×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

จาระบีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร?

17 สิงหาคม 2566
จาระบีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร?

จาระบีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร? รู้จักสารหล่อลื่นที่สำคัญในงานช่าง



เวลาเราพูดถึงการดูแลเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ช่าง หลายคนมักนึกถึงน้ำมันหล่อลื่นเป็นอย่างแรก แต่จริง ๆ แล้ว จาระบี ก็เป็นอีกหนึ่งสารหล่อลื่นที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงกด แรงเสียดทาน หรืออยู่ในตำแหน่งที่น้ำมันไหลออกได้ง่าย

จาระบีที่เราเห็นอาจดูเป็นเพียงสารเหนียว ๆ ที่ใช้ทาตามชิ้นส่วนเครื่องจักร แต่เบื้องหลังมีการออกแบบสูตรให้เหมาะกับงานหลายรูปแบบ ทั้งงานยานยนต์ งานก่อสร้าง งานเกษตร และงานอุตสาหกรรม

แล้ว จาระบีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร? จาระบีทำมาจากอะไร มีประเภทไหนบ้าง และเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน บทความนี้จะพาไปรู้จักกันแบบเข้าใจง่าย


จาระบีคืออะไร?

จาระบี คือ สารหล่อลื่นกึ่งของแข็งที่ประกอบด้วยน้ำมันพื้นฐาน สารทำให้ข้น และสารเติมแต่งต่าง ๆ โดยถูกออกแบบให้สามารถเกาะอยู่กับพื้นผิวของชิ้นส่วนได้ดีกว่าน้ำมันในลักษณะการใช้งานบางประเภท

หน้าที่หลักของจาระบีคือช่วย ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอ ระหว่างชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวหรือสัมผัสกัน

จุดเด่นของจาระบีคือความเหนียวและความสามารถในการคงอยู่บริเวณที่ต้องการหล่อลื่น ทำให้เหมาะกับชิ้นส่วนบางประเภทที่ไม่สะดวกเติมน้ำมันบ่อย ๆ หรือเป็นตำแหน่งที่น้ำมันอาจไหลออกได้ง่าย


จาระบีทำมาจากอะไร?

โดยทั่วไปองค์ประกอบหลักของจาระบีสามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1. น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil)

เป็นส่วนที่ทำหน้าที่หล่อลื่น โดยอาจเป็นน้ำมันแร่ น้ำมันสังเคราะห์ หรือชนิดอื่นตามสูตรของผู้ผลิต

น้ำมันพื้นฐานมีผลต่อคุณสมบัติด้านการหล่อลื่น อุณหภูมิในการใช้งาน และความเหมาะสมกับเครื่องจักร

2. สารทำให้ข้น (Thickener)

เป็นส่วนที่ทำให้จาระบีมีลักษณะกึ่งของแข็งและสามารถเกาะอยู่กับบริเวณที่ต้องการได้

สารทำให้ข้นมีหลายประเภท เช่น Lithium, Calcium, Aluminum Complex และ Polyurea โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

3. สารเติมแต่ง (Additives)

ผู้ผลิตสามารถเติมสารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ช่วยป้องกันการเกิดสนิม ลดการสึกหรอ หรือเพิ่มความสามารถในการรับแรงกด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรของจาระบีแต่ละรุ่น


จาระบีมีคุณสมบัติอย่างไร?

เมื่อถามว่า จาระบีมีคุณสมบัติอย่างไร สิ่งที่ควรเข้าใจคือจาระบีแต่ละสูตรไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด แต่โดยทั่วไปมักมีคุณสมบัติที่สำคัญดังนี้

1. ช่วยลดแรงเสียดทาน

เมื่อชิ้นส่วนเคลื่อนที่และสัมผัสกัน จะเกิดแรงเสียดทานขึ้น หากไม่มีสารหล่อลื่นที่เหมาะสม พื้นผิวของชิ้นส่วนอาจสึกหรอเร็วขึ้น

จาระบีจะช่วยสร้างชั้นหล่อลื่นระหว่างพื้นผิว ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของชิ้นส่วนในลักษณะที่สารหล่อลื่นสามารถทำงานได้


2. ช่วยลดการสึกหรอ

จาระบีบางสูตรมีสารเติมแต่งที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันการสึกหรอ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่ต้องทำงานภายใต้แรงกดหรือแรงกระแทก

การเลือกจาระบีให้เหมาะกับภาระของเครื่องจักรจึงมีความสำคัญ เพราะจาระบีแต่ละชนิดรองรับสภาพการทำงานแตกต่างกัน


3. เกาะอยู่กับชิ้นส่วนได้ดี

นี่เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่แตกต่างจากน้ำมันหล่อลื่นในหลายกรณี

เนื้อจาระบีมีความหนืดและโครงสร้างที่ช่วยให้เกาะอยู่บริเวณที่ต้องการได้ จึงเหมาะกับตำแหน่งที่มีการรั่วไหลหรือการไหลออกของน้ำมันได้ง่าย


4. ช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อน

จาระบีบางสูตรมีสารเติมแต่งที่ช่วยป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน โดยช่วยสร้างชั้นป้องกันบนพื้นผิวโลหะ

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าจาระบีทุกชนิดสามารถป้องกันสนิมได้ในระดับเดียวกัน ควรตรวจสอบคุณสมบัติจากข้อมูลของผู้ผลิต


5. ช่วยรองรับงานที่มีแรงกดหรือแรงกระแทก

จาระบีบางประเภทได้รับการออกแบบให้เหมาะกับงานที่มีแรงกดสูง แรงกระแทก หรือแรงโหลดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ตัวอย่างเช่น งานเครื่องจักร งานยานยนต์ หรืออุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนหมุนและต้องรับน้ำหนัก


จาระบีมีกี่ประเภท?

จาระบีสามารถแบ่งได้หลายวิธี แต่หนึ่งในวิธีที่เข้าใจง่ายคือการแบ่งตามชนิดของสารทำให้ข้น

จาระบีลิเธียม (Lithium Grease)

เป็นประเภทที่พบได้อย่างแพร่หลาย เพราะสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายและมีสมดุลของคุณสมบัติหลายด้าน

เหมาะกับงานหล่อลื่นทั่วไป เช่น เครื่องจักร ยานยนต์ และชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ ทั้งนี้ต้องดูเกรดและสูตรของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย


จาระบีแคลเซียม (Calcium Grease)

จาระบีที่ใช้สารทำให้ข้นประเภทแคลเซียมมีคุณสมบัติทนน้ำได้ดีในหลายสูตร แต่ความสามารถในการทนความร้อนขึ้นอยู่กับชนิดและสูตรของผลิตภัณฑ์

จึงควรเลือกใช้งานตามอุณหภูมิและคำแนะนำของผู้ผลิต


จาระบีอะลูมิเนียมคอมเพล็กซ์

มีคุณสมบัติที่เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการการยึดเกาะและความสามารถในการรองรับอุณหภูมิ โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันตามสูตร

สามารถพบได้ในงานอุตสาหกรรมและงานเครื่องจักรบางประเภท


จาระบีโพลียูเรีย (Polyurea Grease)

เป็นจาระบีที่มีสารทำให้ข้นประเภทโพลียูเรีย และถูกนำไปใช้กับงานบางประเภทที่ต้องการคุณสมบัติเฉพาะ เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับตลับลูกปืนและมอเตอร์ไฟฟ้าบางชนิด

แต่การเลือกใช้ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักรหรือตลับลูกปืนก่อนเสมอ


NLGI คืออะไร?

อีกคำหนึ่งที่มักเห็นบนกระปุกจาระบีคือ NLGI ซึ่งเป็นการจัดระดับความแข็งหรือความนุ่มของจาระบี

ตัวเลขที่พบได้บ่อย เช่น

  • NLGI 000
  • NLGI 00
  • NLGI 0
  • NLGI 1
  • NLGI 2
  • NLGI 3

โดยทั่วไป NLGI 2 เป็นเกรดที่พบได้บ่อยในงานหล่อลื่นทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่า NLGI 2 จะเหมาะกับเครื่องจักรทุกชนิด

ตัวเลข NLGI ไม่ได้บอกว่า “จาระบีคุณภาพดีหรือไม่ดี” แต่ใช้บอกระดับความข้นของจาระบี ดังนั้นต้องเลือกให้เหมาะกับระบบหล่อลื่นและวิธีการจ่ายจาระบีของเครื่องจักร


จาระบีใช้กับอะไรได้บ้าง?

จาระบีถูกนำไปใช้ในงานหลากหลายประเภท เช่น

งานยานยนต์



ใช้กับชิ้นส่วนหรือจุดหล่อลื่นบางประเภท เช่น ลูกปืน ข้อต่อ หรือกลไกที่ผู้ผลิตกำหนดให้ใช้จาระบี

งานเครื่องจักร



ใช้หล่อลื่นตลับลูกปืน เฟือง ข้อต่อ และชิ้นส่วนเคลื่อนไหวบางชนิด

งานก่อสร้าง



เครื่องจักรก่อสร้างและอุปกรณ์บางชนิดมีจุดที่ต้องเติมจาระบีเพื่อช่วยลดการสึกหรอ

งานเกษตร



เครื่องจักรและอุปกรณ์การเกษตรหลายชนิดมีจุดหล่อลื่นที่ต้องเติมจาระบีเป็นระยะ

งานอุตสาหกรรม



ใช้กับเครื่องจักรและระบบกลไกที่ได้รับการออกแบบให้ใช้จาระบีเป็นสารหล่อลื่น


จาระบีต่างจากน้ำมันหล่อลื่นอย่างไร?

คำถามนี้เจอบ่อยมาก เพราะทั้งสองอย่างทำหน้าที่หล่อลื่นเหมือนกัน แต่รูปแบบการใช้งานแตกต่างกัน

จาระบี มีลักษณะกึ่งของแข็ง สามารถเกาะอยู่กับชิ้นส่วนได้ดี เหมาะกับจุดที่ต้องการให้สารหล่อลื่นคงอยู่กับที่เป็นเวลานาน หรือจุดที่น้ำมันมีโอกาสไหลออก

น้ำมันหล่อลื่น มีลักษณะเป็นของเหลว สามารถไหลและกระจายตัวได้ง่าย เหมาะกับระบบที่ต้องการการหมุนเวียนของน้ำมัน การถ่ายเทความร้อน หรือการหล่อลื่นชิ้นส่วนที่ต้องการน้ำมันไหลผ่าน

ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าจาระบีหรือน้ำมันแบบไหนดีกว่า แต่ต้องเลือกตาม การออกแบบของเครื่องจักรและสภาพการใช้งาน


วิธีเลือกจาระบีให้เหมาะกับงาน

ก่อนซื้อจาระบี อย่าเพิ่งดูแค่คำว่า “จาระบี” บนฉลาก แต่ควรดูข้อมูลสำคัญหลายอย่าง

1. ดูคู่มือเครื่องจักร

วิธีที่ดีที่สุดคือเริ่มจากคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร เพราะจะระบุชนิดและเกรดของสารหล่อลื่นที่เหมาะสม

2. ดูอุณหภูมิการใช้งาน

หากเครื่องจักรทำงานที่อุณหภูมิสูง ควรเลือกจาระบีที่รองรับอุณหภูมิในช่วงดังกล่าว

3. พิจารณาน้ำและความชื้น

หากต้องทำงานในบริเวณที่มีน้ำหรือความชื้นสูง ควรเลือกจาระบีที่มีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อม

4. ดูแรงโหลดและแรงกระแทก

เครื่องจักรที่รับน้ำหนักหรือแรงกระแทกสูงอาจต้องใช้จาระบีที่มีคุณสมบัติรองรับแรงกดที่เหมาะสม

5. ตรวจสอบความเข้ากันได้

ไม่ควรนำจาระบีต่างชนิดมาผสมกันโดยไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้ เพราะสารทำให้ข้นและสารเติมแต่งของจาระบีแต่ละชนิดอาจแตกต่างกัน


เติมจาระบีมากเกินไปดีหรือไม่?

หลายคนอาจคิดว่า “ใส่เยอะไว้ก่อน น่าจะหล่อลื่นได้ดีกว่า” แต่ในความเป็นจริง การเติมจาระบีมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าจะดีเสมอไป

โดยเฉพาะตลับลูกปืน หากมีจาระบีมากเกินไป อาจทำให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อการทำงานของชิ้นส่วนได้

ในทางกลับกัน หากเติมน้อยเกินไปก็อาจทำให้การหล่อลื่นไม่เพียงพอ

ดังนั้นควรเติมตามปริมาณและรอบการบำรุงรักษาที่ผู้ผลิตเครื่องจักรกำหนด


การเก็บรักษาจาระบี

จาระบีควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทและอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ฝุ่น น้ำ และสิ่งปนเปื้อน

ที่สำคัญคือควรใช้เครื่องมือเติมจาระบีที่สะอาด และหลีกเลี่ยงการนำสิ่งสกปรกเข้าไปในกระปุกหรือระบบหล่อลื่น

เพราะแม้จาระบีจะเป็นสารหล่อลื่น แต่หากมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมปะปนเข้าไป ก็อาจส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนที่ต้องการการหล่อลื่นได้


สรุป จาระบีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร?

จาระบีคือสารหล่อลื่นกึ่งของแข็งที่ประกอบด้วยน้ำมันพื้นฐาน สารทำให้ข้น และสารเติมแต่ง มีหน้าที่หลักในการช่วยลดแรงเสียดทานและการสึกหรอของชิ้นส่วนต่าง ๆ

จุดเด่นของจาระบีคือสามารถเกาะอยู่บริเวณที่ต้องการหล่อลื่นได้ดี จึงเหมาะกับงานหลายประเภท เช่น เครื่องจักร ยานยนต์ เครื่องมือก่อสร้าง อุปกรณ์การเกษตร และงานอุตสาหกรรม

จาระบีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งเรื่องความข้น การทนน้ำ การทนความร้อน และการรับแรงกด ดังนั้นการเลือกใช้จึงควรดูจาก ประเภทเครื่องจักร อุณหภูมิ แรงโหลด สภาพแวดล้อม และคำแนะนำของผู้ผลิต

พูดง่าย ๆ คือ จาระบีไม่ได้มีไว้แค่ “ทาให้ลื่น” แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบำรุงรักษาเครื่องจักร หากเลือกชนิดและใช้งานได้เหมาะสม ก็ช่วยให้ชิ้นส่วนทำงานได้อย่างเหมาะสมและลดปัญหาการสึกหรอที่ไม่จำเป็นได้

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เบรกเกอร์คืออะไร มีหน้าที่ทำงานแบบไหน?

เบรกเกอร์ หรือ เซอร์กิตเบรกเกอร์ คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ป้องกันวงจรไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้าเกินหรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจร ทำงานโดยก..

ปูนเกร้าท์ต่างจากปูนชนิดอื่นอย่างไร?

ปูนเกร้าท์เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีลักษณะแตกต่างอย่างชัดเจนจากปูนชนิดอื่นๆ ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ด้วยความแข็งแกร่งและความทนทา..

6 เครื่องมือวัด ที่ช่างเลือกใช้

ช่างทุกคนต้องมีเครื่องมือช่าง สำหรับวัดไว้ใช้ในการทำงาน ในการที่จะบอกขนาดเเละระยะในการกำหนดตำเเหน่ง..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.