×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า?

2 สิงหาคม 2566
เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า?

เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า? เลือกเป็น ประหยัดงบ และเหมาะกับงาน



การซื้อวัสดุก่อสร้างสำหรับบ้านหรือโครงการก่อสร้าง หลายคนอาจเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบราคาเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว วัสดุที่ราคาถูกที่สุดอาจไม่ใช่วัสดุที่คุ้มค่าที่สุดเสมอไป

เพราะนอกจากราคาซื้อ ยังมีเรื่องของคุณภาพ อายุการใช้งาน ปริมาณที่ต้องใช้ ค่าขนส่ง ค่าแรงติดตั้ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวัสดุในอนาคตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ดังนั้น เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า? จึงไม่ใช่แค่การหาสินค้าที่ราคาถูก แต่คือการเลือกวัสดุที่ เหมาะกับงาน มีคุณภาพเพียงพอ ใช้งานได้จริง และควบคุมต้นทุนได้ในระยะยาว

ทำไมการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างจึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า?

ในการก่อสร้าง วัสดุเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของโครงการ หากเลือกซื้อโดยไม่ได้วางแผน อาจเกิดปัญหาตามมาได้ตั้งแต่ของเหลือทิ้ง วัสดุไม่พอใช้ ไปจนถึงวัสดุไม่ตรงตามงานที่ต้องการ

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ การซื้อวัสดุมากเกินไปเพราะกลัวของไม่พอ แม้ดูเหมือนช่วยให้มีวัสดุสำรอง แต่หากใช้งานไม่หมด วัสดุบางประเภทอาจเสื่อมสภาพหรือเสียหายจากการจัดเก็บ ทำให้กลายเป็นต้นทุนที่สูญเปล่า

ในทางกลับกัน หากซื้อพอดีเกินไปจนวัสดุไม่เพียงพอ ก็อาจต้องสั่งซื้อเพิ่มหลายรอบ ทำให้เสียค่าขนส่งและเสียเวลา

เพราะฉะนั้น “ความคุ้มค่า” ต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผน

เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า?

หากกำลังเตรียมวัสดุสำหรับสร้างบ้าน ต่อเติม หรือทำโครงการก่อสร้าง สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อได้

1. เริ่มจากการรู้ว่าต้องใช้วัสดุอะไรและใช้เท่าไร

ก่อนเดินทางไปซื้อวัสดุ ควรทำรายการให้ชัดเจนก่อนว่าโครงการต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง และแต่ละรายการต้องใช้ในปริมาณเท่าไร

เช่น

  • ปูนซีเมนต์
  • ทราย
  • หิน
  • เหล็กเส้น
  • เหล็กรูปพรรณ
  • อิฐ
  • กระเบื้อง
  • ท่อประปา
  • สี
  • วัสดุกันซึม
  • อุปกรณ์งานช่าง

การมีรายการวัสดุจะช่วยลดโอกาสซื้อของที่ไม่จำเป็น และทำให้สามารถเปรียบเทียบราคาจากแต่ละแหล่งได้ง่ายขึ้น

สำหรับงานโครงสร้าง ปริมาณและสเปกควรอ้างอิงจากแบบก่อสร้างหรือรายการคำนวณที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรคาดเดาเอง

2. อย่าดูแค่ราคาถูก ให้ดู “ราคาต่อการใช้งาน”

วัสดุสองชนิดอาจมีราคาต่อหน่วยแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวที่ถูกกว่าจะประหยัดกว่า

ลองเปรียบเทียบจากการใช้งานจริง เช่น

วัสดุ A ราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้จำนวนมากกว่าและมีเศษเหลือมาก

วัสดุ B ราคาต่อหน่วยสูงกว่าเล็กน้อย แต่ใช้ปริมาณน้อยกว่าและมีประสิทธิภาพเหมาะกับงานมากกว่า

เมื่อคำนวณต้นทุนทั้งหมด วัสดุ B อาจมีค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่า

ดังนั้นก่อนซื้อควรดูทั้ง

ราคาสินค้า + ปริมาณที่ใช้ + ค่าแรง + ค่าขนส่ง + อายุการใช้งาน + ค่าดูแลรักษา

นี่คือหนึ่งใน เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า? ที่นำไปใช้ได้กับแทบทุกโครงการ

3. เลือกคุณภาพให้เหมาะกับลักษณะงาน

วัสดุก่อสร้างแต่ละประเภทมีระดับคุณสมบัติและการใช้งานแตกต่างกัน การเลือกวัสดุที่เหมาะกับงานจึงสำคัญกว่าการเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติสูงที่สุดเสมอไป

ตัวอย่างเช่น งานโครงสร้างควรให้ความสำคัญกับสเปกและมาตรฐานตามแบบ ส่วนงานตกแต่งอาจมีตัวเลือกหลายระดับให้เลือกตามงบประมาณและรูปแบบที่ต้องการ

หลักง่าย ๆ คือ

งานสำคัญกับความปลอดภัย ต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานและสเปกก่อนราคา

ส่วนวัสดุตกแต่งหรือวัสดุที่สามารถเลือกทดแทนกันได้ อาจนำราคา รูปลักษณ์ และอายุการใช้งานมาเปรียบเทียบเพิ่มเติม

4. ตรวจสอบมาตรฐานและข้อมูลสินค้าก่อนซื้อ

ราคาดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากวัสดุนั้นไม่ตรงตามคุณสมบัติที่ต้องการ

ก่อนซื้อควรตรวจสอบข้อมูล เช่น

  • ขนาดสินค้า
  • รุ่นหรือประเภท
  • คุณสมบัติทางเทคนิค
  • มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ผลิต
  • วันที่ผลิตหรืออายุสินค้า หากเกี่ยวข้อง
  • วิธีการจัดเก็บ
  • วิธีการใช้งาน

โดยเฉพาะวัสดุที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา หรือความปลอดภัย ควรตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้ละเอียด

การตรวจสอบก่อนซื้ออาจใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อผิดสเปกและต้องเปลี่ยนสินค้าในภายหลัง

5. เปรียบเทียบราคาหลายแหล่งก่อนตัดสินใจ

การเปรียบเทียบราคายังคงเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดงบได้ แต่ควรเปรียบเทียบให้เป็น

อย่าเปรียบเทียบเพียง “ราคาต่อชิ้น” แต่ควรดูว่าราคานั้นรวมอะไรบ้าง

เช่น

  • ค่าขนส่ง
  • ค่ายกหรือขนถ่าย
  • ส่วนลดตามปริมาณ
  • เงื่อนไขการชำระเงิน
  • ระยะเวลาจัดส่ง
  • การรับประกัน
  • บริการหลังการขาย

บางครั้งร้านหนึ่งอาจมีราคาสินค้าสูงกว่าเล็กน้อย แต่มีบริการจัดส่งที่เหมาะกับหน้างาน ทำให้ต้นทุนรวมกลับถูกกว่า

6. ซื้อให้เหมาะกับปริมาณงาน

การซื้อจำนวนมากอาจได้ราคาต่อหน่วยที่ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าควรซื้อทุกอย่างแบบเหมาเป็นจำนวนมาก

วัสดุที่เก็บได้นานและใช้ต่อเนื่องอาจเหมาะกับการวางแผนสั่งซื้อครั้งละมาก ๆ

แต่สินค้าที่ไวต่อความชื้น เสื่อมสภาพง่าย หรือมีอายุการจัดเก็บจำกัด ควรวางแผนให้เหมาะกับรอบการใช้งาน

หลักสำคัญคือ ซื้อให้เพียงพอและมีสำรองในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่ซื้อให้มากที่สุด

7. คำนึงถึงค่าขนส่งและการจัดส่งถึงหน้างาน

วัสดุก่อสร้างจำนวนมากมีน้ำหนักและขนาดค่อนข้างมาก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก ทราย หิน หรือวัสดุก่อผนัง

ดังนั้นค่าขนส่งอาจกลายเป็นต้นทุนที่มองข้ามไม่ได้

ก่อนซื้อควรถามให้ชัดเจนว่า

  • ส่งถึงหน้างานหรือไม่
  • มีค่าจัดส่งเท่าไร
  • มีขั้นต่ำในการสั่งหรือไม่
  • ใช้เวลากี่วัน
  • รถที่ใช้จัดส่งสามารถเข้าหน้างานได้หรือไม่
  • มีบริการยกหรือขนถ่ายหรือไม่

การวางแผนการจัดส่งให้เหมาะกับลำดับงาน จะช่วยลดการสั่งสินค้าหลายรอบโดยไม่จำเป็น

8. เลือกวัสดุที่มีอายุการใช้งานเหมาะสม

การประหยัดในวันนี้อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายในวันข้างหน้า หากวัสดุที่เลือกมีอายุการใช้งานสั้นหรือไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อม

ตัวอย่างเช่น วัสดุที่ใช้ภายนอกอาคารควรตรวจสอบว่าสามารถทนต่อแดดและฝนได้หรือไม่ ขณะที่วัสดุในห้องน้ำควรเหมาะกับความชื้นและการสัมผัสน้ำ

การเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมจึงช่วยลดโอกาสการเสื่อมสภาพก่อนเวลา และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว

9. วางแผนซื้อวัสดุตามลำดับงาน

ไม่จำเป็นต้องซื้อวัสดุทั้งหมดในครั้งเดียว โดยเฉพาะโครงการที่มีระยะเวลาก่อสร้างหลายเดือน

ควรวางแผนตามลำดับ เช่น

งานโครงสร้าง → งานก่อผนัง → งานระบบ → งานพื้นและผนัง → งานสี → งานตกแต่ง

วิธีนี้ช่วยให้วัสดุถูกนำมาใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ลดปัญหาการเก็บของนาน และช่วยบริหารพื้นที่จัดเก็บในหน้างานได้ดีขึ้น

10. อย่าลืมเรื่องวัสดุที่ใช้ร่วมกัน

วัสดุบางชนิดไม่ได้ใช้งานเพียงตัวเดียว แต่ต้องใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น

ตัวอย่างเช่น

  • กระเบื้อง + กาวซีเมนต์ + ยาแนว
  • ท่อ PVC + ข้อต่อ + น้ำยาประสานท่อ
  • สี + สีรองพื้น
  • ระบบกันซึม + วัสดุเตรียมพื้นผิว
  • สกรู + พุกหรืออุปกรณ์ยึดที่เหมาะสม

หากซื้อเฉพาะวัสดุหลักแต่ลืมอุปกรณ์ประกอบ อาจต้องเสียเวลาและค่าขนส่งในการซื้อเพิ่ม

ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบว่า วัสดุหลักต้องใช้อุปกรณ์อะไรประกอบบ้าง

ตารางสรุปเทคนิคเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างให้คุ้มค่า

เทคนิคสิ่งที่ควรทำผลที่ได้รับ
วางแผนปริมาณทำรายการและคำนวณวัสดุลดการซื้อเกินจำเป็น
เปรียบเทียบราคาดูราคาพร้อมต้นทุนอื่นคุมงบได้ดีขึ้น
ดูคุณภาพเลือกตามลักษณะงานลดปัญหาวัสดุไม่เหมาะสม
ตรวจมาตรฐานเช็กสเปกและข้อมูลสินค้าเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน
ดูค่าขนส่งรวมค่าจัดส่งในการคำนวณเห็นต้นทุนจริง
ซื้อให้เหมาะกับงานไม่ซื้อเกินความจำเป็นลดของเหลือ
ดูอายุการใช้งานเลือกตามสภาพแวดล้อมลดค่าเปลี่ยนและซ่อม
วางแผนการสั่งซื้อสั่งตามลำดับงานลดปัญหาสต็อกและการจัดเก็บ


ซื้อวัสดุก่อสร้างให้คุ้มค่า ต้องมองมากกว่าราคาถูก

หากพูดถึง เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง อย่างไรให้คุ้มค่า? สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ามองเพียงตัวเลขบนป้ายราคา แต่ควรมองไปถึงต้นทุนทั้งหมดและผลลัพธ์ที่จะได้รับจากวัสดุนั้น

วัสดุที่มีราคาถูกอาจคุ้มค่า หากมีคุณภาพเหมาะกับงานและมีอายุการใช้งานตามที่ต้องการ ขณะเดียวกันวัสดุที่มีราคาสูงกว่าก็อาจคุ้มค่าได้เช่นกัน หากช่วยลดปริมาณการใช้ ลดค่าแรง ลดการบำรุงรักษา หรือมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองถามตัวเอง 5 ข้อ

ใช้กับงานอะไร? → ต้องใช้เท่าไร? → คุณภาพตรงตามงานหรือไม่? → ต้นทุนรวมเท่าไร? → ใช้งานได้นานแค่ไหน?

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน การเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างก็จะมีเหตุผลมากขึ้น และช่วยให้ควบคุมงบประมาณของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะสุดท้ายแล้ว “ของถูก” ไม่ได้แปลว่า “คุ้ม” และ “ของแพง” ก็ไม่ได้แปลว่า “ดีที่สุด” สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกวัสดุที่เหมาะกับงานและให้ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน


สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เลื่อยวงเดือนคืออะไร?

เลื่อยวงเดือน เป็นเครื่องมือไฟฟ้าที่ใช้งานได้สะดวกในงานตัดไม้หรือซอยไม้..

รู้หรือไม่ กรวยจราจรมีกี่ประเภท?

กรวยจราจร คือ อุปกรณ์จราจร ที่มีไว้สำหรับกำหนดขอบเขต หรืออาจจะตั้งไว้สำหรับเป็นสัญลักษณ์เตือนให้ระวัง ลดความเสี่ยงที่ก่อ..

การบำรุงรักษาสว่าน

การมีเครื่องมือช่างที่สมบูรณ์และทำงานอย่างเป็นทางการเป็นสิ่งสำคัญที่ช่างมือทุกคนต้องใส่ใจ ในบทความนี้เราจะสร้างความเข้าใ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.