×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร?

17 สิงหาคม 2566
หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร?

หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร? รู้จักอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่ควรเลือกให้เหมาะกับงาน



งานช่าง งานก่อสร้าง งานโรงงาน หรือแม้แต่งานทำความสะอาดบางประเภท อาจต้องสัมผัสกับสารเคมีที่มองเห็นได้ชัดเจน เช่น น้ำยา ตัวทำละลาย หรือสารทำความสะอาด ไปจนถึงสารบางชนิดที่อยู่ในรูปของไอระเหยหรืออนุภาคขนาดเล็กจนมองไม่เห็น

หลายคนจึงมักนึกถึง หน้ากากกันสารเคมี เป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ช่วยป้องกันระบบทางเดินหายใจ แต่ความจริงแล้วหน้ากากแต่ละชนิดไม่ได้ป้องกันสารเคมีได้เหมือนกันทั้งหมด การเลือกหน้ากากจึงควรเริ่มจากการรู้ก่อนว่าเรากำลังทำงานกับสารอะไร และสารนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางใดได้บ้าง

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร? มีกี่ประเภท แตกต่างจากหน้ากากทั่วไปอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน


หน้ากากกันสารเคมี คืออะไร?

หน้ากากกันสารเคมี คือ อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสัมผัสกับสารอันตรายในอากาศ เช่น ฝุ่น ละออง ไอระเหย หรือก๊าซบางชนิด โดยประสิทธิภาพในการป้องกันขึ้นอยู่กับชนิดของหน้ากาก ไส้กรองหรือตลับกรอง และสารที่ต้องการป้องกัน

คำว่า “หน้ากากกันสารเคมี” จึงไม่ได้หมายความว่าหน้ากากหนึ่งชิ้นสามารถป้องกันสารเคมีได้ทุกชนิด

ตัวอย่างเช่น หน้ากากสำหรับกรองอนุภาคอาจช่วยกรองฝุ่นหรือละอองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันไอระเหยของสารเคมีได้

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกหน้ากากให้ตรงกับลักษณะของงานจึงสำคัญมาก


หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร?

1. ช่วยลดการสัมผัสสารอันตรายผ่านระบบทางเดินหายใจ

สารเคมีบางชนิดสามารถอยู่ในอากาศในรูปของไอ ก๊าซ ฝุ่น หรืออนุภาคต่าง ๆ ซึ่งหากสูดเข้าไปอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับการสัมผัส

หน้ากากและระบบกรองที่เลือกอย่างถูกต้องสามารถช่วยลดปริมาณสารที่ผู้ปฏิบัติงานสูดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้

อย่างไรก็ตาม หน้ากากไม่ได้ทำให้พื้นที่ทำงานปลอดภัยจากสารเคมีทั้งหมด จึงควรใช้ร่วมกับการควบคุมทางวิศวกรรม การระบายอากาศ และมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ


2. ช่วยป้องกันฝุ่นและละอองบางประเภท

งานช่างและงานอุตสาหกรรมบางประเภทอาจทำให้เกิดฝุ่นหรือละออง เช่น งานพ่น งานขัด งานเจียร หรืองานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีในรูปของอนุภาค

หน้ากากที่มีตัวกรองสำหรับอนุภาคโดยเฉพาะสามารถช่วยลดการสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้

แต่ต้องเลือกชนิดของตัวกรองให้เหมาะกับสารและกระบวนการทำงาน เพราะ ไส้กรองอนุภาคไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนไส้กรองก๊าซและไอระเหย


3. ช่วยรับมือกับไอระเหยหรือก๊าซบางชนิด

หากงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่สามารถระเหยเป็นไอได้ หน้ากากแบบกรองอนุภาคอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ในกรณีนี้อาจต้องใช้หน้ากากชนิดที่สามารถติดตั้ง ตลับกรองก๊าซและไอระเหย ที่เหมาะกับสารนั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ตลับกรองบางชนิดออกแบบมาสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่าย ขณะที่บางชนิดออกแบบมาเพื่อก๊าซหรือสารเฉพาะประเภท

ดังนั้นก่อนเลือกใช้งานควรตรวจสอบฉลากและข้อมูลจากผู้ผลิตตลับกรองทุกครั้ง


4. ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยในการทำงาน

โดยเฉพาะงานที่ไม่สามารถกำจัดสารอันตรายออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด การใช้หน้ากากที่เหมาะสมสามารถเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการสัมผัสของผู้ปฏิบัติงาน

แต่ควรจำไว้ว่า PPE เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมความเสี่ยง ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ทดแทนการควบคุมอันตรายที่ต้นเหตุ

หากสามารถกำจัดสารอันตราย ปิดระบบ หรือปรับปรุงการระบายอากาศได้ ก็ควรดำเนินการควบคู่กันไป


5. ช่วยให้เลือกการป้องกันได้เหมาะกับลักษณะงาน

สิ่งสำคัญของหน้ากากกันสารเคมีไม่ได้อยู่ที่ว่า “หน้ากากหนาแค่ไหน” แต่คือ สามารถป้องกันอันตรายที่กำลังเผชิญได้หรือไม่

ก่อนเลือกหน้ากากควรพิจารณา

  • ชนิดของสารเคมี
  • รูปแบบของสาร เช่น ฝุ่น ละออง ก๊าซ หรือไอ
  • ความเข้มข้นของสารในอากาศ
  • ระยะเวลาในการทำงาน
  • สภาพแวดล้อม
  • ระดับออกซิเจนในพื้นที่
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน

การพิจารณาเหล่านี้ช่วยให้เลือกอุปกรณ์ป้องกันได้เหมาะสมกว่าการเลือกจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว


หน้ากากกันสารเคมีมีกี่ประเภท?

หน้ากากที่ใช้ในงานสารเคมีมีหลายรูปแบบ โดยสามารถแบ่งตามลักษณะการป้องกันและโครงสร้างได้ดังนี้

1. หน้ากากกรองอนุภาค



ใช้สำหรับกรองอนุภาคในอากาศ เช่น ฝุ่นหรือละอองบางประเภท

หน้ากากประเภทนี้ ไม่ควรนำไปใช้แทนหน้ากากสำหรับก๊าซหรือไอระเหย เพราะตัวกรองอนุภาคไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดูดซับก๊าซและไอระเหย


2. หน้ากากครึ่งหน้าแบบเปลี่ยนตลับกรอง



เป็นหน้ากากที่ครอบบริเวณจมูกและปาก และสามารถติดตั้งตลับกรองหรือตัวกรองที่เหมาะกับลักษณะงาน

ข้อดีคือสามารถเลือกตลับกรองให้ตรงกับอันตรายที่ต้องการป้องกันได้มากขึ้น

เหมาะกับงานช่างและงานอุตสาหกรรมหลายประเภท แต่ต้องเลือกตลับกรองให้ตรงกับสารที่ใช้งาน


3. หน้ากากเต็มหน้า



หน้ากากเต็มหน้าจะครอบคลุมทั้งจมูก ปาก และดวงตา จึงสามารถช่วยป้องกันดวงตาจากสารกระเด็นได้ในระดับที่การออกแบบของหน้ากากรองรับ

จึงเหมาะกับงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงจากทั้งระบบทางเดินหายใจและดวงตา

แต่ก็ยังต้องเลือกตลับกรองให้เหมาะกับสารเคมีเช่นเดียวกับหน้ากากครึ่งหน้า


หน้ากากกันสารเคมีต่างจากหน้ากากทั่วไปอย่างไร?

สิ่งที่แตกต่างกันหลัก ๆ คือ วัตถุประสงค์และระบบการกรอง

หน้ากากทั่วไปบางชนิดถูกออกแบบเพื่อป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งปนเปื้อนทั่วไป แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันก๊าซหรือไอระเหยของสารเคมี

ส่วนหน้ากากสำหรับงานสารเคมีมักใช้ร่วมกับตัวกรองหรือตลับกรองที่มีคุณสมบัติเฉพาะ

ดังนั้นการเลือกหน้ากากไม่ควรดูแค่คำว่า “กันสารเคมี” บนบรรจุภัณฑ์ แต่ควรตรวจสอบว่า สามารถป้องกันสารชนิดใด และใช้กับความเข้มข้นระดับใด


ตลับกรองหน้ากากกันสารเคมีสำคัญอย่างไร?

จริง ๆ แล้วในหน้ากากแบบเปลี่ยนตลับกรอง ตลับกรองถือเป็นส่วนสำคัญมาก

เพราะหน้ากากเป็นส่วนที่ช่วยสร้างซีลระหว่างใบหน้ากับอากาศภายนอก ขณะที่ตลับกรองเป็นส่วนที่ทำหน้าที่กรองหรือดูดซับสารตามชนิดที่ออกแบบมา

ตลับกรองแต่ละชนิดจึงไม่สามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด

ก่อนนำไปใช้งานควรตรวจสอบว่า

  • ตลับกรองใช้กับสารประเภทใด
  • มีอายุการใช้งานหรือระยะเวลาการเปลี่ยนอย่างไร
  • ผู้ผลิตกำหนดให้ใช้กับหน้ากากรุ่นใด
  • มีข้อจำกัดด้านความเข้มข้นของสารหรือไม่
  • มีมาตรฐานหรือการรับรองใดระบุไว้บ้าง

หากไม่แน่ใจว่าต้องใช้ตลับกรองชนิดใด ควรสอบถามผู้ผลิต ผู้จำหน่าย หรือผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยก่อนนำไปใช้


หน้ากากกันสารเคมีใช้ในงานอะไรได้บ้าง?

หน้ากากประเภทนี้สามารถพบได้ในงานหลากหลาย เช่น

งานพ่นสี



งานพ่นสีบางประเภทอาจมีไอระเหยและละอองจากสีหรือตัวทำละลาย จึงต้องเลือกอุปกรณ์ป้องกันให้ตรงกับสารที่ใช้

งานผสมหรือใช้สารเคมี



หากต้องผสมหรือใช้สารเคมีในกระบวนการทำงาน อาจมีความเสี่ยงจากไอระเหยหรือการฟุ้งกระจายของสาร

งานทำความสะอาด



สารทำความสะอาดบางชนิดอาจทำให้เกิดไอหรือกลิ่นระคายเคือง จึงควรอ่านฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารก่อนเลือก PPE

งานอุตสาหกรรม



กระบวนการผลิตบางประเภทอาจมีฝุ่น ก๊าซ หรือไอระเหย จำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยงและเลือกอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม


วิธีเลือกหน้ากากกันสารเคมีให้เหมาะกับงาน

การเลือก หน้ากากกันสารเคมี ควรเริ่มจากการรู้จักอันตรายก่อน ไม่ใช่เริ่มจากการเลือกหน้ากาก

ขั้นตอนที่ 1 รู้ว่าสารอะไร

อ่านฉลากผลิตภัณฑ์และเอกสารข้อมูลความปลอดภัย หรือ SDS เพื่อดูว่าสารที่ใช้งานคืออะไร และมีอันตรายด้านใด

ขั้นตอนที่ 2 ดูว่าสารอยู่ในรูปแบบไหน

ต้องแยกให้ออกว่าเป็น

  • ฝุ่น
  • ละออง
  • ก๊าซ
  • ไอระเหย
  • หรือมีอันตรายหลายรูปแบบร่วมกัน

ขั้นตอนที่ 3 เลือกตัวกรองให้ตรงกับสาร

ตัวกรองสำหรับฝุ่นไม่ได้เท่ากับตัวกรองสำหรับไอระเหย และตัวกรองก๊าซแต่ละชนิดก็มีความสามารถแตกต่างกัน

ขั้นตอนที่ 4 เลือกขนาดหน้ากากให้พอดี

หน้ากากแบบแนบสนิทต้องมีการซีลกับใบหน้าอย่างเหมาะสม หากมีช่องว่าง อากาศอาจรั่วผ่านบริเวณขอบหน้ากากแทนที่จะผ่านตัวกรอง

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบมาตรฐานและคำแนะนำของผู้ผลิต

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลชัดเจน และใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต


หน้ากากกันสารเคมีควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

สำหรับหน้ากากแบบใช้ซ้ำ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือตัวกรองและตลับกรอง

ไม่ควรรอจนรู้สึกว่าสารเคมีมีกลิ่นหรือรั่วเข้ามาแล้วจึงค่อยเปลี่ยน เพราะสารบางชนิดอาจไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน และประสิทธิภาพของตลับกรองขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของสาร ความเข้มข้น ความชื้น อุณหภูมิ และรูปแบบการใช้งาน

จึงควรปฏิบัติตาม ตารางเปลี่ยนตลับกรองหรืออายุการใช้งานที่กำหนดโดยผู้ผลิตหรือโปรแกรมความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน


ใส่หน้ากากกันสารเคมีอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่เสมอไป

หากทำงานกับสารเคมี สิ่งที่ควรพิจารณาคือการป้องกันแบบครบด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • การระบายอากาศ
  • ระบบดูดไอสารเคมี
  • การจัดเก็บสารอย่างถูกต้อง
  • ถุงมือที่เหมาะกับสารเคมี
  • แว่นตานิรภัยหรือกระบังหน้า
  • เสื้อผ้าหรือชุดป้องกัน
  • หน้ากากและระบบกรองที่เหมาะสม

เพราะสารเคมีบางชนิดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ไม่ใช่เฉพาะการสูดดมเท่านั้น


ข้อควรระวังในการใช้หน้ากากกันสารเคมี

แม้จะมีหน้ากากที่เหมาะสม แต่หากใช้ผิดวิธีก็อาจลดประสิทธิภาพในการป้องกันได้

ตรวจสอบหน้ากากก่อนใช้ทุกครั้ง หากพบว่าชำรุด แตกร้าว หรือซีลเสียหาย ควรเปลี่ยนก่อนใช้งาน

ตรวจสอบตลับกรอง ต้องใช้ชนิดที่เหมาะกับสารและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

หน้ากากแบบแนบสนิทต้องมีการซีลกับใบหน้า เคราหรือหนวดในบริเวณที่หน้ากากต้องสัมผัสผิวอาจทำให้การซีลไม่สมบูรณ์

ไม่ควรใช้หน้ากากกรองอากาศในพื้นที่ที่ออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือในสภาพแวดล้อมที่ไม่ทราบชนิดหรือความเข้มข้นของสารอันตราย โดยไม่มีการประเมินและระบบป้องกันที่เหมาะสม

หากเป็นพื้นที่อันตรายสูงหรือพื้นที่อับอากาศ ควรใช้ระบบป้องกันระบบทางเดินหายใจที่ได้รับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและเป็นไปตามข้อกำหนดความปลอดภัย


สรุป หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร?

หน้ากากกันสารเคมี สำคัญอย่างไร? คำตอบง่าย ๆ คือ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยลดการสัมผัสสารอันตรายผ่านระบบทางเดินหายใจในงานที่มีความเสี่ยง แต่ประสิทธิภาพของหน้ากากจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เลือกชนิดหน้ากากและตัวกรองให้ตรงกับสารที่ต้องการป้องกัน และใช้งานอย่างถูกต้อง

สิ่งที่ควรจำไว้คือ ไม่มีหน้ากากชนิดเดียวที่สามารถป้องกันสารเคมีได้ทุกประเภท

ก่อนเลือกซื้อควรรู้ก่อนว่ากำลังทำงานกับสารอะไร สารอยู่ในรูปแบบไหน มีความเข้มข้นเท่าไร และต้องการป้องกันในระดับใด จากนั้นจึงเลือกหน้ากากและตลับกรองที่เหมาะสม

เพราะในการทำงานกับสารเคมี การเลือกอุปกรณ์ป้องกันให้ถูกตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานโดยตรง

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 ข้อดีการใช้ปืนฉีดน้ำปรับได้

การดูแลสวน มักเริ่มขึ้นด้วยการรดน้ำที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พืชเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์..

รู้หรือไม่ กรวยจราจรมีกี่ประเภท?

กรวยจราจร คือ อุปกรณ์จราจร ที่มีไว้สำหรับกำหนดขอบเขต หรืออาจจะตั้งไว้สำหรับเป็นสัญลักษณ์เตือนให้ระวัง ลดความเสี่ยงที่ก่อ..

วัสดุก่อสร้างแบบไหน? เหมาะสำหรับบ้านของคุณ

การสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้านเป็นกระบวนการที่ต้องให้ความสำคัญในการเลือกวัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.