท่อหดเข้ากับสายไฟแล้วให้ความร้อนด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม ท่อจะค่อย ๆ หดตัวและแนบไปกับสายหรือจุดที่ต้องการหุ้ม
ลักษณะการใช้งานจึงแตกต่างจากเทปพันสายไฟ เพราะท่อหดจะช่วยให้บริเวณที่หุ้มมีความเรียบร้อยและยึดเกาะกับชิ้นงานได้ดี
หลักการของท่อหดค่อนข้างง่าย
ก่อนให้ความร้อน ท่อจะมีขนาดใหญ่กว่าขนาดหลังการหดตัว เมื่อได้รับความร้อนตามช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด วัสดุจะเกิดการหดตัวเข้าหาสายหรือชิ้นงานที่อยู่ด้านใน
สามารถมองขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้
1. เลือกท่อหดให้มีขนาดเหมาะสม
ต้องสามารถสวมผ่านสายหรือจุดต่อที่ต้องการหุ้มได้
2. สวมท่อหดเข้ากับสาย
ควรใส่ท่อเข้าไปก่อนทำการต่อสาย หากเป็นจุดต่อที่ท่อไม่สามารถสวมผ่านภายหลังได้
3. จัดตำแหน่ง
เลื่อนท่อให้คลุมบริเวณที่ต้องการป้องกัน
4. ให้ความร้อน
ใช้ลมร้อนหรืออุปกรณ์ให้ความร้อนที่เหมาะสม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต
5. ท่อจะหดตัว
เมื่อได้รับความร้อนอย่างเหมาะสม ท่อจะหดและแนบไปกับสาย
ประโยชน์ของท่อหดไม่ได้มีเพียงการทำให้สายไฟดูเรียบร้อยขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันบริเวณที่ต้องการได้หลายด้าน
หลังจากต่อสายไฟ จุดต่ออาจต้องได้รับการหุ้มฉนวนเพิ่มเติม ท่อหดสามารถใช้คลุมบริเวณดังกล่าวได้
เมื่อนำท่อหดมาใช้กับสายหรือชุดสายหลายเส้น จะช่วยให้บริเวณสายดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ท่อหดสามารถช่วยเพิ่มชั้นป้องกันบริเวณสายที่มีโอกาสสัมผัสหรือเสียดสีกับชิ้นส่วนอื่น ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดและความหนาให้เหมาะกับงาน
ท่อหดบางชนิดเป็น ท่อหดแบบมีกาวด้านใน เมื่อได้รับความร้อน กาวจะละลายและช่วยซีลบริเวณที่หุ้ม ทำให้เหมาะกับงานที่ต้องการการปิดผนึกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระดับการป้องกันน้ำหรือความชื้นขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์และวิธีติดตั้ง ไม่ควรเหมารวมว่าท่อหดทุกชนิดกันน้ำได้
ท่อหดมีหลายประเภท หากแบ่งตามลักษณะการใช้งานที่พบได้ทั่วไป สามารถทำความเข้าใจได้ดังนี้
![]()
เป็นท่อหดที่ไม่มีชั้นกาวด้านใน เมื่อนำไปให้ความร้อน ท่อจะหดตัวและแนบกับสายหรือชิ้นงาน
เหมาะกับงานทั่วไป เช่น
ด้านในของท่อมีชั้นกาว เมื่อได้รับความร้อน กาวจะช่วยยึดเกาะกับพื้นผิวและช่วยปิดผนึกบริเวณที่หุ้ม
เหมาะกับงานที่ต้องการการซีลหรือการป้องกันความชื้นในระดับที่ผลิตภัณฑ์รองรับ
ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดของผู้ผลิต เช่น อัตราการหดตัว ช่วงอุณหภูมิ และระดับการป้องกันที่ระบุไว้
มีให้เลือกหลายสี เช่น ดำ แดง น้ำเงิน เหลือง หรือสีอื่น ๆ
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว สีของท่อหดยังสามารถนำมาใช้ช่วย แยกประเภทหรือระบุสายไฟ เพื่อให้ตรวจสอบสายได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม การกำหนดสีสายไฟควรสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของงานนั้น ๆ
เรื่องหนึ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อท่อหดคือ อัตราการหดตัว
ตัวอย่างเช่น หากท่อมีอัตราการหด 2:1 หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อในสภาวะเริ่มต้นสามารถหดลงได้ประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม เมื่อผ่านกระบวนการให้ความร้อนตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
ส่วนท่อที่มีอัตรา 3:1 จะสามารถรองรับความแตกต่างของขนาดได้มากกว่าแบบ 2:1
ดังนั้นหากจุดที่ต้องการหุ้มมีขนาดไม่สม่ำเสมอ การเลือกอัตราการหดที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ
หมายเหตุ: อัตราการหดไม่ได้หมายถึงความหนาของท่อ และรายละเอียดจริงควรดูจากสเปกของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
การเลือกท่อหดไม่ควรดูแค่ความยาว แต่ควรดู เส้นผ่านศูนย์กลางก่อนหดและหลังหด ด้วย
ตัวอย่างง่าย ๆ หากสายหรือจุดต่อมีขนาดประมาณ 6 มม. ควรเลือกท่อที่สามารถสวมผ่านจุดดังกล่าวได้ และเมื่อหดแล้วสามารถรัดแนบกับชิ้นงานได้อย่างเหมาะสม
หลักในการเลือกมีดังนี้
ท่อต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะสวมผ่านสายหรือจุดต่อได้
ท่อควรหดจนแนบกับสายหรือชิ้นงานอย่างเหมาะสม ไม่หลวมจนเกินไป
ควรเผื่อความยาวให้เพียงพอกับบริเวณที่ต้องการหุ้ม เพราะท่อบางชนิดอาจหดตัวตามความยาวเล็กน้อยเมื่อได้รับความร้อน
ท่อหดสามารถพบได้ในงานหลายประเภท เช่น
ใช้หุ้มจุดต่อสายไฟและช่วยเพิ่มฉนวนในบริเวณที่เหมาะสม
ใช้จัดระเบียบสายและป้องกันบริเวณจุดต่อของสายขนาดเล็ก
ใช้กับชุดสายไฟหรือจุดต่อบางประเภท โดยต้องเลือกท่อที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อมของงาน
ใช้เป็นวัสดุช่วยป้องกันสายจากการเสียดสีหรือจัดระเบียบชุดสาย
เหมาะสำหรับงานประดิษฐ์และซ่อมแซมที่ต้องการหุ้มสายไฟให้เรียบร้อย
การใช้ท่อหดไม่ได้ซับซ้อน แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรระวัง
ตรวจสอบขนาดก่อนหดและหลังหด รวมถึงอัตราการหดของท่อ
หากต้องใช้ท่อหดกับจุดต่อสาย ควรสวมท่อเข้าไปบนสายก่อนที่จะต่อสายเข้าด้วยกัน เพราะหลังต่อแล้วอาจไม่สามารถสวมท่อผ่านจุดต่อได้
เลื่อนท่อให้คลุมบริเวณที่ต้องการอย่างพอดี
ใช้ปืนลมร้อนหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม ให้ความร้อนอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามช่วงอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด
ดูว่าท่อแนบกับชิ้นงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีรอยไหม้ รอยฉีก หรือส่วนที่หดไม่สมบูรณ์
แม้ท่อหดจะใช้งานง่าย แต่การให้ความร้อนก็ต้องระมัดระวัง
อย่าใช้ความร้อนสูงเกินไป เพราะอาจทำให้ท่อไหม้หรือทำลายฉนวนของสายไฟได้
อย่าให้ความร้อนอยู่จุดเดียวนานเกินไป ควรเคลื่อนแหล่งความร้อนให้ทั่วบริเวณ
ตรวจสอบสายไฟก่อนใช้งาน ท่อหดเป็นวัสดุสำหรับหุ้มและป้องกัน ไม่ควรใช้เพื่อแก้ไขสายไฟที่มีความเสียหายรุนแรงโดยไม่ซ่อมแซมสาเหตุ
เลือกท่อให้ตรงกับงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน สารเคมี น้ำมัน หรือสภาพแวดล้อมกลางแจ้ง
ทั้งสองอย่างสามารถใช้กับงานไฟฟ้าได้ แต่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
ท่อหด มีลักษณะเป็นปลอกที่หดตัวเข้าหาชิ้นงานเมื่อได้รับความร้อน ทำให้การหุ้มมีความเรียบร้อยและยึดเกาะกับชิ้นงานตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
ส่วน เทปพันสายไฟ สามารถพันรอบสายได้โดยไม่ต้องใช้ความร้อน และเหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้งหรือซ่อมแซม
ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่ควรเลือกตามลักษณะงานและคุณสมบัติที่ต้องการ
ท่อหดควรเก็บในบริเวณที่แห้งและไม่โดนแสงแดดหรือความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน
ควรหลีกเลี่ยงการเก็บใกล้แหล่งความร้อนและสารเคมีที่อาจทำปฏิกิริยากับวัสดุ
หากเป็นท่อหดแบบมีกาว ควรให้ความสำคัญกับคำแนะนำในการจัดเก็บจากผู้ผลิตเป็นพิเศษ เพื่อรักษาคุณสมบัติของกาวให้อยู่ในสภาพเหมาะสม
ท่อหด คือ วัสดุฉนวนรูปทรงท่อที่สามารถหดตัวเมื่อได้รับความร้อน นิยมใช้สำหรับหุ้มสายไฟ จุดต่อสาย และชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มการป้องกัน จัดระเบียบสาย และทำให้งานดูเรียบร้อยขึ้น
ท่อหดมีหลายรูปแบบ เช่น ท่อหดแบบธรรมดา ท่อหดแบบมีกาว และท่อหดหลายสี รวมถึงมีอัตราการหดและขนาดที่แตกต่างกัน
การเลือกท่อหดที่เหมาะสมจึงควรดูทั้ง ขนาดก่อนหด ขนาดหลังหด อัตราการหด วัสดุ ช่วงอุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมของงาน
สำหรับงานไฟฟ้า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการทำให้สายดูเรียบร้อย แต่ต้องเลือกวัสดุให้ตรงกับลักษณะงานและใช้งานตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้การหุ้มสายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ