×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

วิธีทาสีบ้านเบื้องต้น

30 สิงหาคม 2566
วิธีทาสีบ้านเบื้องต้น

การทาสีบ้าน ทำอย่างไรให้สีสวย ติดทน และบ้านดูดีขึ้น



การทาสีบ้านอาจดูเหมือนเป็นงานง่าย แค่เปิดกระป๋องสีแล้วใช้ลูกกลิ้งทาลงบนผนัง แต่ถ้าเคยลองทำจริงจะรู้ว่า การทาสีบ้านให้สวยไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกสีที่ชอบ เพราะยังมีเรื่องของการเตรียมพื้นผิว การเลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ อุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงวิธีการทาสีที่ถูกต้อง

บางครั้งซื้อสีราคาแพงมา แต่พอทาออกมาแล้วสีไม่เรียบ เป็นคราบ สีลอก หรือดูไม่สม่ำเสมอ สุดท้ายก็ต้องเสียทั้งเวลาและเงินในการแก้ไข

จริง ๆ แล้วการทาสีบ้านไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากรู้ขั้นตอนพื้นฐานและเตรียมงานให้พร้อมก่อนลงมือ วันนี้เราจะพาไปดูตั้งแต่การเตรียมผนัง การเลือกสี อุปกรณ์ที่ควรมี ไปจนถึงเทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ผลงานออกมาดูเรียบร้อยมากขึ้น


การทาสีบ้าน คืออะไร?

การทาสีบ้าน คือ กระบวนการเคลือบสีลงบนพื้นผิวต่าง ๆ ของบ้าน เช่น ผนังปูน ฝ้าเพดาน ไม้ หรือโลหะ เพื่อเพิ่มความสวยงามและช่วยปกป้องพื้นผิวจากสภาพแวดล้อม

สีทาบ้านไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้บ้านมีสีสันเท่านั้น แต่สีบางประเภทสามารถช่วยป้องกันความชื้น เชื้อรา คราบสกปรก แสงแดด และการเสื่อมสภาพของพื้นผิวได้ด้วย

ดังนั้น ก่อนเริ่มทาสี สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่แค่ “อยากได้สีอะไร?” แต่ควรถามด้วยว่า “พื้นผิวที่จะทาคืออะไร และพื้นที่นั้นต้องเจอกับสภาพแวดล้อมแบบไหน?”


ก่อนทาสีบ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

หนึ่งในขั้นตอนที่หลายคนมักมองข้ามคือ การเตรียมพื้นผิว

จริง ๆ แล้วขั้นตอนนี้มีผลกับความสวยและความทนทานของสีค่อนข้างมาก ต่อให้เลือกสีคุณภาพดี แต่ถ้าพื้นผิวมีฝุ่น คราบน้ำมัน สีเก่าที่ลอก หรือความชื้นสะสมอยู่ สีที่ทาลงไปก็อาจมีปัญหาได้

ก่อนเริ่มงานจึงควรตรวจสอบพื้นผิวก่อนว่าอยู่ในสภาพพร้อมทาหรือไม่

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

  • มีฝุ่นหรือคราบสกปรกหรือไม่
  • มีสีเก่าลอกหรือไม่
  • มีรอยแตกร้าวหรือไม่
  • มีคราบเชื้อราหรือตะไคร่น้ำหรือไม่
  • ผนังมีความชื้นหรือไม่
  • พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอหรือไม่

ถ้าพบปัญหาเหล่านี้ ควรแก้ไขก่อนทาสีจริง


ขั้นตอนการทาสีบ้านที่ควรรู้

การทาสีบ้านให้เรียบร้อยสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้

1. เตรียมพื้นที่ก่อนเริ่มงาน

ก่อนนำสีมาทา ควรเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งของที่อยู่ใกล้บริเวณทำงานออกไปก่อน

ส่วนสิ่งของที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ เช่น วงกบประตู หน้าต่าง สวิตช์ไฟ หรือพื้น ควรใช้เทปกาวสำหรับงานทาสีและวัสดุป้องกันคลุมบริเวณเหล่านั้น

ขั้นตอนนี้อาจดูเสียเวลา แต่ช่วยลดปัญหาสีเปื้อนบริเวณที่ไม่ต้องการได้เยอะ


2. ทำความสะอาดพื้นผิว

ผนังที่มีฝุ่นหรือคราบสกปรกควรทำความสะอาดก่อน

ถ้าผนังมีคราบมันหรือสิ่งสกปรกที่ติดแน่น ควรใช้วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมกับพื้นผิว และปล่อยให้แห้งก่อนเริ่มขั้นตอนต่อไป

สำหรับผนังภายนอกที่มีตะไคร่น้ำหรือเชื้อรา ต้องจัดการปัญหาเหล่านี้ก่อน ไม่ควรทาสีทับทันที


3. ซ่อมแซมรอยแตกร้าวและรูบนผนัง

หากผนังมีรอยแตกร้าว รูตะปู หรือพื้นผิวไม่เรียบ ควรซ่อมแซมก่อนทาสี

การทาสีทับรอยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผนังเรียบขึ้น และเมื่อสีแห้งแล้ว รอยเดิมก็ยังสามารถมองเห็นได้

หลังจากซ่อมแล้วควรรอให้วัสดุแห้งตามคำแนะนำ จากนั้นจึงขัดแต่งพื้นผิวให้เรียบ


4. ขัดพื้นผิวก่อนทาสี

การขัดช่วยทำให้พื้นผิวเรียบและช่วยจัดการกับสีเก่าหรือส่วนที่ไม่เรียบ

สำหรับผนังที่มีสีเดิมอยู่แล้ว หากสีเก่ายังแน่นและอยู่ในสภาพดี อาจไม่จำเป็นต้องขัดออกทั้งหมด แต่ควรจัดการบริเวณที่ลอกหรือเสื่อมสภาพให้เรียบร้อย

หลังขัดเสร็จควรทำความสะอาดฝุ่นออกก่อนลงสี


5. ทาสีรองพื้น

สีรองพื้น เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะพื้นผิวใหม่หรือพื้นผิวที่ผ่านการซ่อมแซม

สีรองพื้นช่วยเตรียมพื้นผิวก่อนลงสีจริง และช่วยให้สีทับหน้าทำงานได้เหมาะสมขึ้น

แต่สีรองพื้นก็มีหลายประเภท เช่น รองพื้นปูนใหม่ รองพื้นปูนเก่า รองพื้นสำหรับไม้ หรือรองพื้นโลหะ

ดังนั้นควรเลือกให้ตรงกับวัสดุและสภาพพื้นผิว


6. ทาสีทับหน้า

เมื่อสีรองพื้นแห้งตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนดแล้ว จึงเริ่มทาสีทับหน้าได้

โดยทั่วไปควรทาเป็นชั้นบาง ๆ และสม่ำเสมอ แทนที่จะพยายามทาสีหนามากในครั้งเดียว

หากสีต้องการมากกว่าหนึ่งเที่ยว ควรรอให้ชั้นแรกแห้งตามเวลาที่กำหนดก่อน แล้วจึงทาชั้นต่อไป

การเร่งทาทับทั้งที่สีชั้นแรกยังไม่แห้งดี อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้


สีทาบ้านมีกี่ประเภท?

การเลือกสีควรดูทั้งพื้นที่และพื้นผิวที่จะนำไปใช้ เพราะสีแต่ละประเภทมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน

สีอะคริลิก



เป็นสีที่นิยมใช้กับผนังปูนทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยมีผลิตภัณฑ์หลายสูตรให้เลือกตามลักษณะงาน

สีอะคริลิกสำหรับภายนอกมักถูกออกแบบให้รองรับสภาพอากาศและแสงแดดมากกว่าสีสำหรับภายใน


สีน้ำมัน



สีน้ำมันมีความทนทานและให้ผิวที่มีลักษณะเฉพาะ เหมาะกับพื้นผิวบางประเภท เช่น งานไม้หรือโลหะ ทั้งนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับวัสดุและระบบสีที่ผู้ผลิตกำหนด


สีสำหรับงานไม้



งานไม้ควรเลือกสีหรือผลิตภัณฑ์เคลือบที่ออกแบบมาสำหรับไม้โดยเฉพาะ เพราะไม้มีคุณสมบัติและการเปลี่ยนแปลงตามความชื้นแตกต่างจากผนังปูน


สีสำหรับงานโลหะ


สำหรับเหล็กหรือโลหะ ควรใช้ระบบสีที่เหมาะกับโลหะ และมักต้องมีการเตรียมพื้นผิวรวมถึงใช้สีรองพื้นที่เหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันการเกิดสนิมและช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะได้ดี


การทาสีบ้านภายในกับภายนอก ต่างกันอย่างไร?

หลายคนอาจคิดว่าสีที่ใช้ทาภายในบ้านสามารถนำไปทาภายนอกได้เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วสภาพแวดล้อมของสองพื้นที่แตกต่างกันมาก

สีภายใน มักเน้นเรื่องความสวยงาม การเช็ดทำความสะอาด และคุณสมบัติที่เหมาะกับพื้นที่อยู่อาศัย

ส่วน สีภายนอก ต้องรับมือกับแดด ฝน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับภายนอกโดยเฉพาะ

ดังนั้นไม่ควรเลือกสีจากเฉดสีเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูประเภทของสีและพื้นที่ใช้งานด้วย


ลูกกลิ้งหรือแปรง แบบไหนเหมาะกับการทาสีบ้าน?

อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีผลกับความเรียบร้อยของงานเช่นกัน

ลูกกลิ้งทาสี



เหมาะกับพื้นที่ผนังขนาดใหญ่ เพราะสามารถกระจายสีได้รวดเร็วและช่วยประหยัดเวลา

แปรงทาสี



เหมาะกับบริเวณที่ลูกกลิ้งเข้าถึงได้ยาก เช่น มุม ขอบผนัง วงกบ หรือบริเวณรายละเอียดต่าง ๆ

เครื่องพ่นสี



เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการความรวดเร็วหรือพื้นผิวที่มีรายละเอียดมาก แต่ต้องอาศัยทักษะในการควบคุม และต้องป้องกันพื้นที่โดยรอบไม่ให้ละอองสีฟุ้งกระจาย

ในการทำงานจริง ช่างจำนวนมากอาจใช้ทั้งแปรงและลูกกลิ้งร่วมกัน เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่แต่ละส่วน


เทคนิคการทาสีบ้านให้สวยและเรียบ

ถ้าอยากให้ผนังออกมาดูเรียบร้อย มีเทคนิคง่าย ๆ ที่ควรใส่ใจ

อย่าทาสีหนาเกินไป

การทาสีหนาไม่ได้หมายความว่าสีจะทนกว่าเสมอไป และอาจทำให้สีไหลหรือแห้งไม่สม่ำเสมอ

ทาให้สม่ำเสมอ

ควรกระจายสีให้ทั่วพื้นผิว และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้บางบริเวณมีสีหนากว่าจุดอื่นมากเกินไป

อย่าทาสีขณะที่ผนังยังชื้น

ความชื้นเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบสีมีปัญหาได้ โดยเฉพาะงานผนังปูน

รอให้สีแต่ละชั้นแห้ง

ควรยึดเวลาการแห้งและเวลาทาทับตามคำแนะนำของผู้ผลิตสี

เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับสี

ลูกกลิ้งและแปรงแต่ละชนิดเหมาะกับสีและพื้นผิวแตกต่างกัน การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมช่วยให้งานง่ายขึ้น


การทาสีบ้านควรทากี่รอบ?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของสี สภาพพื้นผิว สีเดิม และคำแนะนำของผู้ผลิต

โดยทั่วไปงานทาสีอาจประกอบด้วย สีรองพื้นและสีทับหน้าอย่างน้อยหนึ่งหรือหลายเที่ยว ตามระบบสีที่กำหนด

หากเป็นผนังใหม่หรือพื้นผิวที่มีการซ่อมแซมมาก อาจต้องให้ความสำคัญกับการรองพื้นเป็นพิเศษ

วิธีที่ดีที่สุดคือดูข้อมูลบนฉลากหรือเอกสารของสีรุ่นที่เลือกใช้ เพราะผู้ผลิตจะระบุจำนวนเที่ยวและระยะเวลาทาทับที่เหมาะสมไว้


ทาสีบ้านช่วงไหนดี?

สภาพอากาศมีผลกับงานทาสี โดยเฉพาะงานภายนอก

หากเป็นวันที่ฝนตกหรือมีความชื้นสูงมาก อาจไม่เหมาะกับการทาสีภายนอก เพราะพื้นผิวอาจมีความชื้นและสีอาจแห้งไม่เป็นไปตามปกติ

ในทางกลับกัน หากอากาศร้อนจัดและพื้นผิวได้รับแดดโดยตรง สีอาจแห้งเร็วเกินไปจนทำงานได้ยาก

ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่สภาพอากาศเหมาะสม และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสีแต่ละรุ่น


ทำไมทาสีบ้านแล้วสีลอก?



ปัญหาสีลอกสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าสีไม่มีคุณภาพเสมอไป

สาเหตุที่พบได้ เช่น

  • พื้นผิวมีความชื้น
  • พื้นผิวมีฝุ่นหรือสิ่งสกปรก
  • สีเก่าเสื่อมสภาพ
  • ไม่ได้เตรียมพื้นผิวก่อนทา
  • ใช้สีรองพื้นไม่เหมาะกับพื้นผิว
  • ทาสีในสภาพอากาศไม่เหมาะสม
  • ทาสีทับก่อนชั้นเดิมแห้ง
  • ใช้ระบบสีไม่เหมาะกับพื้นที่

ดังนั้นหากต้องการให้สีอยู่ได้นาน การเตรียมพื้นผิวมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกสี


การทาสีบ้านใหม่กับทาสีบ้านเก่า ต่างกันอย่างไร?

สำหรับ บ้านใหม่ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการเตรียมพื้นผิวปูนใหม่ให้เหมาะสมก่อนลงสี และเลือกสีรองพื้นที่ตรงกับสภาพพื้นผิว

ส่วน บ้านเก่า ต้องตรวจสอบสีเดิมก่อนว่ามีการลอก แตกร้าว มีเชื้อรา หรือมีปัญหาความชื้นหรือไม่

หากสีเดิมยังอยู่ในสภาพดี การเตรียมพื้นผิวอาจทำได้ง่ายกว่า แต่ถ้าสีเดิมเสื่อมสภาพมาก ก็อาจต้องซ่อมแซมและเตรียมพื้นผิวมากขึ้นก่อนทาสีใหม่


สรุป การทาสีบ้านให้สวย ไม่ได้เริ่มจากแปรงทาสี

เมื่อพูดถึง การทาสีบ้าน หลายคนอาจคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกสีให้สวย แต่จริง ๆ แล้วงานสีที่ออกมาดีต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว

ตั้งแต่การทำความสะอาด ซ่อมรอยแตกร้าว ขัดพื้นผิว เลือกสีรองพื้น ไปจนถึงการเลือกสีทับหน้าและเครื่องมือให้เหมาะกับงาน

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือการเลือกสีให้เหมาะกับพื้นที่ สีภายในควรใช้กับงานภายใน และสีภายนอกควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้รับสภาพอากาศภายนอก

สุดท้ายแล้ว การทาสีบ้านที่ดีไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ควรค่อย ๆ ทำตามขั้นตอน เพราะงานสีเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่เห็นได้ชัดที่สุดของบ้าน หากเตรียมพื้นผิวดี เลือกผลิตภัณฑ์เหมาะสม และทาสีตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ ก็จะช่วยให้บ้านดูสวยเรียบร้อยและระบบสีมีโอกาสใช้งานได้ยาวนานขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ความสำคัญของหินในงานอุตสาหกรรมก่อสร้าง

หิน เป็นวัตถุดิบสำหรับงานอุตสาหกรรมก่อสร้างที่จำเป็นไม่แพ้ทราย ไม่ว่าจะงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การตกแต่ง งานถนน ก็จำเป็นต้..

บ้านปูน มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

บ้านปูน คือ บ้านที่มีโครงสร้างหลักๆ คือ ปูน บ้านปูนสร้างขึ้นโดยการผสมผสานปูนกับ ทราย หิน น้ำ และอื่นๆ ปัจจุบันมีการก่อสร..

แชลง คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

แชลง คือ อุปกรณ์ที่ใช้รื้อถอน ลักษณะเป็นแท่งเหล็กปลายแบน ด้านหนึ่งจะมีปลายโค้ง โดยแชลงมีหลายลักษณะ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.