Call Center : 02-091-9789
30 สิงหาคม 2566
การทาสีบ้านอาจดูเหมือนเป็นงานง่าย แค่เปิดกระป๋องสีแล้วใช้ลูกกลิ้งทาลงบนผนัง แต่ถ้าเคยลองทำจริงจะรู้ว่า การทาสีบ้านให้สวยไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกสีที่ชอบ เพราะยังมีเรื่องของการเตรียมพื้นผิว การเลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ อุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงวิธีการทาสีที่ถูกต้อง
บางครั้งซื้อสีราคาแพงมา แต่พอทาออกมาแล้วสีไม่เรียบ เป็นคราบ สีลอก หรือดูไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายก็ต้องเสียทั้งเวลาและเงินในการแก้ไข
จริง ๆ แล้วการทาสีบ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากรู้ขั้นตอนพื้นฐานและเตรียมงานให้พร้อมก่อนลงมือ วันนี้เราจะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมผนัง การเลือกสี อุปกรณ์ที่ควรมี ไปจนถึงเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ผลงานออกมาดูเรียบร้อยมากขึ้น
การทาสีบ้าน คือ กระบวนการเคลือบสีลงบนพื้นผิวต่าง ๆ ของบ้าน เช่น ผนังปูน ฝ้าเพดาน ไม้ หรือโลหะ เพื่อเพิ่มความสวยงามและช่วยปกป้องพื้นผิวจากสภาพแวดล้อม
สีทาบ้านไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านมีสีสันเท่านั้น แต่สีบางประเภทสามารถช่วยป้องกันความชื้น เชื้อรา คราบสกปรก แสงแดด และการเสื่อมสภาพของพื้นผิวได้ด้วย
ดังนั้น ก่อนเริ่มทาสี สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่แค่ “อยากได้สีอะไร?” แต่ควรถามด้วยว่า “พื้นผิวที่จะทาคืออะไร และพื้นที่นั้นต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบไหน?”
หนึ่งในขั้นตอนที่หลายคนมักมองข้ามคือ การเตรียมพื้นผิว
จริง ๆ แล้วขั้นตอนนี้มีผลกับความสวยและความทนทานของสีค่อนข้างมาก ต่อให้เลือกสีคุณภาพดี แต่ถ้าพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่าที่ลอก หรือความชื้นสะสมอยู่ สีที่ทาลงไปก็อาจมีปัญหาได้
ก่อนเริ่มงานจึงควรตรวจสอบพื้นผิวก่อนว่าอยู่ในสภาพพร้อมทาหรือไม่
ถ้าพบปัญหาเหล่านี้ ควรแก้ไขก่อนทาสีจริง
การทาสีบ้านให้เรียบร้อยสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้
ก่อนนำสีมาทา ควรเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของที่อยู่ใกล้บริเวณทำงานออกไปก่อน
ส่วนสิ่งของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ เช่น วงกบประตู หน้าต่าง สวิตช์ไฟ หรือพื้น ควรใช้เทปกาวสำหรับงานทาสีและวัสดุป้องกันคลุมบริเวณเหล่านั้น
ขั้นตอนนี้อาจดูเสียเวลา แต่ช่วยลดปัญหาสีเปื้อนบริเวณที่ไม่ต้องการได้เยอะ
ผนังที่มีฝุ่นหรือคราบสกปรกควรทำความสะอาดก่อน
ถ้าผนังมีคราบมันหรือสิ่งสกปรกที่ติดแน่น ควรใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมกับพื้นผิว และปล่อยให้แห้งก่อนเริ่มขั้นตอนต่อไป
สำหรับผนังภายนอกที่มีตะไคร่น้ำหรือเชื้อรา ต้องจัดการปัญหาเหล่านี้ก่อน ไม่ควรทาสีทับทันที
หากผนังมีรอยแตกร้าว รูตะปู หรือพื้นผิวไม่เรียบ ควรซ่อมแซมก่อนทาสี
การทาสีทับรอยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผนังเรียบขึ้น และเมื่อสีแห้งแล้ว รอยเดิมก็ยังสามารถมองเห็นได้
หลังจากซ่อมแล้วควรรอให้วัสดุแห้งตามคำแนะนำ จากนั้นจึงขัดแต่งพื้นผิวให้เรียบ
การขัดช่วยทำให้พื้นผิวเรียบและช่วยจัดการกับสีเก่าหรือส่วนที่ไม่เรียบ
สำหรับผนังที่มีสีเดิมอยู่แล้ว หากสีเก่ายังแน่นและอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องขัดออกทั้งหมด แต่ควรจัดการบริเวณที่ลอกหรือเสื่อมสภาพให้เรียบร้อย
หลังขัดเสร็จควรทำความสะอาดฝุ่นออกก่อนลงสี
สีรองพื้น เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะพื้นผิวใหม่หรือพื้นผิวที่ผ่านการซ่อมแซม
สีรองพื้นช่วยเตรียมพื้นผิวก่อนลงสีจริง และช่วยให้สีทับหน้าทำงานได้เหมาะสมขึ้น
แต่สีรองพื้นก็มีหลายประเภท เช่น รองพื้นปูนใหม่ รองพื้นปูนเก่า รองพื้นสำหรับไม้ หรือรองพื้นโลหะ
ดังนั้นควรเลือกให้ตรงกับวัสดุและสภาพพื้นผิว
เมื่อสีรองพื้นแห้งตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดแล้ว จึงเริ่มทาสีทับหน้าได้
โดยทั่วไปควรทาเป็นชั้นบาง ๆ และสม่ำเสมอ แทนที่จะพยายามทาสีหนามากในครั้งเดียว
หากสีต้องการมากกว่าหนึ่งเที่ยว ควรรอให้ชั้นแรกแห้งตามเวลาที่กำหนดก่อน แล้วจึงทาชั้นต่อไป
การเร่งทาทับทั้งที่สีชั้นแรกยังไม่แห้งดี อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
การเลือกสีควรดูทั้งพื้นที่และพื้นผิวที่จะนำไปใช้ เพราะสีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน
เป็นสีที่นิยมใช้กับผนังปูนทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยมีผลิตภัณฑ์หลายสูตรให้เลือกตามลักษณะงาน
สีอะคริลิกสำหรับภายนอกมักถูกออกแบบให้รองรับสภาพอากาศและแสงแดดมากกว่าสีสำหรับภายใน
สีน้ำมันมีความทนทานและให้ผิวที่มีลักษณะเฉพาะ เหมาะกับพื้นผิวบางประเภท เช่น งานไม้หรือโลหะ ทั้งนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัสดุและระบบสีที่ผู้ผลิตกำหนด
งานไม้ควรเลือกสีหรือผลิตภัณฑ์เคลือบที่ออกแบบมาสำหรับไม้โดยเฉพาะ เพราะไม้มีคุณสมบัติและการเปลี่ยนแปลงตามความชื้นแตกต่างจากผนังปูน
สำหรับเหล็กหรือโลหะ ควรใช้ระบบสีที่เหมาะกับโลหะ และมักต้องมีการเตรียมพื้นผิวรวมถึงใช้สีรองพื้นที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันการเกิดสนิมและช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะได้ดี
หลายคนอาจคิดว่าสีที่ใช้ทาภายในบ้านสามารถนำไปทาภายนอกได้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วสภาพแวดล้อมของสองพื้นที่แตกต่างกันมาก
สีภายใน มักเน้นเรื่องความสวยงาม การเช็ดทำความสะอาด และคุณสมบัติที่เหมาะกับพื้นที่อยู่อาศัย
ส่วน สีภายนอก ต้องรับมือกับแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับภายนอกโดยเฉพาะ
ดังนั้นไม่ควรเลือกสีจากเฉดสีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูประเภทของสีและพื้นที่ใช้งานด้วย
อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีผลกับความเรียบร้อยของงานเช่นกัน
เหมาะกับพื้นที่ผนังขนาดใหญ่ เพราะสามารถกระจายสีได้รวดเร็วและช่วยประหยัดเวลา
เหมาะกับบริเวณที่ลูกกลิ้งเข้าถึงได้ยาก เช่น มุม ขอบผนัง วงกบ หรือบริเวณรายละเอียดต่าง ๆ
เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการความรวดเร็วหรือพื้นผิวที่มีรายละเอียดมาก แต่ต้องอาศัยทักษะในการควบคุม และต้องป้องกันพื้นที่โดยรอบไม่ให้ละอองสีฟุ้งกระจาย
ในการทำงานจริง ช่างจำนวนมากอาจใช้ทั้งแปรงและลูกกลิ้งร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่แต่ละส่วน
ถ้าอยากให้ผนังออกมาดูเรียบร้อย มีเทคนิคง่าย ๆ ที่ควรใส่ใจ
การทาสีหนาไม่ได้หมายความว่าสีจะทนกว่าเสมอไป และอาจทำให้สีไหลหรือแห้งไม่สม่ำเสมอ
ควรกระจายสีให้ทั่วพื้นผิว และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้บางบริเวณมีสีหนากว่าจุดอื่นมากเกินไป
ความชื้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบสีมีปัญหาได้ โดยเฉพาะงานผนังปูน
ควรยึดเวลาการแห้งและเวลาทาทับตามคำแนะนำของผู้ผลิตสี
ลูกกลิ้งและแปรงแต่ละชนิดเหมาะกับสีและพื้นผิวแตกต่างกัน การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมช่วยให้งานง่ายขึ้น
คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของสี สภาพพื้นผิว สีเดิม และคำแนะนำของผู้ผลิต
โดยทั่วไปงานทาสีอาจประกอบด้วย สีรองพื้นและสีทับหน้าอย่างน้อยหนึ่งหรือหลายเที่ยว ตามระบบสีที่กำหนด
หากเป็นผนังใหม่หรือพื้นผิวที่มีการซ่อมแซมมาก อาจต้องให้ความสำคัญกับการรองพื้นเป็นพิเศษ
วิธีที่ดีที่สุดคือดูข้อมูลบนฉลากหรือเอกสารของสีรุ่นที่เลือกใช้ เพราะผู้ผลิตจะระบุจำนวนเที่ยวและระยะเวลาทาทับที่เหมาะสมไว้
สภาพอากาศมีผลกับงานทาสี โดยเฉพาะงานภายนอก
หากเป็นวันที่ฝนตกหรือมีความชื้นสูงมาก อาจไม่เหมาะกับการทาสีภายนอก เพราะพื้นผิวอาจมีความชื้นและสีอาจแห้งไม่เป็นไปตามปกติ
ในทางกลับกัน หากอากาศร้อนจัดและพื้นผิวได้รับแดดโดยตรง สีอาจแห้งเร็วเกินไปจนทำงานได้ยาก
ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่สภาพอากาศเหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสีแต่ละรุ่น
ปัญหาสีลอกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าสีไม่มีคุณภาพเสมอไป
สาเหตุที่พบได้ เช่น
ดังนั้นหากต้องการให้สีอยู่ได้นาน การเตรียมพื้นผิวมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกสี
สำหรับ บ้านใหม่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการเตรียมพื้นผิวปูนใหม่ให้เหมาะสมก่อนลงสี และเลือกสีรองพื้นที่ตรงกับสภาพพื้นผิว
ส่วน บ้านเก่า ต้องตรวจสอบสีเดิมก่อนว่ามีการลอก แตกร้าว มีเชื้อรา หรือมีปัญหาความชื้นหรือไม่
หากสีเดิมยังอยู่ในสภาพดี การเตรียมพื้นผิวอาจทำได้ง่ายกว่า แต่ถ้าสีเดิมเสื่อมสภาพมาก ก็อาจต้องซ่อมแซมและเตรียมพื้นผิวมากขึ้นก่อนทาสีใหม่
เมื่อพูดถึง การทาสีบ้าน หลายคนอาจคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกสีให้สวย แต่จริง ๆ แล้วงานสีที่ออกมาดีต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว
ตั้งแต่การทำความสะอาด ซ่อมรอยแตกร้าว ขัดพื้นผิว เลือกสีรองพื้น ไปจนถึงการเลือกสีทับหน้าและเครื่องมือให้เหมาะกับงาน
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการเลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ สีภายในควรใช้กับงานภายใน และสีภายนอกควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้รับสภาพอากาศภายนอก
สุดท้ายแล้ว การทาสีบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ควรค่อย ๆ ทำตามขั้นตอน เพราะงานสีเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่เห็นได้ชัดที่สุดของบ้าน หากเตรียมพื้นผิวดี เลือกผลิตภัณฑ์เหมาะสม และทาสีตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ ก็จะช่วยให้บ้านดูสวยเรียบร้อยและระบบสีมีโอกาสใช้งานได้ยาวนานขึ้น
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ