Call Center : 02-091-9789
1 สิงหาคม 2566
มือเป็นอวัยวะที่เราใช้ทำงานแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะงานช่าง งานก่อสร้าง งานเชื่อม งานโรงงาน หรืองานที่ต้องสัมผัสกับเครื่องมือและวัสดุที่มีอุณหภูมิสูง หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ความร้อนจากชิ้นงาน เครื่องจักร หรือของเหลวร้อนก็สามารถทำให้เกิดอันตรายกับมือได้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนให้ความสำคัญกับ “ถุงมือกันความร้อน” มากขึ้น แต่คำถามที่ตามมาคือ ทำไม? ต้องมีถุงมือกันความร้อน และถุงมือประเภทนี้ช่วยป้องกันอันตรายได้อย่างไร?
ความจริงแล้ว ถุงมือกันความร้อนไม่ได้มีไว้สำหรับงานที่ต้องจับของร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีให้เลือกหลายรูปแบบตามระดับอุณหภูมิ ลักษณะงาน และความเสี่ยงที่ผู้สวมใส่ต้องเจอ การเลือกให้เหมาะกับงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถุงมือแต่ละชนิดไม่ได้ป้องกันความร้อนได้ในระดับเดียวกัน
ถุงมือกันความร้อน คืออุปกรณ์ป้องกันมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากแหล่งความร้อนมายังมือของผู้สวมใส่ โดยวัสดุและโครงสร้างของถุงมือจะถูกเลือกให้เหมาะกับการใช้งานแต่ละประเภท
วัสดุที่พบได้ เช่น หนัง ผ้าใยสังเคราะห์ เส้นใยทนความร้อน หรือวัสดุหลายชั้นที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกัน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “กันความร้อน” ไม่ได้หมายความว่าสามารถจับวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงได้ทุกชนิด ผู้ใช้งานควรตรวจสอบระดับการป้องกันและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ก่อนนำไปใช้จริงเสมอ
เหตุผลสำคัญคือ มืออาจสัมผัสความร้อนโดยตรงหรืออยู่ใกล้แหล่งความร้อนโดยไม่รู้ตัว
ในการทำงานจริง ความร้อนสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น
ชิ้นงานโลหะที่เพิ่งผ่านการเชื่อมหรือการตัด
เครื่องจักรหรือชิ้นส่วนที่มีอุณหภูมิสูง
งานหลอมโลหะ
เตาและอุปกรณ์ให้ความร้อน
ไอน้ำหรือของเหลวร้อน
งานครัวหรืออุตสาหกรรมอาหาร
งานซ่อมบำรุงเครื่องจักร
การสวมถุงมือที่เหมาะสมจึงช่วยลดโอกาสที่มือจะสัมผัสกับความร้อนโดยตรง และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจับหรือเคลื่อนย้ายชิ้นงานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
แต่สิ่งสำคัญคือ ถุงมือเป็นอุปกรณ์ช่วยป้องกัน ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำให้สามารถสัมผัสของร้อนได้โดยไม่มีข้อจำกัด
เมื่อมือสัมผัสกับความร้อนสูง ร่างกายอาจเกิดการบาดเจ็บตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ระยะเวลาที่สัมผัส และลักษณะของแหล่งความร้อน
ตัวอย่างความเสี่ยงที่พบได้ ได้แก่
การสัมผัสวัตถุหรือพื้นผิวที่ร้อนโดยตรงอาจทำให้ผิวหนังเกิดแผลไหม้ได้ โดยความรุนแรงขึ้นอยู่กับระดับความร้อนและระยะเวลาที่สัมผัส
บางครั้งผู้ปฏิบัติงานอาจไม่ได้สัมผัสวัตถุร้อนโดยตรง แต่ต้องทำงานใกล้แหล่งความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้มือได้รับความร้อนต่อเนื่อง
ไอน้ำและของเหลวร้อนสามารถถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างรวดเร็ว จึงควรเลือกถุงมือที่เหมาะกับลักษณะความเสี่ยง ไม่ใช่ดูเพียงคำว่า “กันความร้อน” บนสินค้า
หากมือรู้สึกร้อนหรือเจ็บจนต้องรีบปล่อยชิ้นงาน อาจทำให้วัสดุตกหล่น หรือเกิดอุบัติเหตุต่อผู้ปฏิบัติงานและคนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้
ถุงมือกันความร้อนสามารถนำไปใช้กับงานได้หลากหลาย แต่ควรเลือกชนิดให้ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละงาน
งานเชื่อมและงานตัดโลหะมีทั้งความร้อน สะเก็ดไฟ และชิ้นงานที่อาจมีอุณหภูมิสูง ถุงมือสำหรับงานประเภทนี้จึงควรเลือกจากคุณสมบัติที่รองรับความเสี่ยงของงานเชื่อมโดยเฉพาะ
ไม่ควรนำถุงมือกันความร้อนสำหรับงานทั่วไปมาใช้แทนถุงมือสำหรับงานเชื่อม หากผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้งานลักษณะดังกล่าวได้
ชิ้นส่วนเครื่องจักรบางประเภทอาจมีอุณหภูมิสูงหลังจากทำงานต่อเนื่อง การมีถุงมือที่เหมาะสมช่วยเพิ่มการป้องกันเมื่อต้องจับหรือเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน
งานประเภทนี้ต้องให้ความสำคัญกับระดับการป้องกันอย่างมาก เพราะอุณหภูมิอาจสูงกว่างานทั่วไปหลายเท่า ควรเลือกอุปกรณ์ที่ระบุระดับการป้องกันและเหมาะกับสภาพงานโดยตรง
การทำอาหารหรือทำงานในพื้นที่ที่มีเตา หม้อ และภาชนะร้อน ก็สามารถใช้ถุงมือที่ออกแบบมาสำหรับป้องกันความร้อนตามประเภทงานได้เช่นกัน
แม้งานก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ได้สัมผัสความร้อนตลอดเวลา แต่บางงาน เช่น งานเชื่อม งานตัดโลหะ งานซ่อมเครื่องจักร หรือการทำงานกับอุปกรณ์ที่เกิดความร้อน ก็มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันมือที่เหมาะสม
ถุงมือกันความร้อนไม่ได้มีรูปแบบเดียว สามารถแบ่งอย่างง่าย ๆ ตามวัสดุและลักษณะการใช้งานได้ เช่น

หนังเป็นวัสดุที่พบได้ในถุงมือสำหรับงานช่างและงานเชื่อม มีความทนทานต่อการใช้งานและช่วยป้องกันความร้อน รวมถึงความเสี่ยงจากการเสียดสีได้ในระดับที่ขึ้นอยู่กับการออกแบบและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
ใช้เส้นใยที่ออกแบบมาเพื่อรองรับอุณหภูมิสูง โดยบางรุ่นสามารถรองรับความร้อนในระดับที่สูงกว่าถุงมือทั่วไป เหมาะกับงานเฉพาะด้านตามที่ผู้ผลิตกำหนด
มีการใช้วัสดุหลายชั้นเพื่อช่วยเพิ่มการป้องกันความร้อนและเพิ่มความแข็งแรง โดยรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามรุ่น
ออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงจากงานเชื่อม เช่น ความร้อนและสะเก็ดจากการเชื่อม โดยมักมีความยาวคลุมข้อมือหรือแขนบางส่วนเพื่อเพิ่มพื้นที่ป้องกัน
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูมาตรฐานและระดับการป้องกันที่ระบุไว้กับผลิตภัณฑ์ด้วย
หากต้องเลือกซื้อถุงมือกันความร้อน สิ่งที่ควรพิจารณามีหลายเรื่อง
ควรรู้ก่อนว่างานของเราต้องสัมผัสหรืออยู่ใกล้ความร้อนระดับใด เพราะถุงมือแต่ละชนิดมีข้อจำกัดแตกต่างกัน
อย่าเลือกจากคำว่า “กันความร้อน” เพียงอย่างเดียว ควรดูข้อมูลอุณหภูมิและระยะเวลาการสัมผัสที่ผู้ผลิตระบุด้วย หากมีมาตรฐานรับรอง ควรตรวจสอบรายละเอียดของมาตรฐานนั้นเพิ่มเติม
ความร้อนมีหลายรูปแบบ เช่น
ความร้อนจากการสัมผัสพื้นผิวร้อน
ความร้อนจากเปลวไฟ
ความร้อนจากของเหลว
ความร้อนจากไอน้ำ
ความร้อนจากสะเก็ดโลหะ
ถุงมือที่เหมาะกับความร้อนประเภทหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกประเภทหนึ่ง
ถ้างานต้องหยิบจับเครื่องมือขนาดเล็กหรือทำงานที่ต้องใช้ความละเอียด ถุงมือที่หนามากอาจทำให้ควบคุมงานได้ยาก จึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับความคล่องตัว
งานที่มีความเสี่ยงบริเวณข้อมือหรือแขนควรเลือกถุงมือที่มีความยาวเหมาะสม เพื่อเพิ่มพื้นที่ป้องกัน ไม่ควรดูเฉพาะบริเวณฝ่ามือ
หากเป็นงานอุตสาหกรรมหรืองานที่มีความเสี่ยงสูง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลมาตรฐานและระดับการป้องกันชัดเจน รวมถึงตรวจสอบว่ามาตรฐานนั้นตรงกับความเสี่ยงของงานหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป
ถุงมือที่หนาอาจช่วยเพิ่มการป้องกันในบางลักษณะ แต่ก็อาจทำให้การหยิบจับสิ่งของและการควบคุมเครื่องมือทำได้ยากขึ้น
ในทางกลับกัน ถุงมือที่บางและคล่องตัวอาจเหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรองรับอุณหภูมิสูงได้
ดังนั้น หลักการเลือกที่เหมาะสมคือ เลือกถุงมือให้ตรงกับระดับความเสี่ยงของงาน ไม่ใช่เลือกจากความหนาเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้ครับ
ถุงมือกันความร้อนมีขีดจำกัดในการป้องกัน โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสความร้อนสูงเป็นเวลานาน แม้วัสดุภายนอกจะยังดูไม่เสียหาย แต่ความร้อนก็สามารถถ่ายเทผ่านวัสดุเข้ามาด้านในได้
ดังนั้น ก่อนใช้งานควรอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตเกี่ยวกับ
อุณหภูมิที่รองรับ
ระยะเวลาการสัมผัส
ประเภทของความร้อน
ข้อจำกัดในการใช้งาน
วิธีทำความสะอาดและดูแลรักษา
หากไม่แน่ใจว่าถุงมือรุ่นนั้นเหมาะกับงานหรือไม่ ควรสอบถามผู้จำหน่ายหรือผู้ผลิตก่อนนำไปใช้งานจริง
การดูแลถุงมืออย่างเหมาะสมช่วยให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
หลังใช้งานควรตรวจสอบสภาพถุงมือทุกครั้ง หากพบว่ามีรอยขาด รอยไหม้ วัสดุแข็งกรอบ ตะเข็บหลุด หรือมีความเสียหายที่อาจส่งผลต่อการป้องกัน ควรหยุดใช้งานและพิจารณาเปลี่ยนใหม่
นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต และเก็บไว้ในบริเวณที่แห้ง ไม่โดนความร้อนหรือสารเคมีที่อาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ
แม้จะสวมถุงมือแล้ว ก็ยังควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยของหน้างาน
สิ่งที่ควรจำไว้คือ
ห้ามใช้ถุงมือเกินระดับการป้องกันที่ผู้ผลิตกำหนด
ไม่ควรใช้ถุงมือที่มีรอยขาดหรือเสียหาย
ตรวจสอบถุงมือก่อนใช้งานทุกครั้ง
เลือกถุงมือให้ตรงกับประเภทความร้อน
หากต้องทำงานกับเปลวไฟ สารเคมี หรือไฟฟ้า ต้องเลือก PPE ที่รองรับความเสี่ยงนั้นโดยเฉพาะ
ไม่ควรเข้าใจว่าถุงมือกันความร้อนสามารถป้องกันอันตรายได้ทุกประเภท
คำถามว่า ทำไม? ต้องมีถุงมือกันความร้อน คำตอบง่าย ๆ คือ เพราะมือเป็นส่วนที่มีโอกาสสัมผัสกับแหล่งความร้อนระหว่างทำงาน และการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่าการรอให้เกิดอุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตาม ถุงมือกันความร้อนที่ดีไม่ใช่เพียงถุงมือที่ “หนา” หรือ “ราคาแพง” แต่ต้องเป็นถุงมือที่มีคุณสมบัติเหมาะกับลักษณะงาน ระดับอุณหภูมิ ประเภทของความร้อน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเลือกซื้อจึงควรเริ่มจากการถามตัวเองว่า ต้องใช้ทำงานอะไร เจอความร้อนแบบไหน และต้องสัมผัสความร้อนนานแค่ไหน เมื่อรู้ความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว การเลือกถุงมือที่เหมาะสมก็จะง่ายขึ้น และช่วยให้การทำงานมีความปลอดภัยมากขึ้นในระยะยาว
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ