Call Center : 02-091-9789
2 สิงหาคม 2566
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน อาคาร โรงงาน หรือการต่อเติมเล็ก ๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ วัสดุก่อสร้าง เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การทำโครงสร้างให้แข็งแรง การก่อผนัง การทำพื้นและหลังคา ไปจนถึงงานระบบและการตกแต่ง
หลายคนอาจคุ้นชื่อวัสดุก่อสร้างกันดี เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อิฐ ทราย หิน หรือกระเบื้อง แต่เมื่อพูดถึงคำถามว่า วัสดุก่อสร้างคืออะไร? แล้วมีกี่ประเภท? กลับพบว่าวัสดุเหล่านี้สามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่ม และแต่ละกลุ่มก็เหมาะกับงานไม่เหมือนกัน
การทำความรู้จักวัสดุแต่ละประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับทั้งเจ้าของบ้าน ช่าง ผู้รับเหมา และคนที่กำลังวางแผนก่อสร้างหรือปรับปรุงพื้นที่
วัสดุก่อสร้าง คือ วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยมีตั้งแต่วัสดุสำหรับงานโครงสร้าง ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ในงานตกแต่งและงานระบบ
ตัวอย่างเช่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ วัสดุก่อสร้างแต่ละชนิดไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกัน แม้จะถูกนำมาใช้ในอาคารหลังเดียวกันก็ตาม ดังนั้นการเลือกวัสดุจึงควรดูจาก ประเภทงาน คุณสมบัติ สภาพแวดล้อม และวิธีการติดตั้ง ควบคู่กันไป
หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน สามารถจัดกลุ่มวัสดุก่อสร้างออกเป็น 7 ประเภทหลัก เพื่อให้เข้าใจง่าย ได้แก่
ทั้งนี้ การแบ่งประเภทอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะงานหรือวิธีจัดหมวดสินค้าของแต่ละผู้ผลิตและผู้จำหน่าย
โครงสร้างเปรียบเสมือน “กระดูก” ของอาคาร เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำหนักและความมั่นคงของสิ่งปลูกสร้าง
วัสดุที่พบได้บ่อย ได้แก่
วัสดุกลุ่มนี้ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ ขนาด สเปก และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษ โดยเฉพาะวัสดุที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัก
การเลือกใช้ควรอ้างอิงแบบก่อสร้างและข้อกำหนดของโครงการ ไม่ควรเปลี่ยนขนาดหรือสเปกวัสดุเองเพื่อหวังลดต้นทุน
หลังจากมีโครงสร้างแล้ว ส่วนที่ช่วยแบ่งพื้นที่ภายในและสร้างผนังอาคารก็คือวัสดุก่อ
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
เป็นวัสดุก่อผนังที่ใช้กันมานาน มีความแข็งแรงและเหมาะกับงานก่อผนังหลายรูปแบบ
มีขนาดใหญ่กว่าอิฐมอญในหลายผลิตภัณฑ์ จึงสามารถก่อผนังได้รวดเร็ว เหมาะกับงานก่อสร้างทั่วไปตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
มีน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติด้านการเป็นฉนวนตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ จึงนิยมใช้ในงานก่อผนังบ้านและอาคาร
การเลือกอิฐไม่ควรดูแค่ราคา แต่ควรดูระบบการก่อ วัสดุประสานที่ใช้ร่วมกัน และรายละเอียดการติดตั้งให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

วัสดุกลุ่มนี้มีทั้งหน้าที่ในการปกป้องพื้นผิวและช่วยสร้างความสวยงามให้กับอาคาร
ตัวอย่างเช่น
ก่อนเลือกควรพิจารณาตำแหน่งที่จะติดตั้ง เพราะพื้นห้องน้ำ ระเบียง พื้นบ้าน และผนังภายในมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
เช่น พื้นที่เปียกควรเลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพความชื้นและพิจารณาคุณสมบัติด้านการกันลื่นตามลักษณะการใช้งาน

หลังคามีหน้าที่สำคัญในการป้องกันบ้านจากแดด ฝน และสภาพอากาศภายนอก วัสดุที่เลือกใช้จึงควรเหมาะกับรูปแบบหลังคาและสภาพแวดล้อม
วัสดุที่พบได้ เช่น
นอกจากเลือกวัสดุมุงหลังคาแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการติดตั้ง ความลาดเอียง การระบายน้ำ และรายละเอียดรอยต่อด้วย เพราะองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพของหลังคา

บ้านหรืออาคารจะใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่มีระบบน้ำ ไฟฟ้า และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
วัสดุในกลุ่มนี้ เช่น
วัสดุงานระบบควรเลือกให้ตรงกับประเภทการใช้งานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นระบบที่มักติดตั้งอยู่ภายในผนัง ใต้พื้น หรือเหนือฝ้า การแก้ไขภายหลังอาจทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
วัสดุประเภทนี้ช่วยเพิ่มความสวยงามและสร้างบรรยากาศให้กับบ้านหรืออาคาร
ตัวอย่างเช่น
การเลือกวัสดุตกแต่งสามารถพิจารณาจากสี รูปแบบ พื้นผิว ความทนทาน และความง่ายในการดูแลรักษา โดยควรเลือกให้เหมาะกับตำแหน่งที่จะนำไปใช้งาน
วัสดุก่อสร้างไม่ได้มีเฉพาะวัสดุที่มองเห็นเป็นชิ้น ๆ เท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้งานก่อสร้างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เช่น
วัสดุกลุ่มนี้ควรอ่านวิธีใช้งานและข้อจำกัดจากผู้ผลิตอย่างละเอียด เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์อาจออกแบบมาให้ใช้กับพื้นผิวหรือสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน
| ประเภทวัสดุ | ตัวอย่าง | งานที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| งานโครงสร้าง | เหล็ก คอนกรีต ปูน ทราย หิน | เสา คาน ฐานราก และโครงสร้าง |
| งานก่อผนัง | อิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐมวลเบา | ก่อผนังและแบ่งพื้นที่ |
| งานพื้นและผิวผนัง | กระเบื้อง หิน ไม้ | พื้น ผนัง และงานตกแต่ง |
| งานหลังคา | กระเบื้อง เมทัลชีท ฉนวน | มุงหลังคาและป้องกันความร้อน |
| งานระบบ | ท่อ สายไฟ ข้อต่อ | ระบบน้ำและไฟฟ้า |
| งานตกแต่ง | สี ไม้ แผ่นตกแต่ง | เพิ่มความสวยงาม |
| งานเคมี | กาว ยาแนว กันซึม สีรองพื้น | เสริมประสิทธิภาพและป้องกันพื้นผิว |
เมื่อรู้แล้วว่า วัสดุก่อสร้างคืออะไร? แล้วมีกี่ประเภท? ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกวัสดุให้ตรงกับงาน เพราะวัสดุที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกสถานการณ์
ก่อนซื้อควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้
ต้องรู้ก่อนว่าวัสดุจะถูกนำไปใช้กับส่วนใด เช่น โครงสร้าง ผนัง พื้น หลังคา หรือพื้นที่เปียก
ดูว่าวัสดุสามารถรองรับสภาพการใช้งานที่ต้องการได้หรือไม่ เช่น ความแข็งแรง การรับน้ำหนัก ความชื้น ความร้อน หรือการสึกหรอ
วัสดุที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือโครงสร้างควรตรวจสอบมาตรฐานและรายละเอียดทางเทคนิคให้ตรงกับข้อกำหนดของงาน
ควรเปรียบเทียบทั้งราคาซื้อและต้นทุนตลอดการใช้งาน เพราะวัสดุที่ราคาสูงกว่าอาจมีอายุการใช้งานหรือคุณสมบัติที่เหมาะสมกว่า
วัสดุบางชนิดต้องใช้วิธีติดตั้งเฉพาะ หรือจำเป็นต้องใช้วัสดุประกอบร่วมกัน การตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนซื้อจะช่วยลดปัญหาหน้างานได้
เมื่อพูดถึง วัสดุก่อสร้างคืออะไร? แล้วมีกี่ประเภท? สิ่งที่ควรจำไว้คือ วัสดุแต่ละประเภทมีหน้าที่ของตัวเอง และไม่มีวัสดุชนิดใดที่เหมาะกับทุกงาน
การเลือกวัสดุที่ดีจึงควรเริ่มจากการเข้าใจงานก่อน แล้วจึงพิจารณาคุณสมบัติ มาตรฐาน ราคา อายุการใช้งาน และวิธีติดตั้งตามลำดับ
สำหรับเจ้าของบ้านหรือผู้ที่กำลังวางแผนก่อสร้าง การรู้จักวัสดุก่อสร้างพื้นฐานจะช่วยให้พูดคุยกับช่างและผู้รับเหมาได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยเปรียบเทียบสินค้าและวางแผนงบประมาณได้อย่างมีเหตุผล
ส่วนผู้รับเหมาและช่าง การเลือกวัสดุให้ตรงกับงานตั้งแต่ต้นก็ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหา ลดงานแก้ และทำให้การทำงานในหน้างานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น
วัสดุก่อสร้าง คือ วัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคาร โดยสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานเพื่อให้เข้าใจง่ายได้เป็น 7 กลุ่มหลัก ได้แก่
การเลือกวัสดุจึงควรดูทั้งประเภทงาน คุณสมบัติ มาตรฐาน งบประมาณ สภาพแวดล้อม และวิธีติดตั้งร่วมกัน
เพราะการก่อสร้างที่ดีไม่ได้เริ่มจากการเลือกวัสดุที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก การเลือกวัสดุที่เหมาะกับงานมากที่สุด
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ