Call Center : 02-091-9789
24 สิงหาคม 2566
ในงานช่างหรือระบบเครื่องจักรต่าง ๆ เรามักเห็นอุปกรณ์หน้าปัดกลม ๆ ที่มีเข็มชี้ตัวเลขอยู่ตามเครื่องจักรหรือระบบท่อ หลายคนอาจเรียกรวม ๆ ว่า “เกจ์” แต่จริง ๆ แล้วเกจ์มีหลายประเภท และแต่ละแบบก็มีหน้าที่แตกต่างกันไป
หนึ่งในอุปกรณ์ที่พบได้บ่อยคือ เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมัน ซึ่งหน้าตาอาจดูคล้ายกัน แต่การใช้งานและการออกแบบภายในไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด
แล้ว เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมันแตกต่างกันอย่างไร? ทำงานอย่างไร? เกจ์แบบไหนเหมาะกับงานประเภทใด และทำไมบางงานจึงต้องเลือกใช้เกจ์ที่บรรจุน้ำมันภายใน?
บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้เลือกเกจ์ได้เหมาะกับลักษณะงานมากขึ้น
เกจ์ (Gauge) คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจวัดและแสดงค่าทางกายภาพบางอย่าง โดยในงานช่างมักพบเกจ์สำหรับวัด แรงดัน ความดัน อุณหภูมิ ระดับของเหลว หรือค่าต่าง ๆ ตามประเภทของเครื่องมือ
สำหรับเกจ์ที่ใช้วัดแรงดัน หน้าปัดมักมีตัวเลขและเข็มชี้ เมื่อระบบมีแรงดันเกิดขึ้น กลไกภายในเกจ์จะตอบสนองต่อแรงดันนั้น แล้วส่งการเคลื่อนที่ไปยังเข็มเพื่อแสดงค่าให้ผู้ใช้งานอ่านได้
ดังนั้นเกจ์ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “บอกตัวเลข” เท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานรู้ว่าสภาพของระบบในขณะนั้นเป็นอย่างไร
เกจ์วัดธรรมดา หรือที่มักเรียกว่า เกจ์แห้ง (Dry Gauge) เป็นเกจ์ที่ภายในตัวเรือนไม่ได้เติมของเหลวสำหรับช่วยลดแรงสั่นสะเทือน
เมื่อมีแรงดันเข้ามาที่ตัวเกจ์ กลไกภายในจะทำงานและส่งการเคลื่อนที่ไปยังเข็ม เพื่อให้ผู้ใช้งานอ่านค่าจากหน้าปัด
จุดเด่นของเกจ์ประเภทนี้คือโครงสร้างค่อนข้างเรียบง่าย และมีให้เลือกหลายขนาด หลายช่วงการวัด จึงพบได้ทั่วไปในงานระบบลม ระบบน้ำ และงานเครื่องจักรต่าง ๆ
เกจ์วัดน้ำมัน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เกจ์เติมน้ำมัน (Liquid-Filled Gauge) เป็นเกจ์ที่ภายในตัวเรือนมีการเติมของเหลว เช่น กลีเซอรีน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนและการสั่นของเข็ม
ของเหลวที่อยู่ภายในไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัววัดแรงดันโดยตรง แต่ช่วยให้กลไกและเข็มทำงานได้มีเสถียรภาพมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการสั่นสะเทือน
จึงเหมาะกับงานที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องจักร ปั๊ม หรือระบบที่มีแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างมาก
แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือ ภายในตัวเรือนของเกจ์
| หัวข้อ | เกจ์วัดธรรมดา | เกจ์วัดน้ำมัน |
|---|---|---|
| ภายในตัวเรือน | ไม่มีของเหลวเติม | มีของเหลวเติม เช่น กลีเซอรีน |
| การสั่นสะเทือน | เหมาะกับงานที่สั่นไม่มาก | รับมือกับแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่า |
| การอ่านค่า | เข็มอาจสั่นตามแรงสั่นของระบบ | เข็มนิ่งและอ่านค่าได้ง่ายขึ้น |
| การใช้งาน | งานทั่วไป | เครื่องจักรและระบบที่มีแรงสั่น |
| ราคา | โดยทั่วไปประหยัดกว่า | โดยทั่วไปสูงกว่า |
| การบำรุงรักษา | โครงสร้างเรียบง่าย | ต้องดูสภาพตัวเรือนและของเหลวภายในด้วย |
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและผู้ผลิต จึงควรตรวจสอบสเปกของเกจ์แต่ละรุ่นก่อนนำไปใช้งานจริง
หลายคนอาจสงสัยว่า “ในเมื่อมีน้ำมันหรือของเหลวอยู่ในเกจ์ แล้วมันใช้วัดแรงดันอย่างไร?”
จริง ๆ แล้ว ของเหลวไม่ได้เป็นตัววัดแรงดันโดยตรง
ส่วนที่ทำหน้าที่รับแรงดันคือกลไกภายใน เช่น Bourdon Tube ซึ่งเป็นท่อโลหะที่มีรูปร่างเฉพาะ เมื่อแรงดันเข้ามาภายในท่อ ท่อจะเกิดการเปลี่ยนรูปเล็กน้อย
การเปลี่ยนรูปนี้จะถูกส่งผ่านกลไกเฟืองไปยังเข็ม ทำให้เข็มหมุนและชี้ค่าบนหน้าปัด
ส่วนของเหลวที่เติมอยู่ภายในตัวเรือนจะช่วยลดการสั่นของเข็มและช่วยปกป้องกลไกบางส่วนจากสภาพแวดล้อม เช่น การสั่นสะเทือนและการควบแน่นของความชื้น
ลองนึกภาพเครื่องจักรที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา
ตัวเครื่องอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์ ปั๊ม หรือชิ้นส่วนที่กำลังหมุน หากนำเกจ์แบบธรรมดาไปติดตั้งในตำแหน่งดังกล่าว เข็มอาจสั่นไปมาตลอดเวลา ทำให้ผู้ปฏิบัติงานอ่านค่าได้ยาก
เกจ์แบบเติมของเหลวจึงเข้ามาช่วยในจุดนี้
ของเหลวภายในจะช่วย ลดการสั่นและการกระเพื่อมของเข็ม ทำให้เข็มเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลขึ้น และช่วยให้สามารถอ่านค่าแรงดันได้ง่ายกว่าในสภาพที่มีแรงสั่นสะเทือน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรามักพบเกจ์แบบเติมของเหลวในงานที่เกี่ยวข้องกับ
นอกจากแรงสั่นสะเทือนแล้ว บางระบบยังมี แรงดันกระชาก (Pressure Pulsation) ซึ่งหมายถึงแรงดันที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น ระบบที่มีปั๊มทำงานเป็นจังหวะ หรือเครื่องจักรที่ทำให้แรงดันภายในระบบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ในกรณีนี้เกจ์แบบเติมของเหลวมักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า เพราะของเหลวช่วยลดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงของเข็ม ทำให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้นและช่วยลดผลกระทบต่อกลไกภายใน
แต่ถ้าระบบมีแรงดันกระชากรุนแรงมาก การเลือกเกจ์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาอุปกรณ์เสริม เช่น Snubber หรืออุปกรณ์ลดแรงดันกระชาก ตามความเหมาะสมของระบบ
เกจ์แบบธรรมดาไม่ได้หมายความว่าเป็นเกจ์ที่คุณภาพต่ำกว่า เพียงแต่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน
หากระบบมีแรงดันค่อนข้างคงที่และไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาก เกจ์แบบธรรมดาก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี
เหมาะกับงาน เช่น
ข้อดีอีกอย่างคือมีโครงสร้างไม่ซับซ้อนมาก และโดยทั่วไปมีราคาประหยัดกว่าเกจ์แบบเติมของเหลว
คำว่า “เกจ์วัดน้ำมัน” อาจทำให้เข้าใจว่าเกจ์ทุกตัวต้องเติมน้ำมันเครื่อง แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้น
ของเหลวที่ใช้ภายในตัวเรือนอาจเป็น กลีเซอรีน (Glycerin) หรือของเหลวชนิดอื่นที่ผู้ผลิตกำหนด ขึ้นอยู่กับการออกแบบและลักษณะการใช้งานของเกจ์
ดังนั้น หากเกจ์มีของเหลวรั่วหรือระดับของเหลวลดลง ไม่ควรเติมน้ำมันหรือของเหลวเองโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิต
เพราะของเหลวแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และเกจ์บางรุ่นอาจใช้ของเหลวชนิดเฉพาะสำหรับงานนั้น
ของเหลวช่วยหน่วงการเคลื่อนไหวของเข็ม ทำให้หน้าปัดอ่านง่ายขึ้นเมื่อระบบมีการสั่น
เหมาะสำหรับติดตั้งในบริเวณที่มีแรงสั่นสะเทือนจากมอเตอร์หรือปั๊ม
ช่วยให้การเคลื่อนไหวของเข็มไม่รุนแรงเกินไปในระบบที่แรงดันเปลี่ยนแปลงเร็ว
ของเหลวภายในตัวเรือนสามารถช่วยลดผลกระทบจากความชื้นและสภาพแวดล้อมบางอย่างต่อกลไกภายในได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและการซีลของเกจ์แต่ละรุ่น
แม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่เกจ์แบบเติมของเหลวก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์
ตัวอย่างข้อควรพิจารณา ได้แก่
ดังนั้นการเลือกเกจ์จึงควรดูสภาพแวดล้อมในการทำงานร่วมด้วย ไม่ใช่ดูแค่ช่วงแรงดันอย่างเดียว
ก่อนซื้อเกจ์วัดแรงดัน ควรเช็กข้อมูลสำคัญหลายอย่าง
ควรเลือกช่วงการวัดให้ครอบคลุมแรงดันที่ต้องการวัด และไม่ควรเลือกช่วงที่สูงหรือต่ำเกินความจำเป็น
หากติดตั้งในตำแหน่งที่ต้องอ่านค่าจากระยะไกล ควรเลือกหน้าปัดที่มีขนาดเหมาะสม
ตรวจสอบให้ตรงกับจุดติดตั้ง เช่น ขนาดเกลียวและตำแหน่งทางเข้าแรงดัน
หากมีฝุ่น ความชื้น แรงสั่นสะเทือน หรือแรงดันกระชาก ควรเลือกเกจ์ที่ออกแบบมาให้รองรับสภาพดังกล่าว
ทั้งอุณหภูมิของสื่อที่วัดและอุณหภูมิรอบตัวเกจ์มีผลต่อการเลือกใช้งาน
หากวัดสารเคมีหรือของเหลวที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุด้วย
จริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบว่าแบบไหน “ดีกว่า” ในทุกกรณี เพราะทั้งสองแบบถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน
ถ้าเป็นงานทั่วไปที่ระบบค่อนข้างนิ่ง ไม่มีแรงสั่นสะเทือนมาก → เกจ์แบบธรรมดาก็เพียงพอ
ถ้าเป็นงานที่มีเครื่องจักร ปั๊ม แรงสั่นสะเทือน หรือแรงดันกระเพื่อม → เกจ์แบบเติมของเหลวมักเหมาะกว่า
พูดง่าย ๆ คือ ให้เลือกจากสภาพงาน ไม่ใช่เลือกจากราคาหรือหน้าตาเพียงอย่างเดียว
เกจ์วัดธรรมดาและเกจ์วัดน้ำมัน มีหลักการวัดแรงดันพื้นฐานที่คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญตรงที่เกจ์วัดน้ำมันมีของเหลวอยู่ภายในตัวเรือน เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและทำให้เข็มอ่านค่าได้ง่ายขึ้น
เกจ์วัดธรรมดา เหมาะกับระบบที่แรงดันค่อนข้างคงที่และมีแรงสั่นสะเทือนไม่มาก ส่วน เกจ์วัดน้ำมัน เหมาะกับงานเครื่องจักร ปั๊ม ระบบไฮดรอลิก หรืองานที่มีแรงสั่นสะเทือนและแรงดันกระเพื่อม
ดังนั้น หากกำลังเลือกเกจ์สำหรับงานช่าง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ดูว่า “เกจ์ราคาเท่าไหร่” แต่ควรดู ช่วงแรงดัน ขนาดเกจ์ ขนาดเกลียว สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และลักษณะการทำงานของระบบ ให้ครบก่อนตัดสินใจ
เลือกเกจ์ให้ตรงกับงานตั้งแต่แรก นอกจากจะช่วยให้อ่านค่าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยให้การตรวจสอบระบบทำได้สะดวกและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ