Call Center : 02-091-9789
21 สิงหาคม 2566
ฟองน้ำล้างจาน เป็นของใช้ในครัวที่เราเจอกันแทบทุกวัน เป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ใส่น้ำยาล้างจานแล้วนำไปขัดจานก็เรียบร้อย
แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ ฟองน้ำล้างจานกลับเป็นอุปกรณ์ที่ต้องเจอกับทั้งเศษอาหาร น้ำมัน ความชื้น และสิ่งสกปรกอยู่เป็นประจำ หากใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ดูแลหรือเปลี่ยนตามความเหมาะสม ฟองน้ำอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกได้
ดังนั้นก่อนหยิบฟองน้ำก้อนเดิมมาล้างจานในวันนี้ ลองมาทำความรู้จักกับ 6 เรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับฟองน้ำล้างจาน ตั้งแต่การเลือกใช้ การทำความสะอาด ไปจนถึงสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนก้อนใหม่
ฟองน้ำล้างจาน คืออุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดภาชนะและเครื่องครัว โดยทั่วไปมีโครงสร้างเป็นวัสดุเนื้อนุ่มหรือมีรูพรุน สามารถอุ้มน้ำและน้ำยาล้างจานได้ดี
ฟองน้ำบางรุ่นอาจมีวัสดุขัดอยู่ด้านหนึ่ง เช่น ใยขัดหรือเส้นใยสังเคราะห์ เพื่อช่วยขจัดคราบอาหารและคราบมันที่ติดอยู่บนภาชนะ
ปัจจุบันมีฟองน้ำหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแบบเนื้อนุ่ม แบบสองด้าน แบบใยขัด แบบเมลามีน และแบบที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับพื้นผิวบางชนิด
ดังนั้นการเลือกฟองน้ำให้เหมาะกับงานก็มีความสำคัญไม่แพ้การเลือกน้ำยาล้างจาน
หลังจากล้างจานเสร็จ หลายคนอาจบีบฟองน้ำ ล้างผ่านน้ำ แล้วนำไปวางไว้ข้างอ่างล้างจานทันที
แต่ความจริงแล้วการล้างผ่านน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าสิ่งสกปรกทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไป
เศษอาหาร ไขมัน และคราบต่าง ๆ สามารถติดอยู่ตามรูพรุนของฟองน้ำได้ โดยเฉพาะถ้าฟองน้ำถูกใช้งานมาหลายครั้ง
หลังใช้งานจึงควรล้างฟองน้ำให้สะอาด บีบน้ำออก และวางไว้ในบริเวณที่สามารถระบายอากาศและทำให้แห้งได้
ฟองน้ำที่เปียกอยู่ตลอดเวลาเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการสะสมของจุลินทรีย์และกลิ่นไม่พึงประสงค์
ลองนึกภาพฟองน้ำที่ถูกใช้ล้างจานตอนเช้า จากนั้นวางกองอยู่ริมอ่างโดยยังเปียกจนถึงตอนเย็น ฟองน้ำแทบไม่มีโอกาสแห้งเลย
วิธีง่าย ๆ คือ หลังใช้ควรบีบน้ำออกให้มากที่สุด แล้ววางไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรเก็บฟองน้ำไว้ในภาชนะปิดที่ทำให้ความชื้นระบายออกได้ยาก
ยิ่งฟองน้ำแห้งได้เร็ว ก็ยิ่งช่วยลดการสะสมของความชื้น
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ ไม่ใช่ฟองน้ำทุกชนิดจะเหมาะกับภาชนะทุกประเภท
ฟองน้ำเนื้อนุ่มเหมาะกับการทำความสะอาดภาชนะทั่วไปและพื้นผิวที่ต้องการลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วน
ส่วนฟองน้ำที่มีด้านใยขัดจะช่วยจัดการกับคราบที่ติดแน่นได้ดีขึ้น
แต่ถ้าเป็นภาชนะหรือพื้นผิวที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เครื่องครัวที่มีสารเคลือบหรือพื้นผิวที่เกิดรอยได้ง่าย ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนใช้วัสดุขัด
เพราะบางครั้งการใช้ฟองน้ำที่หยาบเกินไปอาจทำให้พื้นผิวเกิดรอยโดยไม่รู้ตัว
ในครัวที่ต้องทำความสะอาดหลายอย่าง การมีฟองน้ำเพียงก้อนเดียวแล้วใช้กับทุกสิ่งอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
ตัวอย่างเช่น อาจแยกฟองน้ำสำหรับ
การแยกใช้งานช่วยลดโอกาสที่คราบหรือสิ่งสกปรกจากงานหนึ่งจะถูกนำไปใช้กับอีกงานหนึ่ง
โดยเฉพาะฟองน้ำที่ใช้ทำความสะอาดบริเวณอื่นของบ้าน ไม่ควรนำกลับมาใช้ล้างภาชนะ
ฟองน้ำล้างจานก็มีอายุการใช้งานเหมือนอุปกรณ์อื่น ๆ
เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ เนื้อฟองน้ำอาจเริ่ม
เมื่อฟองน้ำอยู่ในสภาพเหล่านี้ ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดก็ลดลง และการฝืนใช้ต่ออาจไม่คุ้มกับการเปลี่ยนก้อนใหม่
ดังนั้นไม่ควรยึดติดว่าต้องใช้ฟองน้ำให้หมดสภาพก่อนจึงจะเปลี่ยน
เห็นว่าฟองน้ำเสื่อมสภาพหรือมีกลิ่นผิดปกติ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยน
การจัดเก็บเป็นอีกเรื่องที่ช่วยให้ฟองน้ำอยู่ในสภาพที่เหมาะสม
หลังใช้งานควรล้างคราบออก บีบน้ำออก และวางในบริเวณที่น้ำสามารถไหลออกได้และมีอากาศถ่ายเท
หากมีที่วางฟองน้ำ ควรเลือกแบบที่ไม่ทำให้น้ำขังอยู่ใต้ฟองน้ำ เพราะการวางฟองน้ำแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลาจะทำให้แห้งได้ยาก
สำหรับบ้านที่มีการใช้งานฟองน้ำหลายก้อน ควรแยกตำแหน่งให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้หยิบสลับกัน
ปัจจุบันมีฟองน้ำล้างจานหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นแตกต่างกัน
เป็นแบบที่พบได้ทั่วไป ด้านหนึ่งเป็นฟองน้ำเนื้อนุ่ม ส่วนอีกด้านเป็นใยขัด
ข้อดีคือสามารถใช้ทั้งล้างภาชนะทั่วไปและขัดคราบที่ติดแน่นได้ในชิ้นเดียว
เน้นการทำความสะอาดพื้นผิวโดยไม่ใช้วัสดุขัดที่หยาบมาก
เหมาะกับแก้ว จาน ชาม หรือภาชนะที่ต้องการการดูแลพื้นผิวเป็นพิเศษ ทั้งนี้ควรเลือกตามคำแนะนำของผู้ผลิตภาชนะด้วย
มีด้านขัดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการกับคราบที่ติดแน่น เช่น คราบอาหารหรือคราบมัน
เหมาะกับหม้อ กระทะ และภาชนะที่มีความทนทานต่อการขัด
ฟองน้ำเมลามีนมีลักษณะเฉพาะและนิยมใช้กับงานขจัดคราบบนพื้นผิวหลายประเภท
อย่างไรก็ตาม เนื้อฟองน้ำมีคุณสมบัติในการขัด จึงควรทดลองบริเวณเล็ก ๆ และตรวจสอบว่าพื้นผิวนั้นเหมาะกับการใช้หรือไม่ เพราะอาจทำให้พื้นผิวบางชนิดเกิดรอยหรือเปลี่ยนสภาพได้
การเลือกฟองน้ำไม่จำเป็นต้องเลือกแบบที่แพงที่สุด แต่ควรเลือกให้ตรงกับงาน
ล้างจานทั่วไป → ฟองน้ำเนื้อนุ่มหรือฟองน้ำสองด้าน
ล้างหม้อและกระทะ → ฟองน้ำที่มีด้านใยขัด หากพื้นผิวรองรับการขัด
ล้างแก้วหรือภาชนะที่เกิดรอยง่าย → เลือกด้านนุ่มและหลีกเลี่ยงวัสดุขัดที่หยาบ
ขจัดคราบบางประเภทบนพื้นผิวต่าง ๆ → เลือกฟองน้ำให้เหมาะกับพื้นผิวและตรวจสอบคำแนะนำก่อนใช้งาน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าคิดว่าฟองน้ำที่ขัดแรงที่สุดจะทำความสะอาดได้ดีที่สุด เพราะการขัดที่แรงเกินไปอาจสร้างความเสียหายให้กับพื้นผิวของภาชนะได้
ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับชนิดของฟองน้ำ ความถี่ในการใช้งาน และการดูแลรักษา
สิ่งที่ควรใช้เป็นตัวสังเกตมากกว่าคือ สภาพของฟองน้ำ
หากเริ่มมีกลิ่นเหม็นแม้จะล้างแล้ว เนื้อฟองน้ำเสื่อม มีคราบสะสมมาก หรือเริ่มฉีกขาด ก็ควรเปลี่ยนใหม่
การเปลี่ยนฟองน้ำเป็นประจำตามสภาพการใช้งานจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการกำหนดว่าต้องใช้กี่วันหรือกี่สัปดาห์แบบตายตัว
ลองทำตามขั้นตอนง่าย ๆ หลังล้างจานทุกครั้ง
ขั้นตอนที่ 1 — ล้างเศษอาหารออก
อย่าปล่อยให้เศษอาหารติดอยู่ในฟองน้ำ
ขั้นตอนที่ 2 — ล้างด้วยน้ำสะอาด
บีบและล้างจนไม่มีคราบน้ำยาหรือสิ่งสกปรกตกค้าง
ขั้นตอนที่ 3 — บีบน้ำออก
ลดปริมาณน้ำที่ค้างอยู่ในฟองน้ำ
ขั้นตอนที่ 4 — วางให้แห้ง
เลือกบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทและไม่ทำให้น้ำขัง
ขั้นตอนที่ 5 — ตรวจสอบสภาพเป็นระยะ
หากฟองน้ำเริ่มเสื่อมหรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรเปลี่ยนใหม่
แม้ ฟองน้ำล้างจาน จะเป็นของใช้ชิ้นเล็ก ๆ แต่การเลือกและดูแลอย่างถูกวิธีก็มีส่วนช่วยให้การทำความสะอาดในครัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6 เรื่องสำคัญที่ควรจำไว้ ได้แก่
สุดท้ายแล้ว ฟองน้ำล้างจานที่ดีไม่ใช่แค่ฟองน้ำที่สามารถขจัดคราบได้ แต่ควรเป็นฟองน้ำที่ เหมาะกับพื้นผิว ใช้งานถูกประเภท และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยให้ทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดและภาชนะในครัวอยู่ในสภาพที่ดีได้นานขึ้น
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ