×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน?

23 สิงหาคม 2566
เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน?

เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน? รู้จักอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยป้องกันระบบไฟฟ้า



เวลาเราเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายอย่างพร้อมกัน เคยสงสัยไหมว่าถ้าเกิดกระแสไฟฟ้าไหลมากเกินไป หรือมีไฟฟ้าลัดวงจร ระบบไฟฟ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องหยุดจ่ายไฟ?

อุปกรณ์ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ก็คือ “เบรกเกอร์” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่พบได้ในบ้าน อาคาร โรงงาน และระบบไฟฟ้าต่าง ๆ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเบรกเกอร์ในตู้ไฟ แต่ยังไม่รู้ว่าเบรกเกอร์ทำงานอย่างไร และทำไมเวลามีปัญหาไฟฟ้าบางครั้งเบรกเกอร์จึง “ตัด” ลงมาเอง

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน? เบรกเกอร์มีกี่ประเภท แต่ละแบบเหมาะกับงานอะไร และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับระบบไฟฟ้า


เบรกเกอร์คืออะไร?

เบรกเกอร์ (Circuit Breaker) คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับ ตัดและต่อวงจรไฟฟ้า และมีหน้าที่สำคัญในการช่วยป้องกันวงจรจากสภาวะผิดปกติ เช่น กระแสไฟฟ้าเกินและไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเบรกเกอร์ตรวจพบว่ากระแสไฟฟ้าอยู่ในระดับที่ผิดปกติตามลักษณะการทำงานของอุปกรณ์ เบรกเกอร์จะตัดวงจร เพื่อหยุดการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรนั้น

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ เบรกเกอร์ก็เปรียบเหมือน “ประตูควบคุมกระแสไฟฟ้า” เมื่อทุกอย่างทำงานปกติ ประตูก็เปิดให้ไฟฟ้าไหลผ่าน แต่เมื่อเกิดความผิดปกติ เบรกเกอร์จะทำหน้าที่ตัดวงจรเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เบรกเกอร์แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการป้องกันแตกต่างกัน จึงไม่ควรเหมารวมว่าเบรกเกอร์ทุกตัวสามารถป้องกันอันตรายทางไฟฟ้าได้ทุกประเภท


เบรกเกอร์มีหน้าที่อะไร?

หน้าที่หลักของเบรกเกอร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนสำคัญ

1. ตัดวงจรเมื่อเกิดกระแสเกิน

หากมีการใช้ไฟฟ้ามากเกินกว่าที่วงจรหรืออุปกรณ์ป้องกันกำหนด กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านอาจสูงขึ้นจนเกิดความร้อนในสายไฟ

เบรกเกอร์ที่มีคุณสมบัติป้องกันกระแสเกินจะตรวจจับสภาวะดังกล่าวและตัดวงจรตามลักษณะการทำงานของมัน

2. ตัดวงจรเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเกิดการลัดวงจร กระแสไฟฟ้าอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เบรกเกอร์ที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันลัดวงจรจะตัดวงจรเพื่อจำกัดการไหลของกระแสและช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ เบรกเกอร์ยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับ เปิด-ปิดวงจรด้วยมือ เพื่อความสะดวกในการควบคุมหรือซ่อมบำรุงระบบตามการออกแบบ


เบรกเกอร์ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของเบรกเกอร์ขึ้นอยู่กับประเภท แต่เบรกเกอร์สำหรับงานทั่วไปหลายชนิดใช้กลไกตรวจจับ กระแสไฟฟ้าเกิน และ กระแสลัดวงจร

เมื่อกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านสูงเกินค่าที่กำหนด กลไกภายในจะทำให้หน้าสัมผัสแยกออกจากกัน ส่งผลให้วงจรถูกตัด

ตัวอย่างเช่น หากวงจรหนึ่งมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายตัวทำงานพร้อมกันจนกระแสรวมสูงเกินพิกัด เบรกเกอร์อาจตัดวงจรเพื่อป้องกันไม่ให้กระแสไหลต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกิดความร้อนสะสม

ส่วนกรณีไฟฟ้าลัดวงจร การตัดวงจรมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า เพราะกระแสผิดปกติอาจมีค่าสูงมาก


เบรกเกอร์มีกี่ประเภท?

เบรกเกอร์มีหลายประเภท และแต่ละชนิดถูกออกแบบมาสำหรับระบบและลักษณะงานที่แตกต่างกัน

ประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • MCB
  • MCCB
  • RCBO
  • RCCB/RCD
  • ACB
  • เบรกเกอร์สำหรับงานเฉพาะทางอื่น ๆ

การเลือกใช้งานจึงควรพิจารณาจากขนาดระบบ แรงดัน กระแสที่ใช้งาน ระดับการป้องกัน และข้อกำหนดของระบบไฟฟ้า


1. MCB คืออะไร?



MCB (Miniature Circuit Breaker) เป็นเบรกเกอร์ขนาดกะทัดรัดที่พบได้บ่อยในบ้าน อาคาร และวงจรไฟฟ้าทั่วไป

มักใช้สำหรับป้องกัน

  • กระแสเกิน
  • ไฟฟ้าลัดวงจร

MCB เหมาะกับวงจรย่อยที่มีกระแสไม่สูงมาก เช่น วงจรแสงสว่าง วงจรเต้ารับ หรือวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทตามการออกแบบ

ข้อดีคือมีขนาดเล็ก ติดตั้งในตู้ไฟได้ง่าย และสามารถเปิดกลับมาใช้งานใหม่ได้หลังจากแก้ไขสาเหตุของปัญหาแล้ว


2. MCCB คืออะไร?



MCCB (Molded Case Circuit Breaker) เป็นเบรกเกอร์ที่มีขนาดและพิกัดรองรับสูงกว่า MCB ในหลายการใช้งาน

มักพบใน

  • อาคาร
  • โรงงาน
  • ระบบจ่ายไฟขนาดใหญ่
  • ตู้ควบคุมไฟฟ้า
  • ระบบที่มีกระแสใช้งานสูง

MCCB สามารถเลือกพิกัดและคุณสมบัติการป้องกันได้หลากหลายกว่าในหลายรุ่น จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการความสามารถในการรองรับกระแสและการตัดกระแสลัดวงจรที่สูงขึ้น


3. RCBO คืออะไร?



RCBO (Residual Current Circuit Breaker with Overcurrent Protection) เป็นอุปกรณ์ที่รวมการป้องกัน กระแสไฟฟ้าเกิน/ลัดวงจร เข้ากับการป้องกัน กระแสไฟฟ้ารั่วหรือกระแสตกค้าง ไว้ในอุปกรณ์เดียว

จึงช่วยประหยัดพื้นที่ภายในตู้ไฟ และเหมาะกับวงจรที่ต้องการการป้องกันเพิ่มเติมจากไฟฟ้ารั่ว

ตัวอย่างเช่น วงจรที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เปียกหรือวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดและพิกัดให้เหมาะกับระบบ


4. RCCB หรือ RCD คืออะไร?



RCCB (Residual Current Circuit Breaker) หรืออุปกรณ์ในกลุ่ม RCD (Residual Current Device) ทำหน้าที่ตรวจจับความไม่สมดุลของกระแส ซึ่งอาจเกิดจากกระแสไฟฟ้าไหลออกจากวงจรไปยังทางอื่น เช่น ลงดิน

จุดสำคัญคือ RCCB โดยทั่วไป ไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจรแทน MCB/MCCB

ดังนั้นการใช้งานจึงมักต้องมีอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินที่เหมาะสมร่วมด้วย


5. ACB คืออะไร?



ACB (Air Circuit Breaker) เป็นเบรกเกอร์ที่ใช้กับระบบไฟฟ้าที่มีกระแสสูง โดยพบได้ในอาคารขนาดใหญ่ โรงงาน และตู้ไฟฟ้าหลัก

มีความสามารถในการตัดกระแสผิดปกติและสามารถตั้งค่าการป้องกันได้หลากหลายตามรุ่นและการออกแบบ

เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำหรับระบบขนาดใหญ่ การเลือกติดตั้งและการตั้งค่าควรดำเนินการโดยผู้ที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้า


เบรกเกอร์แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น ลองดูจากตารางนี้

ประเภทลักษณะการใช้งานการป้องกันหลัก
MCBบ้าน อาคาร วงจรย่อยกระแสเกินและลัดวงจร
MCCBอาคาร โรงงาน ระบบขนาดใหญ่กระแสเกินและลัดวงจร
RCBOวงจรที่ต้องการป้องกันไฟรั่วร่วมด้วยกระแสเกิน ลัดวงจร และกระแสตกค้าง
RCCB/RCDระบบที่ต้องการป้องกันกระแสตกค้างกระแสไฟฟ้ารั่ว/กระแสตกค้าง
ACBระบบไฟฟ้ากระแสสูงป้องกันกระแสผิดปกติหลายรูปแบบตามการตั้งค่า

หมายเหตุ: คุณสมบัติและพิกัดของเบรกเกอร์แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตก่อนเลือกใช้งานจริง


ทำไมเบรกเกอร์จึงตัดเอง?

หากเปิดตู้ไฟแล้วพบว่าเบรกเกอร์บางตัวอยู่ในตำแหน่ง OFF หลายคนอาจเข้าใจทันทีว่า “เบรกเกอร์เสีย”

แต่จริง ๆ แล้ว การตัดวงจรอาจเป็นการทำงานตามปกติของเบรกเกอร์เพื่อป้องกันวงจร

สาเหตุที่พบได้ เช่น

กระแสไฟฟ้าเกิน

มีเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายตัวทำงานพร้อมกัน ทำให้กระแสรวมสูงกว่าพิกัดของวงจร

ไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดการสัมผัสกันของตัวนำหรือมีความผิดปกติในอุปกรณ์ ทำให้กระแสเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไฟฟ้ารั่ว

สำหรับอุปกรณ์ประเภท RCBO หรือ RCCB/RCD หากตรวจพบกระแสตกค้างเกินค่าที่กำหนด อุปกรณ์จะตัดวงจรเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว

ดังนั้น หากเบรกเกอร์ตัดซ้ำ ๆ ไม่ควรฝืนเปิดกลับโดยไม่ตรวจสอบสาเหตุ


เบรกเกอร์กับฟิวส์ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง เบรกเกอร์และฟิวส์ มีหน้าที่ช่วยป้องกันวงจรจากกระแสผิดปกติ แต่หลักการทำงานแตกต่างกัน

ฟิวส์ ใช้ลวดหรือวัสดุที่ออกแบบให้หลอมละลายเมื่อกระแสเกินค่าที่กำหนด เมื่อลวดฟิวส์ขาด วงจรจะถูกตัด และต้องเปลี่ยนฟิวส์ใหม่

ส่วน เบรกเกอร์ ใช้กลไกตัดวงจร เมื่อแก้ไขปัญหาแล้ว เบรกเกอร์หลายประเภทสามารถเปิดกลับมาใช้งานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

จึงทำให้เบรกเกอร์ได้รับความนิยมอย่างมากในระบบไฟฟ้าสมัยใหม่


วิธีเลือกเบรกเกอร์ให้เหมาะกับงาน

การเลือกเบรกเกอร์ไม่ควรเลือกจาก “แอมป์สูง ๆ ไว้ก่อน” เพราะพิกัดของเบรกเกอร์ต้องสัมพันธ์กับสายไฟ โหลด และการออกแบบวงจร

สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่

1. กระแสใช้งาน

ควรรู้ว่าปกติวงจรจะมีกระแสใช้งานประมาณเท่าไร

2. ขนาดสายไฟ

พิกัดเบรกเกอร์ต้องสัมพันธ์กับความสามารถในการรับกระแสของสายไฟและเงื่อนไขการติดตั้ง

3. แรงดันไฟฟ้า

เลือกเบรกเกอร์ให้มีพิกัดแรงดันเหมาะกับระบบ

4. จำนวนขั้ว

เช่น 1 Pole, 2 Pole, 3 Pole หรือ 4 Pole ตามรูปแบบของระบบไฟฟ้า

5. ความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร

ควรเลือกให้เหมาะกับระดับกระแสลัดวงจรที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ณ จุดติดตั้ง

6. ลักษณะโหลด

โหลดแต่ละชนิดมีลักษณะการใช้กระแสต่างกัน เช่น มอเตอร์ เครื่องทำความเย็น หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

7. ต้องการป้องกันไฟรั่วหรือไม่?

หากต้องการการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว อาจต้องพิจารณา RCBO หรือ RCD/RCCB ตามลักษณะระบบ


เบรกเกอร์ไม่ได้ป้องกันไฟฟ้าทุกชนิด

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด

เบรกเกอร์ทั่วไปมีหน้าที่หลักในการป้องกัน กระแสเกินและลัดวงจร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าทุกกรณี

ตัวอย่างเช่น ไฟฟ้ารั่วบางรูปแบบอาจต้องใช้อุปกรณ์ประเภท RCD/RCCB หรือ RCBO ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับกระแสตกค้างโดยเฉพาะ

ดังนั้นการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัยจึงไม่ได้อาศัยเพียงเบรกเกอร์ตัวเดียว แต่ต้องเลือกอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะกับความเสี่ยงของระบบ


หากเบรกเกอร์ตัดบ่อย ควรทำอย่างไร?

หากเบรกเกอร์มีการตัดวงจรบ่อย ๆ สิ่งแรกที่ควรทำคือ หาสาเหตุ ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นเบรกเกอร์ที่มีแอมป์สูงขึ้นทันที

ลองสังเกตว่าเบรกเกอร์ตัดเมื่อเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวใด หรือเกิดขึ้นในช่วงที่มีการใช้งานหลายอุปกรณ์พร้อมกันหรือไม่

สาเหตุอาจมาจาก

  • โหลดไฟฟ้ามากเกินไป
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าผิดปกติ
  • เกิดไฟฟ้าลัดวงจร
  • ระบบไฟฟ้ามีปัญหา
  • มีไฟฟ้ารั่ว
  • เลือกพิกัดอุปกรณ์ไม่เหมาะกับวงจร

หากไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจสอบระบบ

ไม่ควรเปลี่ยนเบรกเกอร์ให้มีพิกัดกระแสสูงขึ้นเองโดยไม่ตรวจสอบขนาดสายไฟและการออกแบบวงจร เพราะอาจทำให้ระบบไม่ได้รับการป้องกันอย่างเหมาะสม


สรุป เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน?

เบรกเกอร์คืออุปกรณ์ที่ใช้ตัดและต่อวงจรไฟฟ้า และช่วยป้องกันวงจรจากกระแสไฟฟ้าผิดปกติ เช่น กระแสเกินและไฟฟ้าลัดวงจร โดยเบรกเกอร์บางประเภท เช่น RCBO และ RCCB/RCD ยังมีการตรวจจับกระแสตกค้างเพื่อช่วยเพิ่มการป้องกันไฟฟ้ารั่วด้วย

เบรกเกอร์มีหลายประเภท ตั้งแต่ MCB, MCCB, RCBO, RCCB/RCD ไปจนถึง ACB แต่ละชนิดมีหน้าที่และเหมาะกับระบบที่แตกต่างกัน

การเลือกเบรกเกอร์ที่ดีจึงไม่ใช่การเลือกจากแค่ขนาดแอมป์หรือราคา แต่ต้องดู ขนาดสายไฟ กระแสใช้งาน แรงดัน จำนวนขั้ว ความสามารถในการตัดกระแสลัดวงจร ลักษณะโหลด และรูปแบบการป้องกันที่ต้องการ

เพราะเบรกเกอร์เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของระบบไฟฟ้า การเลือกให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานและอุปกรณ์ไฟฟ้า

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กลอนประตูมีกี่ชนิด?

กลอนประตู เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเกิดความอุ่นใจในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านที่พักอาศัย ส่วนใหญ่จะใช้ปิดเมื่อเราอยู่ด้านใน..

ประแจแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

# ประแจแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ให้เหมาะกับงาน ช่วยทำงานง่ายขึ้น ประแจเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่างพื้นฐานที่พ..

ก่อสร้างหลังคาอย่างไร ให้เหมาะกับทุกฤดู?

หลังคา เป็นวัสดุก่อสร้างที่สำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร บ้านเรือน มีคุณสมบัติช่วยป้องกันแสงแดด ลมและฝน..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.