Call Center : 02-091-9789
4 กันยายน 2566
เวลามองเห็นอาคาร บ้าน โรงงาน หรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้าง หลายคนอาจคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการมีเพียง “เจ้าของงาน” กับ “ผู้รับเหมา” เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว โครงการก่อสร้างหนึ่งโครงการต้องอาศัยคนหลายฝ่าย และแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน
ตั้งแต่เริ่มวางแผน ออกแบบ ขออนุญาตก่อสร้าง จัดหาวัสดุ ควบคุมงาน ไปจนถึงการตรวจรับและส่งมอบงาน ทุกขั้นตอนล้วนต้องมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
การรู้ว่า โครงการก่อสร้างต้องมีใครบ้าง จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังเริ่มต้นทำโครงการ เพราะช่วยให้รู้ว่าควรประสานงานกับใคร และแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไร
โดยทั่วไปโครงการก่อสร้างจะมีบุคลากรหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจำนวนและตำแหน่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและประเภทของโครงการ
บุคคลหรือทีมงานที่มักพบในโครงการก่อสร้าง ได้แก่
ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะต้องมีครบทุกตำแหน่ง บางโครงการขนาดเล็กอาจให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบหลายหน้าที่ ขณะที่โครงการขนาดใหญ่จะมีทีมงานแยกตามความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
มาดูกันว่าแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไรบ้าง
เจ้าของโครงการ คือผู้ที่เป็นเจ้าของงานหรือผู้ว่าจ้างให้เกิดโครงการก่อสร้างขึ้นมา
หน้าที่ไม่ได้มีเพียงการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นผู้กำหนดความต้องการหลักของโครงการ เช่น ต้องการสร้างอะไร งบประมาณประมาณเท่าไร ต้องการให้เสร็จเมื่อใด และต้องการคุณภาพในระดับไหน
ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้าน เจ้าของโรงงานที่ต้องการขยายพื้นที่ผลิต หรือบริษัทที่ต้องการสร้างอาคารสำนักงาน
เจ้าของโครงการจึงถือเป็นคนสำคัญในการตัดสินใจเรื่องหลัก ๆ ของโครงการ
หากพูดถึงการออกแบบอาคาร สถาปนิก เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ
หน้าที่หลักคือออกแบบอาคารให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน ความสวยงาม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยจะจัดทำแบบสถาปัตยกรรมเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการก่อสร้าง
สถาปนิกอาจต้องประสานงานกับเจ้าของโครงการและวิศวกร เพื่อให้แบบที่ออกมาสามารถนำไปก่อสร้างได้จริง
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ อาจมีสถาปนิกหลายคนหรือมีทีมงานออกแบบในหลายด้านเข้ามาช่วยกันทำงาน
วิศวกรมีหน้าที่ดูแลด้านวิศวกรรมของโครงการ ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายสาขาตามลักษณะงาน
ตัวอย่างเช่น
สำหรับงานโครงสร้าง วิศวกรจะมีบทบาทตั้งแต่การคำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการก่อสร้าง เพื่อให้โครงสร้างเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
เมื่อมีแบบและรายละเอียดของงานแล้ว คนที่จะนำแผนเหล่านั้นมาสู่การก่อสร้างจริงก็คือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง
ผู้รับเหมามีหน้าที่จัดการงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ รายการประกอบแบบ และข้อตกลงกับเจ้าของโครงการ
งานของผู้รับเหมาครอบคลุมหลายเรื่อง เช่น
ในโครงการขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาอาจมีทั้ง ผู้รับเหมาหลัก และ ผู้รับเหมาช่วง ที่รับผิดชอบงานเฉพาะด้าน เช่น งานระบบไฟฟ้า งานระบบปรับอากาศ งานสุขาภิบาล หรืองานติดตั้งเฉพาะทาง
![]()
ผู้จัดการโครงการ หรือ Project Manager (PM) เป็นคนที่ช่วยดูภาพรวมของโครงการ
หน้าที่คือประสานงานระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และทีมงานฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้โครงการเดินหน้าไปตามแผน
เรื่องที่ต้องดูแลอาจมีตั้งแต่
พูดง่าย ๆ คือ PM ต้องมองภาพรวมของโครงการและช่วยให้แต่ละฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงหน้างาน
โดยจะดูว่างานที่ผู้รับเหมาดำเนินการนั้นเป็นไปตามแบบ รายละเอียด และข้อกำหนดของโครงการหรือไม่
ตัวอย่างงานที่ต้องติดตาม เช่น
ผู้ควบคุมงานจึงเป็นเหมือนคนที่ช่วยตรวจสอบว่า “สิ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่หน้างาน” ตรงกับ “สิ่งที่กำหนดไว้ในแบบ” หรือไม่
ถ้าผู้จัดการโครงการมองภาพรวม โฟร์แมนจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับการทำงานของช่างในหน้างานมากขึ้น
โฟร์แมน (Foreman) มีหน้าที่ควบคุมและประสานงานช่างหรือแรงงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ
เช่น
โฟร์แมนที่มีประสบการณ์จะช่วยให้การทำงานหน้างานเป็นระบบมากขึ้น เพราะเป็นคนที่เข้าใจทั้งแผนงานและวิธีการทำงานจริงของช่าง
แน่นอนว่าโครงการก่อสร้างจะไม่สามารถเดินหน้าได้หากไม่มี ช่างและแรงงานก่อสร้าง
บุคลากรกลุ่มนี้เป็นผู้ลงมือทำงานจริงตามแบบและแผนงาน เช่น
แต่ละคนมีทักษะและหน้าที่แตกต่างกัน การจัดทีมช่างให้เหมาะกับประเภทของงานจึงมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและระยะเวลาของโครงการ
งานก่อสร้างจะเดินต่อไม่ได้ถ้าวัสดุไม่พร้อม เพราะฉะนั้น ฝ่ายจัดซื้อและจัดหาวัสดุ จึงเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่
หน้าที่หลักคือจัดหาวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้ตรงตามความต้องการของโครงการ
ตัวอย่างเช่น
นอกจากเรื่องราคาแล้ว ฝ่ายจัดซื้อยังต้องดูเรื่อง คุณภาพ จำนวน สเปก และกำหนดเวลาส่งสินค้า ด้วย เพราะหากวัสดุมาถึงหน้างานไม่ทัน ก็อาจทำให้แผนงานก่อสร้างล่าช้าได้
ในโครงการก่อสร้างที่มีคนทำงานจำนวนมาก เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือ จป. มีบทบาทในการดูแลและส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานตามหน้าที่และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
จำนวนและประเภทของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ต้องมีจะขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของสถานประกอบการ รวมถึงข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อีกฝ่ายที่มีความสำคัญกับโครงการก่อสร้างคือคนที่ดูแลเรื่อง ต้นทุนและงบประมาณ
หน้าที่อาจครอบคลุมตั้งแต่การถอดปริมาณวัสดุ ประเมินราคาวัสดุและค่าแรง จัดทำประมาณการต้นทุน ไปจนถึงติดตามค่าใช้จ่ายจริงระหว่างก่อสร้าง
เพราะแม้โครงการจะก่อสร้างเสร็จตามแบบ แต่ถ้าต้นทุนสูงเกินกว่างบประมาณที่กำหนด ก็ถือเป็นปัญหาที่ต้องบริหารจัดการ
ดังนั้นการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างจึงมีความสำคัญไม่แพ้การควบคุมคุณภาพงาน
จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
หากเป็นการสร้างบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านอาจติดต่อผู้รับเหมาโดยตรง และผู้รับเหมาอาจมีทีมช่างของตัวเอง โดยบางหน้าที่อาจรวมอยู่ในคนเดียวกัน
แต่ถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน คอนโดมิเนียม หรือโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค จะมีทีมงานจำนวนมากขึ้น และแบ่งหน้าที่กันละเอียดกว่าเดิม
ตัวอย่างเช่น ผู้รับเหมาหลักอาจมีผู้จัดการโครงการ วิศวกรสนาม โฟร์แมน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประมาณราคา เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้รับเหมาช่วงหลายทีม
ดังนั้นคำถามว่า “โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?” จึงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ควรพิจารณาจากขนาด ประเภท และความซับซ้อนของโครงการเป็นหลัก
| บุคคล/ฝ่าย | หน้าที่หลัก |
|---|---|
| เจ้าของโครงการ | กำหนดความต้องการ งบประมาณ และตัดสินใจเรื่องสำคัญ |
| สถาปนิก | ออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการใช้งาน |
| วิศวกร | ออกแบบและดูแลงานด้านวิศวกรรม |
| ผู้รับเหมา | ดำเนินงานก่อสร้างและบริหารทีมงาน |
| ผู้จัดการโครงการ | ดูภาพรวมและประสานงานโครงการ |
| ผู้ควบคุมงาน | ตรวจสอบงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบและข้อกำหนด |
| โฟร์แมน | ควบคุมงานและช่างในหน้างาน |
| ช่าง/แรงงาน | ลงมือก่อสร้างและติดตั้งจริง |
| ฝ่ายจัดซื้อ | จัดหาวัสดุและอุปกรณ์ |
| จป. | ดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงาน |
| ฝ่ายประมาณราคา | ประเมินและติดตามต้นทุนโครงการ |
เมื่อมีคนหลายฝ่ายเข้ามาทำงานร่วมกัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความสามารถของแต่ละคนก็คือ การสื่อสารและการประสานงาน
ตัวอย่างง่าย ๆ หากฝ่ายจัดซื้อไม่ทราบว่าหน้างานต้องใช้เหล็กเมื่อใด ก็อาจสั่งของไม่ทัน หากช่างไม่ได้รับแบบฉบับล่าสุด ก็อาจทำงานผิดตำแหน่ง หรือหากผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานเข้าใจรายละเอียดไม่ตรงกัน ก็อาจต้องแก้งานภายหลัง
เพราะฉะนั้นโครงการที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีคนเก่งกี่คน แต่ต้องมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน สื่อสารตรงกัน และทำงานตามแผนเดียวกันด้วย
โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง? คำตอบคือขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ แต่โดยทั่วไปจะมีทั้ง เจ้าของโครงการ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ผู้จัดการโครงการ ผู้ควบคุมงาน โฟร์แมน ช่างและแรงงาน ฝ่ายจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และฝ่ายควบคุมต้นทุน
แต่ละฝ่ายมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ จัดหาวัสดุ ควบคุมงาน ลงมือก่อสร้าง ไปจนถึงตรวจสอบและส่งมอบงาน
สำหรับโครงการขนาดเล็ก บางตำแหน่งอาจรวมอยู่ในคนเดียวกันได้ แต่เมื่อโครงการมีขนาดใหญ่ขึ้น การแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนจะช่วยให้บริหารงานได้ง่ายขึ้น ลดความผิดพลาด และทำให้ทุกฝ่ายรู้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบอะไร
สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของโครงการก่อสร้างไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ตั้งแต่คนออกแบบ คนวางแผน คนจัดหาวัสดุ ไปจนถึงช่างที่ลงมือทำงานจริงหน้างาน
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ