×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2 สิงหาคม 2566
วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง? ทางเลือกสำหรับบ้านและงานก่อสร้างยุคใหม่



ทุกวันนี้การสร้างบ้านหรืออาคารไม่ได้มองเพียงเรื่องความแข็งแรงและความสวยงามอีกต่อไป หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับผลกระทบที่วัสดุแต่ละชนิดมีต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่หรือการกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน

แนวคิดนี้ทำให้ วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าต้องแลกกับความแข็งแรงหรือความสวยงามของบ้าน

แต่จริง ๆ แล้ววัสดุก่อสร้างแบบไหนจึงจะเรียกว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม? และถ้ากำลังสร้างบ้าน เราควรเลือกวัสดุอย่างไรให้เหมาะสม?

บทความนี้จะพาไปรู้จักกันแบบเข้าใจง่ายครับ

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คืออะไร?

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง วัสดุที่ได้รับการออกแบบ ผลิต หรือเลือกใช้โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของวัสดุ ไม่ใช่ดูเพียงว่าวัสดุนั้นทำจากธรรมชาติหรือไม่

ปัจจัยที่สามารถนำมาพิจารณาได้ เช่น

  • ใช้ทรัพยากรในการผลิตน้อยลง

  • ลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต

  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

  • สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้

  • มีอายุการใช้งานยาวนาน

  • ลดปริมาณของเสียจากการก่อสร้าง

  • มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งานน้อยลงเมื่อเลือกใช้อย่างเหมาะสม

ดังนั้น คำว่า “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ไม่ได้หมายความว่าวัสดุนั้นต้องเป็นวัสดุธรรมชาติ 100% แต่ควรพิจารณาภาพรวมตั้งแต่การผลิตจนถึงการใช้งานจริง

ทำไมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจึงสำคัญ?

งานก่อสร้างเกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งทราย หิน ปูนซีเมนต์ เหล็ก ไม้ และวัสดุอื่น ๆ หากเลือกวัสดุโดยไม่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรหรือของเสียที่เกิดขึ้น ก็อาจเพิ่มผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็น

การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงช่วยให้เกิดประโยชน์หลายด้าน เช่น

ลดการใช้ทรัพยากร

วัสดุบางประเภทสามารถผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือใช้วัตถุดิบที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ทำให้ลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้ในบางส่วน

ลดของเสียจากงานก่อสร้าง

หากเลือกวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล หรือมีขนาดเหมาะกับพื้นที่ ก็สามารถช่วยลดเศษวัสดุที่ต้องทิ้งจากหน้างานได้

เพิ่มประสิทธิภาพของบ้าน

วัสดุบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยด้านการกันความร้อนหรือเพิ่มประสิทธิภาพของอาคาร ซึ่งอาจช่วยลดภาระการใช้พลังงานในระหว่างการอยู่อาศัยได้

ช่วยวางแผนบ้านในระยะยาว

วัสดุที่มีอายุการใช้งานเหมาะสมและดูแลรักษาง่าย อาจช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ยนวัสดุบ่อย ๆ ซึ่งเป็นการลดทั้งค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรในระยะยาว

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้าง?

ไม่มีวัสดุเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถตอบโจทย์บ้านทุกหลังได้ แต่มีวัสดุหลายกลุ่มที่สามารถนำมาพิจารณาเมื่อเราต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

1. ไม้และวัสดุทดแทนไม้



ไม้เป็นวัสดุที่มีการนำมาใช้ในงานก่อสร้างและตกแต่งมาอย่างยาวนาน ทั้งงานพื้น ผนัง ประตู และเฟอร์นิเจอร์

หากเลือกใช้ไม้จากแหล่งที่มีการจัดการป่าไม้อย่างเหมาะสม ก็สามารถเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับงานก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้

นอกจากนี้ยังมีวัสดุทดแทนไม้หลายประเภท ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาไม้ธรรมชาติในบางลักษณะงาน

สิ่งสำคัญคือควรตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนเลือกใช้

2. วัสดุรีไซเคิล



วัสดุรีไซเคิลเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานหรือเหลือจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

ตัวอย่างเช่น

  • เหล็กรีไซเคิล

  • กระจกรีไซเคิล

  • พลาสติกรีไซเคิลบางประเภท

  • วัสดุตกแต่งที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้

ข้อดีคือช่วยลดปริมาณวัสดุที่ต้องเข้าสู่กระบวนการกำจัด และลดความต้องการใช้วัตถุดิบใหม่ในบางกรณี

3. อิฐมวลเบาและวัสดุก่อผนังที่มีน้ำหนักเบา



อิฐมวลเบาเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ในงานก่อผนังบ้านอย่างแพร่หลาย จุดเด่นสำคัญคือมีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับวัสดุก่อผนังบางประเภท

การลดน้ำหนักของผนังอาจช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของอาคาร และส่งผลต่อการออกแบบโครงสร้างได้ แต่การเลือกใช้ควรพิจารณาร่วมกับระบบโครงสร้างและรายละเอียดการก่อสร้างของอาคาร

นอกจากนี้ คุณสมบัติด้านการเป็นฉนวนของวัสดุแต่ละผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกเรื่องที่ควรตรวจสอบจากข้อมูลผู้ผลิต

4. สีและสารเคลือบที่มีสารระเหยต่ำ



ภายในบ้านมีวัสดุหลายชนิดที่สามารถปล่อยสารระเหยออกมาได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทสี สารเคลือบ และกาวบางชนิด

หากต้องการใส่ใจคุณภาพอากาศภายในอาคาร อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่ามีปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOC ต่ำ รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานและข้อมูลจากผู้ผลิต

อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับพื้นผิวและลักษณะงานด้วย เพราะสีที่เหมาะกับภายในอาคารอาจไม่เหมาะกับงานภายนอก

5. ฉนวนกันความร้อน



บ้านที่มีการถ่ายเทความร้อนจากหลังคาหรือผนังมาก อาจต้องใช้พลังงานในการทำความเย็นมากขึ้น

การติดตั้งฉนวนที่เหมาะสมจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานของอาคาร โดยสามารถเลือกใช้ตามตำแหน่งติดตั้ง เช่น บริเวณหลังคา ฝ้าเพดาน หรือผนัง

การเลือกฉนวนควรดูทั้งค่าการนำความร้อน ความหนา ความปลอดภัย วิธีติดตั้ง และสภาพพื้นที่จริง ไม่ควรเลือกจากความหนาเพียงอย่างเดียว

6. วัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน



บางครั้งวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำเป็นต้องเป็นวัสดุที่ “ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ” แต่เป็นวัสดุที่ใช้งานได้นานและไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย

ตัวอย่างเช่น วัสดุที่มีความทนทานต่อสภาพอากาศ ดูแลรักษาง่าย และเหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง

เมื่อวัสดุมีอายุการใช้งานเหมาะสม ก็สามารถลดการใช้ทรัพยากรสำหรับการผลิตและเปลี่ยนวัสดุใหม่ในอนาคตได้

เลือกวัสดุก่อสร้างอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม?

การเลือกวัสดุไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนวัสดุทุกอย่างในบ้านให้เป็น “วัสดุสีเขียว” แต่สามารถเริ่มจากการเลือกอย่างมีเหตุผลมากขึ้น

1. ดูอายุการใช้งาน

วัสดุที่ทนทานและเหมาะกับสภาพพื้นที่มักช่วยลดการเปลี่ยนวัสดุบ่อยครั้ง

2. ดูแหล่งที่มาและกระบวนการผลิต

หากผู้ผลิตมีข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ประกอบการตัดสินใจได้

3. เลือกวัสดุให้เหมาะกับพื้นที่

วัสดุที่ดีแต่ใช้ผิดประเภทก็อาจทำให้เกิดปัญหาและต้องเปลี่ยนใหม่เร็วขึ้น ดังนั้นความเหมาะสมกับงานเป็นเรื่องสำคัญมาก

4. ลดเศษวัสดุจากการก่อสร้าง

ก่อนซื้อควรวัดพื้นที่และคำนวณปริมาณวัสดุให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง การวางแผนที่ดีช่วยลดทั้งต้นทุนและเศษวัสดุที่เหลือทิ้ง

5. พิจารณาการดูแลรักษา

วัสดุที่ทำความสะอาดง่าย ซ่อมง่าย และมีอะไหล่หรือวัสดุทดแทนหาได้ง่าย อาจช่วยลดภาระในระยะยาว

วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไป

ความเข้าใจหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ หากต้องการสร้างบ้านแบบรักษ์โลกจะต้องใช้งบประมาณสูงกว่าปกติเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น

สิ่งสำคัญคือการวางแผนตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง เช่น เลือกวัสดุให้พอดีกับพื้นที่ ลดการตัดทิ้ง เลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศ และออกแบบบ้านให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

บางแนวทางอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ด้วย เช่น การเลือกวัสดุที่ทนทานหรือการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการกันความร้อน

ดังนั้นควรมองคำว่า “คุ้มค่า” ให้ไกลกว่าราคาซื้อในวันแรก

เปรียบเทียบแนวทางเลือกวัสดุก่อสร้างที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่พิจารณาควรดูอะไร
วัตถุดิบมีการใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัตถุดิบที่มาจากแหล่งเหมาะสมหรือไม่
อายุการใช้งานทนทานและเหมาะกับสภาพพื้นที่หรือไม่
พลังงานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของบ้านหรือไม่
ของเสียสามารถลดเศษวัสดุหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่
สุขภาพผู้ใช้งานมีข้อมูลเกี่ยวกับสารระเหยหรือสารที่เกี่ยวข้องหรือไม่
การบำรุงรักษาดูแล ซ่อมแซม และเปลี่ยนเฉพาะส่วนได้ง่ายหรือไม่
มาตรฐานมีมาตรฐานหรือข้อมูลรับรองจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่

สิ่งที่ควรระวังในการเลือกวัสดุก่อสร้างรักษ์โลก

คำว่า “Eco”, “Green” หรือ “รักษ์โลก” ที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจซื้อ

ควรอ่านรายละเอียดสินค้าและตรวจสอบข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ เช่น คุณสมบัติ วัตถุดิบ แหล่งที่มา มาตรฐาน การรับรอง หรือเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์

เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน และผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับงานหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกงานหนึ่ง

ที่สำคัญคือ อย่าเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยแลกกับความปลอดภัยหรือความเหมาะสมของโครงสร้าง

สำหรับงานโครงสร้างและงานระบบที่มีความสำคัญ ควรยึดตามแบบและข้อกำหนดทางวิศวกรรมเป็นหลัก

สร้างบ้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มได้จากการเลือกวัสดุ

การสร้างบ้านที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นวัสดุพิเศษ แต่สามารถเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ อย่างการเลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน ซื้อในปริมาณที่พอดี ลดเศษวัสดุ เลือกสินค้าที่มีอายุการใช้งานเหมาะสม และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของบ้านในระยะยาว

วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่ได้หมายถึงวัสดุชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นแนวคิดในการเลือกใช้วัสดุอย่างรอบคอบ โดยมองทั้งเรื่องทรัพยากร พลังงาน อายุการใช้งาน ของเสีย และผลกระทบต่อผู้ใช้งาน

เมื่อวางแผนตั้งแต่ต้น บ้านก็สามารถทั้ง แข็งแรง สวยงาม ใช้งานได้ดี และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกันได้

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

รวม 5 อุปกรณ์ประปาที่ควรมีติดบ้าน

# 5 อุปกรณ์ประปาที่ควรมีติดบ้าน ของจำเป็นที่ช่วยให้งานซ่อมแซมเป็นเรื่องง่าย ปัญหาเกี่ยวกับระบบประปาภายในบ้านเป็นสิ่งที่..

มิตเตอร์วัดค่าไฟฟ้า มีกี่ชนิด?

มิเตอร์วัดค่าทางไฟฟ้า คือ อุปกรณ์ที่มีหน้าที่ใช้วัดและแสดงค่าปริมาณทางไฟฟ้า เช่น กระแส แรงดัน ความต้านทาน กำลังไฟฟ้า..

ทำไม? ต้องใช้กรรไกรตัดท่อ PVC แทนเลื่อย

การใช้กรรไกรตัดท่อ PVC นั้นกลายเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการใช้เลื่อย..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.