×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร?

24 สิงหาคม 2566
เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร?

เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร? ทำงานอย่างไร?



ในงานช่างหรือระบบเครื่องจักรต่าง ๆ เรามักเห็นอุปกรณ์หน้าปัดกลม ๆ ที่มีเข็มชี้ตัวเลขอยู่ตามเครื่องจักรหรือระบบท่อ หลายคนอาจเรียกรวม ๆ ว่า “เกจ์” แต่จริง ๆ แล้วเกจ์มีหลายประเภท และแต่ละแบบก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป

หนึ่งในอุปกรณ์ที่พบได้บ่อยคือ เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมัน ซึ่งหน้าตาอาจดูคล้ายกัน แต่การใช้งานและการออกแบบภายในไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

แล้ว เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร? ทำงานอย่างไร? เกจ์แบบไหนเหมาะกับงานประเภทใด และทำไมบางงานจึงต้องเลือกใช้เกจ์ที่บรรจุน้ำมันภายใน?

บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้เลือกเกจ์ได้เหมาะกับลักษณะงานมากขึ้น


เกจ์ คืออะไร?

เกจ์ (Gauge) คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจวัดและแสดงค่าทางกายภาพบางอย่าง โดยในงานช่างมักพบเกจ์สำหรับวัด แรงดัน ความดัน อุณหภูมิ ระดับของเหลว หรือค่าต่าง ๆ ตามประเภทของเครื่องมือ

สำหรับเกจ์ที่ใช้วัดแรงดัน หน้าปัดมักมีตัวเลขและเข็มชี้ เมื่อระบบมีแรงดันเกิดขึ้น กลไกภายในเกจ์จะตอบสนองต่อแรงดันนั้น แล้วส่งการเคลื่อนที่ไปยังเข็มเพื่อแสดงค่าให้ผู้ใช้งานอ่านได้

ดังนั้นเกจ์ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “บอกตัวเลข” เท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานรู้ว่าสภาพของระบบในขณะนั้นเป็นอย่างไร


เกจ์วัดธรรมดาคืออะไร?



เกจ์วัดธรรมดา หรือที่มักเรียกว่า เกจ์แห้ง (Dry Gauge) เป็นเกจ์ที่ภายในตัวเรือนไม่ได้เติมของเหลวสำหรับช่วยลดแรงสั่นสะเทือน

เมื่อมีแรงดันเข้ามาที่ตัวเกจ์ กลไกภายในจะทำงานและส่งการเคลื่อนที่ไปยังเข็ม เพื่อให้ผู้ใช้งานอ่านค่าจากหน้าปัด

จุดเด่นของเกจ์ประเภทนี้คือโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย และมีให้เลือกหลายขนาด หลายช่วงการวัด จึงพบได้ทั่วไปในงานระบบลม ระบบน้ำ และงานเครื่องจักรต่าง ๆ

ตัวอย่างงานที่พบได้บ่อย

  • ระบบน้ำ
  • ระบบลม
  • เครื่องจักรทั่วไป
  • ปั๊ม
  • ระบบท่อ
  • งานที่มีแรงดันไม่สั่นหรือกระชากมาก

เกจ์วัดน้ำมันคืออะไร?



เกจ์วัดน้ำมัน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เกจ์เติมน้ำมัน (Liquid-Filled Gauge) เป็นเกจ์ที่ภายในตัวเรือนมีการเติมของเหลว เช่น กลีเซอรีน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนและการสั่นของเข็ม

ของเหลวที่อยู่ภายในไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัววัดแรงดันโดยตรง แต่ช่วยให้กลไกและเข็มทำงานได้มีเสถียรภาพมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการสั่นสะเทือน

จึงเหมาะกับงานที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องจักร ปั๊ม หรือระบบที่มีแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างมาก


เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร?

แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ ภายในตัวเรือนของเกจ์

หัวข้อเกจ์วัดธรรมดาเกจ์วัดน้ำมัน
ภายในตัวเรือนไม่มีของเหลวเติมมีของเหลวเติม เช่น กลีเซอรีน
การสั่นสะเทือนเหมาะกับงานที่สั่นไม่มากรับมือกับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า
การอ่านค่าเข็มอาจสั่นตามแรงสั่นของระบบเข็มนิ่งและอ่านค่าได้ง่ายขึ้น
การใช้งานงานทั่วไปเครื่องจักรและระบบที่มีแรงสั่น
ราคาโดยทั่วไปประหยัดกว่าโดยทั่วไปสูงกว่า
การบำรุงรักษาโครงสร้างเรียบง่ายต้องดูสภาพตัวเรือนและของเหลวภายในด้วย

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต จึงควรตรวจสอบสเปกของเกจ์แต่ละรุ่นก่อนนำไปใช้งานจริง


เกจ์วัดน้ำมันทำงานอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า “ในเมื่อมีน้ำมันหรือของเหลวอยู่ในเกจ์ แล้วมันใช้วัดแรงดันอย่างไร?”

จริง ๆ แล้ว ของเหลวไม่ได้เป็นตัววัดแรงดันโดยตรง

ส่วนที่ทำหน้าที่รับแรงดันคือกลไกภายใน เช่น Bourdon Tube ซึ่งเป็นท่อโลหะที่มีรูปร่างเฉพาะ เมื่อแรงดันเข้ามาภายในท่อ ท่อจะเกิดการเปลี่ยนรูปเล็กน้อย

การเปลี่ยนรูปนี้จะถูกส่งผ่านกลไกเฟืองไปยังเข็ม ทำให้เข็มหมุนและชี้ค่าบนหน้าปัด

ส่วนของเหลวที่เติมอยู่ภายในตัวเรือนจะช่วยลดการสั่นของเข็มและช่วยปกป้องกลไกบางส่วนจากสภาพแวดล้อม เช่น การสั่นสะเทือนและการควบแน่นของความชื้น


ทำไมเกจ์วัดน้ำมันจึงเหมาะกับเครื่องจักร?

ลองนึกภาพเครื่องจักรที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา

ตัวเครื่องอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ ปั๊ม หรือชิ้นส่วนที่กำลังหมุน หากนำเกจ์แบบธรรมดาไปติดตั้งในตำแหน่งดังกล่าว เข็มอาจสั่นไปมาตลอดเวลา ทำให้ผู้ปฏิบัติงานอ่านค่าได้ยาก

เกจ์แบบเติมของเหลวจึงเข้ามาช่วยในจุดนี้

ของเหลวภายในจะช่วย ลดการสั่นและการกระเพื่อมของเข็ม ทำให้เข็มเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลขึ้น และช่วยให้สามารถอ่านค่าแรงดันได้ง่ายกว่าในสภาพที่มีแรงสั่นสะเทือน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรามักพบเกจ์แบบเติมของเหลวในงานที่เกี่ยวข้องกับ

  • ปั๊มน้ำ
  • ปั๊มลม
  • เครื่องจักร
  • ระบบไฮดรอลิก
  • ระบบนิวแมติก
  • ระบบท่อที่มีแรงดัน
  • งานที่มีแรงดันกระชากหรือการสั่นสะเทือน

เกจ์แบบไหนเหมาะกับงานที่มีแรงดันกระชาก?

นอกจากแรงสั่นสะเทือนแล้ว บางระบบยังมี แรงดันกระชาก (Pressure Pulsation) ซึ่งหมายถึงแรงดันที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างเช่น ระบบที่มีปั๊มทำงานเป็นจังหวะ หรือเครื่องจักรที่ทำให้แรงดันภายในระบบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ในกรณีนี้เกจ์แบบเติมของเหลวมักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะของเหลวช่วยลดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของเข็ม ทำให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้นและช่วยลดผลกระทบต่อกลไกภายใน

แต่ถ้าระบบมีแรงดันกระชากรุนแรงมาก การเลือกเกจ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาอุปกรณ์เสริม เช่น Snubber หรืออุปกรณ์ลดแรงดันกระชาก ตามความเหมาะสมของระบบ


เกจ์วัดธรรมดาเหมาะกับงานแบบไหน?

เกจ์แบบธรรมดาไม่ได้หมายความว่าเป็นเกจ์ที่คุณภาพต่ำกว่า เพียงแต่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน

หากระบบมีแรงดันค่อนข้างคงที่และไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาก เกจ์แบบธรรมดาก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี

เหมาะกับงาน เช่น

  • ระบบประปา
  • ระบบน้ำทั่วไป
  • ระบบลมที่มีแรงดันคงที่
  • เครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือนไม่มาก
  • งานตรวจสอบแรงดันทั่วไป

ข้อดีอีกอย่างคือมีโครงสร้างไม่ซับซ้อนมาก และโดยทั่วไปมีราคาประหยัดกว่าเกจ์แบบเติมของเหลว


เกจ์วัดน้ำมันต้องเติมน้ำมันอะไร?

คำว่า “เกจ์วัดน้ำมัน” อาจทำให้เข้าใจว่าเกจ์ทุกตัวต้องเติมน้ำมันเครื่อง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น

ของเหลวที่ใช้ภายในตัวเรือนอาจเป็น กลีเซอรีน (Glycerin) หรือของเหลวชนิดอื่นที่ผู้ผลิตกำหนด ขึ้นอยู่กับการออกแบบและลักษณะการใช้งานของเกจ์

ดังนั้น หากเกจ์มีของเหลวรั่วหรือระดับของเหลวลดลง ไม่ควรเติมน้ำมันหรือของเหลวเองโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิต

เพราะของเหลวแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และเกจ์บางรุ่นอาจใช้ของเหลวชนิดเฉพาะสำหรับงานนั้น


เกจ์วัดน้ำมันมีข้อดีอะไรบ้าง?

1. เข็มสั่นน้อยลง

ของเหลวช่วยหน่วงการเคลื่อนไหวของเข็ม ทำให้หน้าปัดอ่านง่ายขึ้นเมื่อระบบมีการสั่น

2. เหมาะกับเครื่องจักร

เหมาะสำหรับติดตั้งในบริเวณที่มีแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์หรือปั๊ม

3. ช่วยลดผลกระทบจากแรงดันกระเพื่อม

ช่วยให้การเคลื่อนไหวของเข็มไม่รุนแรงเกินไปในระบบที่แรงดันเปลี่ยนแปลงเร็ว

4. ช่วยปกป้องกลไกภายใน

ของเหลวภายในตัวเรือนสามารถช่วยลดผลกระทบจากความชื้นและสภาพแวดล้อมบางอย่างต่อกลไกภายในได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและการซีลของเกจ์แต่ละรุ่น


แล้วเกจ์วัดน้ำมันมีข้อจำกัดอะไร?

แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่เกจ์แบบเติมของเหลวก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์

ตัวอย่างข้อควรพิจารณา ได้แก่

  • ราคามักสูงกว่าเกจ์แบบธรรมดา
  • ของเหลวภายในอาจเปลี่ยนสีหรือเกิดฟองได้ตามสภาพการใช้งาน
  • หากตัวเรือนเสียหายอาจเกิดการรั่วของของเหลว
  • ต้องเลือกชนิดของของเหลวให้เหมาะกับอุณหภูมิและสภาพแวดล้อม
  • หากใช้งานในอุณหภูมิสูงหรือต่ำมาก ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของผู้ผลิต

ดังนั้นการเลือกเกจ์จึงควรดูสภาพแวดล้อมในการทำงานร่วมด้วย ไม่ใช่ดูแค่ช่วงแรงดันอย่างเดียว


วิธีเลือกเกจ์วัดแรงดันให้เหมาะกับงาน

ก่อนซื้อเกจ์วัดแรงดัน ควรเช็กข้อมูลสำคัญหลายอย่าง

1. ช่วงแรงดัน

ควรเลือกช่วงการวัดให้ครอบคลุมแรงดันที่ต้องการวัด และไม่ควรเลือกช่วงที่สูงหรือต่ำเกินความจำเป็น

2. ขนาดหน้าปัด

หากติดตั้งในตำแหน่งที่ต้องอ่านค่าจากระยะไกล ควรเลือกหน้าปัดที่มีขนาดเหมาะสม

3. ขนาดและรูปแบบเกลียว

ตรวจสอบให้ตรงกับจุดติดตั้ง เช่น ขนาดเกลียวและตำแหน่งทางเข้าแรงดัน

4. สภาพแวดล้อม

หากมีฝุ่น ความชื้น แรงสั่นสะเทือน หรือแรงดันกระชาก ควรเลือกเกจ์ที่ออกแบบมาให้รองรับสภาพดังกล่าว

5. อุณหภูมิ

ทั้งอุณหภูมิของสื่อที่วัดและอุณหภูมิรอบตัวเกจ์มีผลต่อการเลือกใช้งาน

6. วัสดุของชิ้นส่วนที่สัมผัสกับของไหล

หากวัดสารเคมีหรือของเหลวที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุด้วย


เกจ์วัดธรรมดาหรือเกจ์วัดน้ำมัน แบบไหนดีกว่ากัน?

จริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบว่าแบบไหน “ดีกว่า” ในทุกกรณี เพราะทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน

ถ้าเป็นงานทั่วไปที่ระบบค่อนข้างนิ่ง ไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาก → เกจ์แบบธรรมดาก็เพียงพอ

ถ้าเป็นงานที่มีเครื่องจักร ปั๊ม แรงสั่นสะเทือน หรือแรงดันกระเพื่อม → เกจ์แบบเติมของเหลวมักเหมาะกว่า

พูดง่าย ๆ คือ ให้เลือกจากสภาพงาน ไม่ใช่เลือกจากราคาหรือหน้าตาเพียงอย่างเดียว


สรุป เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร?

เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมัน มีหลักการวัดแรงดันพื้นฐานที่คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญตรงที่เกจ์วัดน้ำมันมีของเหลวอยู่ภายในตัวเรือน เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและทำให้เข็มอ่านค่าได้ง่ายขึ้น

เกจ์วัดธรรมดา เหมาะกับระบบที่แรงดันค่อนข้างคงที่และมีแรงสั่นสะเทือนไม่มาก ส่วน เกจ์วัดน้ำมัน เหมาะกับงานเครื่องจักร ปั๊ม ระบบไฮดรอลิก หรืองานที่มีแรงสั่นสะเทือนและแรงดันกระเพื่อม

ดังนั้น หากกำลังเลือกเกจ์สำหรับงานช่าง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ดูว่า “เกจ์ราคาเท่าไหร่” แต่ควรดู ช่วงแรงดัน ขนาดเกจ์ ขนาดเกลียว สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และลักษณะการทำงานของระบบ ให้ครบก่อนตัดสินใจ

เลือกเกจ์ให้ตรงกับงานตั้งแต่แรก นอกจากจะช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้การตรวจสอบระบบทำได้สะดวกและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

มาทำความรู้จัก เลนส์ตาแมว?

เลนส์ตาแมวคือ ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความปลอดภัย ออกแบบไว้ให้ผู้พักอาศัยสามารถมองเห็นบุคคลภายนอกที่มาเคาะหรือกดกริ่ง..

8 ประแจ ยอดฮิต

ปรแจ เป็นเครื่องมือที่มีหน้าที่ในการจับวัตถุ ไขหรือคัน น้อตและยึดอุปกรณ์ต่างๆ ประแจมักใช้ในงานด้านระบบไฟฟ้า งานปรับปรุงแ..

พลั่วตักทรายใช้งานแบบไหนมีวีธีดูแลยังไง?

พลั่วไม่ได้มีไว้ใช้ในการขุดหรือเจาะ แต่มีไว้ในการตักหรือโกย เศษทราย เศษดิน หรือ เศษวัชพืช ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.