×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับ ฟองน้ำล้างจาน

21 สิงหาคม 2566
6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับ ฟองน้ำล้างจาน

6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับฟองน้ำล้างจาน รู้ไว้ใช้ได้นานและสะอาดกว่าเดิม



ฟองน้ำล้างจาน เป็นของใช้ในครัวที่เราเจอกันแทบทุกวัน เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ใส่น้ำยาล้างจานแล้วนำไปขัดจานก็เรียบร้อย

แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ ฟองน้ำล้างจานกลับเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเจอกับทั้งเศษอาหาร น้ำมัน ความชื้น และสิ่งสกปรกอยู่เป็นประจำ หากใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ดูแลหรือเปลี่ยนตามความเหมาะสม ฟองน้ำอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกได้

ดังนั้นก่อนหยิบฟองน้ำก้อนเดิมมาล้างจานในวันนี้ ลองมาทำความรู้จักกับ 6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับฟองน้ำล้างจาน ตั้งแต่การเลือกใช้ การทำความสะอาด ไปจนถึงสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนก้อนใหม่


ฟองน้ำล้างจาน คืออะไร?

ฟองน้ำล้างจาน คืออุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดภาชนะและเครื่องครัว โดยทั่วไปมีโครงสร้างเป็นวัสดุเนื้อนุ่มหรือมีรูพรุน สามารถอุ้มน้ำและน้ำยาล้างจานได้ดี

ฟองน้ำบางรุ่นอาจมีวัสดุขัดอยู่ด้านหนึ่ง เช่น ใยขัดหรือเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อช่วยขจัดคราบอาหารและคราบมันที่ติดอยู่บนภาชนะ

ปัจจุบันมีฟองน้ำหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแบบเนื้อนุ่ม แบบสองด้าน แบบใยขัด แบบเมลามีน และแบบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นผิวบางชนิด

ดังนั้นการเลือกฟองน้ำให้เหมาะกับงานก็มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกน้ำยาล้างจาน


6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับฟองน้ำล้างจาน

1. ฟองน้ำล้างจานไม่ได้สะอาดเพียงเพราะเราใช้น้ำล้าง

หลังจากล้างจานเสร็จ หลายคนอาจบีบฟองน้ำ ล้างผ่านน้ำ แล้วนำไปวางไว้ข้างอ่างล้างจานทันที

แต่ความจริงแล้วการล้างผ่านน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าสิ่งสกปรกทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไป

เศษอาหาร ไขมัน และคราบต่าง ๆ สามารถติดอยู่ตามรูพรุนของฟองน้ำได้ โดยเฉพาะถ้าฟองน้ำถูกใช้งานมาหลายครั้ง

หลังใช้งานจึงควรล้างฟองน้ำให้สะอาด บีบน้ำออก และวางไว้ในบริเวณที่สามารถระบายอากาศและทำให้แห้งได้


2. ความชื้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ฟองน้ำที่เปียกอยู่ตลอดเวลาเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการสะสมของจุลินทรีย์และกลิ่นไม่พึงประสงค์

ลองนึกภาพฟองน้ำที่ถูกใช้ล้างจานตอนเช้า จากนั้นวางกองอยู่ริมอ่างโดยยังเปียกจนถึงตอนเย็น ฟองน้ำแทบไม่มีโอกาสแห้งเลย

วิธีง่าย ๆ คือ หลังใช้ควรบีบน้ำออกให้มากที่สุด แล้ววางไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรเก็บฟองน้ำไว้ในภาชนะปิดที่ทำให้ความชื้นระบายออกได้ยาก

ยิ่งฟองน้ำแห้งได้เร็ว ก็ยิ่งช่วยลดการสะสมของความชื้น


3. ฟองน้ำแต่ละแบบเหมาะกับงานไม่เหมือนกัน

อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ ไม่ใช่ฟองน้ำทุกชนิดจะเหมาะกับภาชนะทุกประเภท

ฟองน้ำเนื้อนุ่มเหมาะกับการทำความสะอาดภาชนะทั่วไปและพื้นผิวที่ต้องการลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วน

ส่วนฟองน้ำที่มีด้านใยขัดจะช่วยจัดการกับคราบที่ติดแน่นได้ดีขึ้น

แต่ถ้าเป็นภาชนะหรือพื้นผิวที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เครื่องครัวที่มีสารเคลือบหรือพื้นผิวที่เกิดรอยได้ง่าย ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้วัสดุขัด

เพราะบางครั้งการใช้ฟองน้ำที่หยาบเกินไปอาจทำให้พื้นผิวเกิดรอยโดยไม่รู้ตัว


4. ฟองน้ำล้างจานควรแยกตามลักษณะการใช้งาน

ในครัวที่ต้องทำความสะอาดหลายอย่าง การมีฟองน้ำเพียงก้อนเดียวแล้วใช้กับทุกสิ่งอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น อาจแยกฟองน้ำสำหรับ

  • ล้างจานและชาม
  • ล้างแก้ว
  • ล้างหม้อและกระทะ
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์อื่น ๆ
  • งานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาชนะอาหาร

การแยกใช้งานช่วยลดโอกาสที่คราบหรือสิ่งสกปรกจากงานหนึ่งจะถูกนำไปใช้กับอีกงานหนึ่ง

โดยเฉพาะฟองน้ำที่ใช้ทำความสะอาดบริเวณอื่นของบ้าน ไม่ควรนำกลับมาใช้ล้างภาชนะ


5. ไม่ควรใช้ฟองน้ำเก่าจนสภาพเสื่อม

ฟองน้ำล้างจานก็มีอายุการใช้งานเหมือนอุปกรณ์อื่น ๆ

เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ เนื้อฟองน้ำอาจเริ่ม

  • ฉีกขาด
  • ยุบตัว
  • แข็งหรือเปื่อย
  • มีคราบฝังแน่น
  • มีกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • ด้านใยขัดหลุดหรือเสื่อมสภาพ

เมื่อฟองน้ำอยู่ในสภาพเหล่านี้ ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดก็ลดลง และการฝืนใช้ต่ออาจไม่คุ้มกับการเปลี่ยนก้อนใหม่

ดังนั้นไม่ควรยึดติดว่าต้องใช้ฟองน้ำให้หมดสภาพก่อนจึงจะเปลี่ยน

เห็นว่าฟองน้ำเสื่อมสภาพหรือมีกลิ่นผิดปกติ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยน


6. อย่ามองข้ามการจัดเก็บฟองน้ำ

การจัดเก็บเป็นอีกเรื่องที่ช่วยให้ฟองน้ำอยู่ในสภาพที่เหมาะสม

หลังใช้งานควรล้างคราบออก บีบน้ำออก และวางในบริเวณที่น้ำสามารถไหลออกได้และมีอากาศถ่ายเท

หากมีที่วางฟองน้ำ ควรเลือกแบบที่ไม่ทำให้น้ำขังอยู่ใต้ฟองน้ำ เพราะการวางฟองน้ำแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลาจะทำให้แห้งได้ยาก

สำหรับบ้านที่มีการใช้งานฟองน้ำหลายก้อน ควรแยกตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้หยิบสลับกัน


ฟองน้ำล้างจานมีกี่ประเภท?

ปัจจุบันมีฟองน้ำล้างจานหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน

ฟองน้ำสองด้าน



เป็นแบบที่พบได้ทั่วไป ด้านหนึ่งเป็นฟองน้ำเนื้อนุ่ม ส่วนอีกด้านเป็นใยขัด

ข้อดีคือสามารถใช้ทั้งล้างภาชนะทั่วไปและขัดคราบที่ติดแน่นได้ในชิ้นเดียว


ฟองน้ำเนื้อนุ่ม



เน้นการทำความสะอาดพื้นผิวโดยไม่ใช้วัสดุขัดที่หยาบมาก

เหมาะกับแก้ว จาน ชาม หรือภาชนะที่ต้องการการดูแลพื้นผิวเป็นพิเศษ ทั้งนี้ควรเลือกตามคำแนะนำของผู้ผลิตภาชนะด้วย


ฟองน้ำใยขัด



มีด้านขัดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการกับคราบที่ติดแน่น เช่น คราบอาหารหรือคราบมัน

เหมาะกับหม้อ กระทะ และภาชนะที่มีความทนทานต่อการขัด


ฟองน้ำเมลามีน



ฟองน้ำเมลามีนมีลักษณะเฉพาะและนิยมใช้กับงานขจัดคราบบนพื้นผิวหลายประเภท

อย่างไรก็ตาม เนื้อฟองน้ำมีคุณสมบัติในการขัด จึงควรทดลองบริเวณเล็ก ๆ และตรวจสอบว่าพื้นผิวนั้นเหมาะกับการใช้หรือไม่ เพราะอาจทำให้พื้นผิวบางชนิดเกิดรอยหรือเปลี่ยนสภาพได้


ฟองน้ำล้างจานแบบไหนเหมาะกับงานของเรา?

การเลือกฟองน้ำไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่ควรเลือกให้ตรงกับงาน

ล้างจานทั่วไป → ฟองน้ำเนื้อนุ่มหรือฟองน้ำสองด้าน

ล้างหม้อและกระทะ → ฟองน้ำที่มีด้านใยขัด หากพื้นผิวรองรับการขัด

ล้างแก้วหรือภาชนะที่เกิดรอยง่าย → เลือกด้านนุ่มและหลีกเลี่ยงวัสดุขัดที่หยาบ

ขจัดคราบบางประเภทบนพื้นผิวต่าง ๆ → เลือกฟองน้ำให้เหมาะกับพื้นผิวและตรวจสอบคำแนะนำก่อนใช้งาน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าคิดว่าฟองน้ำที่ขัดแรงที่สุดจะทำความสะอาดได้ดีที่สุด เพราะการขัดที่แรงเกินไปอาจสร้างความเสียหายให้กับพื้นผิวของภาชนะได้


ฟองน้ำล้างจานควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับชนิดของฟองน้ำ ความถี่ในการใช้งาน และการดูแลรักษา

สิ่งที่ควรใช้เป็นตัวสังเกตมากกว่าคือ สภาพของฟองน้ำ

หากเริ่มมีกลิ่นเหม็นแม้จะล้างแล้ว เนื้อฟองน้ำเสื่อม มีคราบสะสมมาก หรือเริ่มฉีกขาด ก็ควรเปลี่ยนใหม่

การเปลี่ยนฟองน้ำเป็นประจำตามสภาพการใช้งานจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการกำหนดว่าต้องใช้กี่วันหรือกี่สัปดาห์แบบตายตัว


วิธีดูแลฟองน้ำล้างจานให้ใช้งานได้นานขึ้น

ลองทำตามขั้นตอนง่าย ๆ หลังล้างจานทุกครั้ง

ขั้นตอนที่ 1 — ล้างเศษอาหารออก
อย่าปล่อยให้เศษอาหารติดอยู่ในฟองน้ำ

ขั้นตอนที่ 2 — ล้างด้วยน้ำสะอาด
บีบและล้างจนไม่มีคราบน้ำยาหรือสิ่งสกปรกตกค้าง

ขั้นตอนที่ 3 — บีบน้ำออก
ลดปริมาณน้ำที่ค้างอยู่ในฟองน้ำ

ขั้นตอนที่ 4 — วางให้แห้ง
เลือกบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทและไม่ทำให้น้ำขัง

ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบสภาพเป็นระยะ
หากฟองน้ำเริ่มเสื่อมหรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรเปลี่ยนใหม่


สรุป 6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับฟองน้ำล้างจาน

แม้ ฟองน้ำล้างจาน จะเป็นของใช้ชิ้นเล็ก ๆ แต่การเลือกและดูแลอย่างถูกวิธีก็มีส่วนช่วยให้การทำความสะอาดในครัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6 เรื่องสำคัญที่ควรจำไว้ ได้แก่

  1. ล้างฟองน้ำหลังใช้งาน อย่าปล่อยให้มีเศษอาหารตกค้าง
  2. ลดความชื้น บีบน้ำออกและวางให้แห้ง
  3. เลือกฟองน้ำให้เหมาะกับพื้นผิว ไม่ใช่ทุกแบบจะใช้กับทุกภาชนะได้
  4. แยกฟองน้ำตามการใช้งาน โดยเฉพาะงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาชนะอาหาร
  5. เปลี่ยนเมื่อฟองน้ำเสื่อมสภาพ ไม่จำเป็นต้องรอจนใช้งานไม่ได้
  6. จัดเก็บให้ถูกวิธี หลีกเลี่ยงการวางในจุดที่น้ำขังหรืออากาศไม่ถ่ายเท

สุดท้ายแล้ว ฟองน้ำล้างจานที่ดีไม่ใช่แค่ฟองน้ำที่สามารถขจัดคราบได้ แต่ควรเป็นฟองน้ำที่ เหมาะกับพื้นผิว ใช้งานถูกประเภท และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยให้ทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดและภาชนะในครัวอยู่ในสภาพที่ดีได้นานขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

5 สว่านไฟฟ้า Bosch รุ่นฮิตที่สุดตลอดกาล

Bosch เป็นสว่านไฟฟ้ายี่ห้อของประเทศเยอรมัน ซึ่งมีเทคโนโลยีทางด้านวิศวรรมที่ดีแทบจะเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ทำให..

รู้หรือไม่ กรวยจราจรมีกี่ประเภท?

กรวยจราจร คือ อุปกรณ์จราจร ที่มีไว้สำหรับกำหนดขอบเขต หรืออาจจะตั้งไว้สำหรับเป็นสัญลักษณ์เตือนให้ระวัง ลดความเสี่ยงที่ก่อ..

ความสำคัญของหน้ากากเชื่อม

หน้ากากเชื่อม เป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการทำงานประเภทก่อสร้าง หรืองานเชื่อมต่างๆ ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.