×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?

4 กันยายน 2566
โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?

โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง? รู้จักหน้าที่ของคนสำคัญในโครงการก่อสร้าง



เวลามองเห็นอาคาร บ้าน โรงงาน หรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้าง หลายคนอาจคิดว่าคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการมีเพียง “เจ้าของงาน” กับ “ผู้รับเหมา” เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว โครงการก่อสร้างหนึ่งโครงการต้องอาศัยคนหลายฝ่าย และแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน

ตั้งแต่เริ่มวางแผน ออกแบบ ขออนุญาตก่อสร้าง จัดหาวัสดุ ควบคุมงาน ไปจนถึงการตรวจรับและส่งมอบงาน ทุกขั้นตอนล้วนต้องมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

การรู้ว่า โครงการก่อสร้างต้องมีใครบ้าง จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา ผู้ประกอบการ หรือคนที่กำลังเริ่มต้นทำโครงการ เพราะช่วยให้รู้ว่าควรประสานงานกับใคร และแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไร

โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?

โดยทั่วไปโครงการก่อสร้างจะมีบุคลากรหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจำนวนและตำแหน่งอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและประเภทของโครงการ

บุคคลหรือทีมงานที่มักพบในโครงการก่อสร้าง ได้แก่

  1. เจ้าของโครงการ
  2. สถาปนิก
  3. วิศวกร
  4. ผู้รับเหมาก่อสร้าง
  5. ผู้ควบคุมงาน
  6. ผู้จัดการโครงการ
  7. โฟร์แมน
  8. ช่างและแรงงานก่อสร้าง
  9. ฝ่ายจัดซื้อและจัดหาวัสดุ
  10. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
  11. ฝ่ายประมาณราคาและควบคุมต้นทุน

ไม่ใช่ว่าทุกโครงการจะต้องมีครบทุกตำแหน่ง บางโครงการขนาดเล็กอาจให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบหลายหน้าที่ ขณะที่โครงการขนาดใหญ่จะมีทีมงานแยกตามความรับผิดชอบอย่างชัดเจน

มาดูกันว่าแต่ละฝ่ายมีหน้าที่อะไรบ้าง


1. เจ้าของโครงการ



เจ้าของโครงการ คือผู้ที่เป็นเจ้าของงานหรือผู้ว่าจ้างให้เกิดโครงการก่อสร้างขึ้นมา

หน้าที่ไม่ได้มีเพียงการจ่ายเงิน แต่ยังเป็นผู้กำหนดความต้องการหลักของโครงการ เช่น ต้องการสร้างอะไร งบประมาณประมาณเท่าไร ต้องการให้เสร็จเมื่อใด และต้องการคุณภาพในระดับไหน

ตัวอย่างเช่น เจ้าของบ้านที่ต้องการสร้างบ้าน เจ้าของโรงงานที่ต้องการขยายพื้นที่ผลิต หรือบริษัทที่ต้องการสร้างอาคารสำนักงาน

เจ้าของโครงการจึงถือเป็นคนสำคัญในการตัดสินใจเรื่องหลัก ๆ ของโครงการ


2. สถาปนิก



หากพูดถึงการออกแบบอาคาร สถาปนิก เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีบทบาทสำคัญ

หน้าที่หลักคือออกแบบอาคารให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน ความสวยงาม และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยจะจัดทำแบบสถาปัตยกรรมเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการก่อสร้าง

สถาปนิกอาจต้องประสานงานกับเจ้าของโครงการและวิศวกร เพื่อให้แบบที่ออกมาสามารถนำไปก่อสร้างได้จริง

สำหรับโครงการขนาดใหญ่ อาจมีสถาปนิกหลายคนหรือมีทีมงานออกแบบในหลายด้านเข้ามาช่วยกันทำงาน


3. วิศวกร



วิศวกรมีหน้าที่ดูแลด้านวิศวกรรมของโครงการ ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายสาขาตามลักษณะงาน

ตัวอย่างเช่น

  • วิศวกรโยธา ดูแลงานโครงสร้างและงานโยธา
  • วิศวกรไฟฟ้า ดูแลระบบไฟฟ้า
  • วิศวกรเครื่องกล ดูแลระบบเครื่องกลและระบบที่เกี่ยวข้อง
  • วิศวกรสุขาภิบาล ดูแลระบบน้ำ ระบบระบายน้ำ และงานสุขาภิบาล

สำหรับงานโครงสร้าง วิศวกรจะมีบทบาทตั้งแต่การคำนวณ ออกแบบ ตรวจสอบ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการก่อสร้าง เพื่อให้โครงสร้างเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง


4. ผู้รับเหมาก่อสร้าง



เมื่อมีแบบและรายละเอียดของงานแล้ว คนที่จะนำแผนเหล่านั้นมาสู่การก่อสร้างจริงก็คือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง

ผู้รับเหมามีหน้าที่จัดการงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบ รายการประกอบแบบ และข้อตกลงกับเจ้าของโครงการ

งานของผู้รับเหมาครอบคลุมหลายเรื่อง เช่น

  • จัดหาช่างและแรงงาน
  • จัดหาเครื่องมือ
  • จัดหาวัสดุก่อสร้าง
  • วางแผนการทำงาน
  • ควบคุมระยะเวลาก่อสร้าง
  • ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง
  • ดำเนินการก่อสร้างตามแบบ

ในโครงการขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาอาจมีทั้ง ผู้รับเหมาหลัก และ ผู้รับเหมาช่วง ที่รับผิดชอบงานเฉพาะด้าน เช่น งานระบบไฟฟ้า งานระบบปรับอากาศ งานสุขาภิบาล หรืองานติดตั้งเฉพาะทาง


5. ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง



ผู้จัดการโครงการ หรือ Project Manager (PM) เป็นคนที่ช่วยดูภาพรวมของโครงการ

หน้าที่คือประสานงานระหว่างเจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และทีมงานฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้โครงการเดินหน้าไปตามแผน

เรื่องที่ต้องดูแลอาจมีตั้งแต่

  • ระยะเวลาของโครงการ
  • งบประมาณ
  • คุณภาพงาน
  • แผนการก่อสร้าง
  • การประสานงาน
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นหน้างาน
  • การติดตามความคืบหน้า

พูดง่าย ๆ คือ PM ต้องมองภาพรวมของโครงการและช่วยให้แต่ละฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน


6. ผู้ควบคุมงาน



ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ตรวจสอบและติดตามงานก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริงหน้างาน

โดยจะดูว่างานที่ผู้รับเหมาดำเนินการนั้นเป็นไปตามแบบ รายละเอียด และข้อกำหนดของโครงการหรือไม่

ตัวอย่างงานที่ต้องติดตาม เช่น

  • งานฐานราก
  • งานโครงสร้าง
  • งานก่อผนัง
  • งานหลังคา
  • งานระบบ
  • งานสถาปัตยกรรม
  • งานตกแต่ง

ผู้ควบคุมงานจึงเป็นเหมือนคนที่ช่วยตรวจสอบว่า “สิ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่หน้างาน” ตรงกับ “สิ่งที่กำหนดไว้ในแบบ” หรือไม่


7. โฟร์แมน



ถ้าผู้จัดการโครงการมองภาพรวม โฟร์แมนจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับการทำงานของช่างในหน้างานมากขึ้น

โฟร์แมน (Foreman) มีหน้าที่ควบคุมและประสานงานช่างหรือแรงงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ

เช่น

  • จัดลำดับงานประจำวัน
  • แจกจ่ายงานให้ช่าง
  • ตรวจสอบความพร้อมของวัสดุ
  • ตรวจสอบเครื่องมือ
  • ติดตามความคืบหน้า
  • แก้ไขปัญหาเบื้องต้นหน้างาน
  • ประสานงานกับผู้ควบคุมงานหรือผู้จัดการโครงการ

โฟร์แมนที่มีประสบการณ์จะช่วยให้การทำงานหน้างานเป็นระบบมากขึ้น เพราะเป็นคนที่เข้าใจทั้งแผนงานและวิธีการทำงานจริงของช่าง


8. ช่างและแรงงานก่อสร้าง



แน่นอนว่าโครงการก่อสร้างจะไม่สามารถเดินหน้าได้หากไม่มี ช่างและแรงงานก่อสร้าง

บุคลากรกลุ่มนี้เป็นผู้ลงมือทำงานจริงตามแบบและแผนงาน เช่น

  • ช่างปูน
  • ช่างเหล็ก
  • ช่างไม้
  • ช่างไฟฟ้า
  • ช่างประปา
  • ช่างเชื่อม
  • ช่างสี
  • ช่างหลังคา
  • ช่างติดตั้ง
  • คนงานก่อสร้าง

แต่ละคนมีทักษะและหน้าที่แตกต่างกัน การจัดทีมช่างให้เหมาะกับประเภทของงานจึงมีผลโดยตรงต่อคุณภาพและระยะเวลาของโครงการ


9. ฝ่ายจัดซื้อและจัดหาวัสดุ



งานก่อสร้างจะเดินต่อไม่ได้ถ้าวัสดุไม่พร้อม เพราะฉะนั้น ฝ่ายจัดซื้อและจัดหาวัสดุ จึงเป็นอีกส่วนที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่

หน้าที่หลักคือจัดหาวัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้ตรงตามความต้องการของโครงการ

ตัวอย่างเช่น

  • ปูนซีเมนต์
  • เหล็ก
  • ทราย
  • หิน
  • อิฐ
  • ท่อ
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า
  • อุปกรณ์ประปา
  • เครื่องมือช่าง
  • วัสดุตกแต่ง

นอกจากเรื่องราคาแล้ว ฝ่ายจัดซื้อยังต้องดูเรื่อง คุณภาพ จำนวน สเปก และกำหนดเวลาส่งสินค้า ด้วย เพราะหากวัสดุมาถึงหน้างานไม่ทัน ก็อาจทำให้แผนงานก่อสร้างล่าช้าได้


10. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย



ในโครงการก่อสร้างที่มีคนทำงานจำนวนมาก เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือ จป. มีบทบาทในการดูแลและส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานตามหน้าที่และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • แนะนำการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
  • ตรวจสอบความเสี่ยงในพื้นที่ก่อสร้าง
  • ให้ความรู้ด้านความปลอดภัย
  • ติดตามและรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

จำนวนและประเภทของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ต้องมีจะขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของสถานประกอบการ รวมถึงข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


11. ฝ่ายประมาณราคาและควบคุมต้นทุน



อีกฝ่ายที่มีความสำคัญกับโครงการก่อสร้างคือคนที่ดูแลเรื่อง ต้นทุนและงบประมาณ

หน้าที่อาจครอบคลุมตั้งแต่การถอดปริมาณวัสดุ ประเมินราคาวัสดุและค่าแรง จัดทำประมาณการต้นทุน ไปจนถึงติดตามค่าใช้จ่ายจริงระหว่างก่อสร้าง

เพราะแม้โครงการจะก่อสร้างเสร็จตามแบบ แต่ถ้าต้นทุนสูงเกินกว่างบประมาณที่กำหนด ก็ถือเป็นปัญหาที่ต้องบริหารจัดการ

ดังนั้นการควบคุมต้นทุนตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างจึงมีความสำคัญไม่แพ้การควบคุมคุณภาพงาน


โครงการก่อสร้างขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ มีทีมงานเหมือนกันหรือไม่?

จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

หากเป็นการสร้างบ้านหลังหนึ่ง เจ้าของบ้านอาจติดต่อผู้รับเหมาโดยตรง และผู้รับเหมาอาจมีทีมช่างของตัวเอง โดยบางหน้าที่อาจรวมอยู่ในคนเดียวกัน

แต่ถ้าเป็นโครงการขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน คอนโดมิเนียม หรือโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภค จะมีทีมงานจำนวนมากขึ้น และแบ่งหน้าที่กันละเอียดกว่าเดิม

ตัวอย่างเช่น ผู้รับเหมาหลักอาจมีผู้จัดการโครงการ วิศวกรสนาม โฟร์แมน ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายประมาณราคา เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้รับเหมาช่วงหลายทีม

ดังนั้นคำถามว่า “โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?” จึงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ควรพิจารณาจากขนาด ประเภท และความซับซ้อนของโครงการเป็นหลัก


ใครทำหน้าที่อะไรในโครงการก่อสร้าง? สรุปแบบเข้าใจง่าย

บุคคล/ฝ่ายหน้าที่หลัก
เจ้าของโครงการกำหนดความต้องการ งบประมาณ และตัดสินใจเรื่องสำคัญ
สถาปนิกออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการใช้งาน
วิศวกรออกแบบและดูแลงานด้านวิศวกรรม
ผู้รับเหมาดำเนินงานก่อสร้างและบริหารทีมงาน
ผู้จัดการโครงการดูภาพรวมและประสานงานโครงการ
ผู้ควบคุมงานตรวจสอบงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบและข้อกำหนด
โฟร์แมนควบคุมงานและช่างในหน้างาน
ช่าง/แรงงานลงมือก่อสร้างและติดตั้งจริง
ฝ่ายจัดซื้อจัดหาวัสดุและอุปกรณ์
จป.ดูแลด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ฝ่ายประมาณราคาประเมินและติดตามต้นทุนโครงการ

การประสานงานสำคัญกว่าที่คิด

เมื่อมีคนหลายฝ่ายเข้ามาทำงานร่วมกัน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความสามารถของแต่ละคนก็คือ การสื่อสารและการประสานงาน

ตัวอย่างง่าย ๆ หากฝ่ายจัดซื้อไม่ทราบว่าหน้างานต้องใช้เหล็กเมื่อใด ก็อาจสั่งของไม่ทัน หากช่างไม่ได้รับแบบฉบับล่าสุด ก็อาจทำงานผิดตำแหน่ง หรือหากผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานเข้าใจรายละเอียดไม่ตรงกัน ก็อาจต้องแก้งานภายหลัง

เพราะฉะนั้นโครงการที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีคนเก่งกี่คน แต่ต้องมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน สื่อสารตรงกัน และทำงานตามแผนเดียวกันด้วย


สรุป โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง?

โครงการก่อสร้าง ต้องมีใครบ้าง? คำตอบคือขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของโครงการ แต่โดยทั่วไปจะมีทั้ง เจ้าของโครงการ สถาปนิก วิศวกร ผู้รับเหมา ผู้จัดการโครงการ ผู้ควบคุมงาน โฟร์แมน ช่างและแรงงาน ฝ่ายจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และฝ่ายควบคุมต้นทุน

แต่ละฝ่ายมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ จัดหาวัสดุ ควบคุมงาน ลงมือก่อสร้าง ไปจนถึงตรวจสอบและส่งมอบงาน

สำหรับโครงการขนาดเล็ก บางตำแหน่งอาจรวมอยู่ในคนเดียวกันได้ แต่เมื่อโครงการมีขนาดใหญ่ขึ้น การแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนจะช่วยให้บริหารงานได้ง่ายขึ้น ลดความผิดพลาด และทำให้ทุกฝ่ายรู้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบอะไร

สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของโครงการก่อสร้างไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ตั้งแต่คนออกแบบ คนวางแผน คนจัดหาวัสดุ ไปจนถึงช่างที่ลงมือทำงานจริงหน้างาน

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เครื่องเป่าลมร้อน ทำอะไรได้บ้าง?

เครื่องเป่าลมร้อนเป็นเครื่องมือที่ได้เข้ามาแทนที่เครื่องมือล้าสมัยอย่างพาราฟิน หัวพ่นไฟ..

เลือกก๊อกน้ำ อย่างไร? ให้เหมาะสมกับอ่างล้างหน้า

ในปัจจุบัน “ก๊อกน้ำ” เป็นอุปกรณ์สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั่วไป ใช่สำหรับควบคุม การไหลของน้ำ สามารถ เปิด-ก๊อกน้ำได้ เพื่อใช้ในระ..

แต่ละขนาดของ ลูกกลิ้งทาสี เหมาะกับงานแบบไหน?

ลูกกลิ้งทาสี คือ ลูกกลิ้งที่มีหน้าที่ทาสี มีพื้นผิวไว้เพื่อต้องการระบายสีหรือการตกแต่งสี เช่น การทาสีบ้าน ตึก หรือสิ่งขอ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.