Call Center : 02-091-9789
14 สิงหาคม 2566
เวลาเริ่มสร้างบ้าน อาคาร หรือแม้แต่งานต่อเติมเล็ก ๆ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ วัสดุก่อสร้าง เพราะไม่ว่าจะเป็นงานฐานราก งานโครงสร้าง งานก่อผนัง งานมุงหลังคา หรืองานตกแต่ง ล้วนต้องเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับลักษณะงาน
แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการก่อสร้าง อาจสงสัยว่า วัสดุก่อสร้าง คืออะไร? มีหน้าที่อะไรบ้าง? และวัสดุแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
จริง ๆ แล้ววัสดุก่อสร้างไม่ได้หมายถึงแค่ปูน ทราย หรือเหล็กเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงวัสดุอีกหลายชนิดที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างไปจนถึงขั้นตอนเก็บรายละเอียดของอาคาร
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักวัสดุก่อสร้างแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่ความหมาย ประเภท หน้าที่ ไปจนถึงวิธีเลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน
วัสดุก่อสร้าง คือ วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้าง โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและหน้าที่แตกต่างกันออกไป
บางชนิดทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเพื่อรับน้ำหนัก ขณะที่บางชนิดใช้สำหรับก่อผนัง ป้องกันความร้อน กันน้ำ หรือใช้ตกแต่งให้พื้นที่มีความสวยงาม
ตัวอย่างวัสดุก่อสร้างที่พบได้ทั่วไป เช่น
ปูนซีเมนต์
ทราย
หิน
เหล็กเส้น
เหล็กรูปพรรณ
อิฐ
บล็อกก่อผนัง
กระเบื้อง
ไม้และวัสดุทดแทนไม้
แผ่นยิปซัม
หลังคาและวัสดุมุงหลังคา
ท่อประปา
วัสดุฉนวน
สีและวัสดุเคลือบผิว
ดังนั้น หากพูดง่าย ๆ วัสดุก่อสร้างก็คือ “ส่วนประกอบ” ที่ช่วยให้งานก่อสร้างสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
หน้าที่ของวัสดุก่อสร้างไม่ได้มีเพียงเรื่องการทำให้อาคาร “ตั้งอยู่ได้” แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ความแข็งแรง ความสะดวกในการใช้งาน และความสวยงามด้วย
วัสดุบางชนิดมีหน้าที่หลักในการรับน้ำหนักและถ่ายแรงของอาคาร เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณ
วัสดุเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างมากกับงานโครงสร้าง เพราะหากเลือกวัสดุไม่เหมาะสมหรือใช้งานไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้าง
อิฐมอญ อิฐมวลเบา และอิฐบล็อก เป็นตัวอย่างวัสดุที่ใช้สำหรับก่อผนัง
นอกจากช่วยแบ่งพื้นที่ภายในอาคารแล้ว ผนังยังมีหน้าที่ในเรื่องการป้องกันสภาพแวดล้อมภายนอก และในบางระบบอาจมีคุณสมบัติด้านการกันความร้อนหรือเสียงตามชนิดของวัสดุและวิธีติดตั้ง
พื้นเป็นส่วนที่ต้องรองรับการใช้งานอยู่ตลอดเวลา วัสดุที่ใช้จึงต้องเลือกให้เหมาะกับลักษณะพื้นที่
ตัวอย่างเช่น
คอนกรีต
กระเบื้อง
หิน
วัสดุปูพื้นประเภทต่าง ๆ
พื้นที่ภายในบ้านอาจเลือกวัสดุที่เน้นความสวยงามและดูแลรักษาง่าย ขณะที่พื้นที่ภายนอกอาจต้องคำนึงถึงความทนทานและการรับสภาพอากาศมากขึ้น
วัสดุอย่างหลังคา ผนัง และวัสดุกันซึมมีบทบาทในการช่วยป้องกันอาคารจากสภาพอากาศภายนอก
หลังคาที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันน้ำฝน ขณะที่วัสดุกันซึมสามารถนำมาใช้ในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วซึม เช่น ดาดฟ้า ห้องน้ำ หรือพื้นที่เปียก
การเลือกวัสดุในส่วนนี้จึงควรดูสภาพพื้นที่และลักษณะการใช้งานเป็นหลัก
วัสดุก่อสร้างบางชนิดไม่ได้มีหน้าที่รับน้ำหนัก แต่ช่วยเพิ่มความสบายภายในอาคาร เช่น ฉนวนกันความร้อนหรือวัสดุที่ช่วยลดการถ่ายเทเสียง
การเลือกวัสดุประเภทนี้จะช่วยให้อาคารเหมาะกับสภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งานมากขึ้น
วัสดุก่อสร้างยังรวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ภายในอาคาร เช่น
ท่อประปา
ท่อระบายน้ำ
ท่อร้อยสายไฟ
สายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้า
อุปกรณ์สุขภัณฑ์
วาล์วและข้อต่อ
วัสดุเหล่านี้อาจไม่ได้เห็นชัดเจนเหมือนผนังหรือพื้น แต่มีความสำคัญต่อการใช้งานของอาคารอย่างมาก
เมื่อโครงสร้างและระบบต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว วัสดุอีกกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาช่วยในเรื่องของงานตกแต่ง
เช่น
สีทาอาคาร
กระเบื้อง
วอลล์เปเปอร์
วัสดุตกแต่งผนัง
ไม้ตกแต่ง
หินตกแต่ง
ฝ้าเพดาน
วัสดุเหล่านี้ช่วยกำหนดบรรยากาศและรูปแบบของพื้นที่ ทำให้อาคารไม่ได้มีเพียงความแข็งแรง แต่ยังตอบโจทย์ด้านความสวยงามและการใช้งานด้วย
หากแบ่งตามลักษณะการใช้งาน สามารถมองวัสดุก่อสร้างออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
ใช้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับน้ำหนักและความแข็งแรงของอาคาร เช่น
ปูนซีเมนต์
คอนกรีต
เหล็กเส้น
เหล็กรูปพรรณ
ไม้โครงสร้าง
ใช้สำหรับสร้างผนังหรือแบ่งพื้นที่ เช่น
อิฐมอญ
อิฐมวลเบา
อิฐบล็อก
ปูนก่อ
ใช้สำหรับป้องกันอาคารจากแดดและฝน เช่น
กระเบื้องหลังคา
แผ่นหลังคาเหล็ก
แผ่นโปร่งแสง
อุปกรณ์ประกอบหลังคา
เน้นทั้งความแข็งแรงและความสวยงาม เช่น
กระเบื้อง
หิน
วัสดุปูพื้น
แผ่นผนังตกแต่ง
ใช้สำหรับระบบไฟฟ้า ประปา และการระบายน้ำ เช่น
สายไฟ
ท่อประปา
ท่อร้อยสายไฟ
วาล์ว
ข้อต่อ
ใช้เก็บรายละเอียดและเพิ่มความสวยงาม เช่น
สี
ฝ้าเพดาน
ไม้ตกแต่ง
วัสดุตกแต่งผนัง
การเลือกวัสดุก่อสร้างไม่ควรดูแค่ราคาถูกที่สุด เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและอายุการใช้งานแตกต่างกัน
สิ่งที่ควรพิจารณามีดังนี้
เริ่มจากถามตัวเองก่อนว่า วัสดุนี้จะใช้กับงานโครงสร้าง งานก่อ งานพื้น งานหลังคา หรืองานตกแต่ง เพราะวัสดุแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน
พื้นที่ภายนอกอาคารอาจต้องเจอแดด ฝน และความชื้นมากกว่าพื้นที่ภายใน ดังนั้นควรเลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
ควรเลือกวัสดุจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้ โดยเฉพาะวัสดุที่มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของโครงสร้าง
วัสดุที่มีราคาสูงกว่าในตอนแรกอาจคุ้มค่ากว่า หากมีความทนทานและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาว
หลังจากกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการแล้ว จึงค่อยเปรียบเทียบราคา เพื่อให้ได้วัสดุที่เหมาะสมกับทั้งงานและงบประมาณ
หลายคนอาจมองว่าวัสดุก่อสร้างเป็นเพียงของที่ใช้ประกอบอาคาร แต่ในความเป็นจริง การเลือกวัสดุมีผลตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้างไปจนถึงการใช้งานในระยะยาว
วัสดุที่เหมาะสมช่วยให้การทำงานเป็นไปตามแบบและขั้นตอนที่วางไว้ ขณะที่วัสดุที่ไม่เหมาะกับงานอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น แตกร้าว รั่วซึม สึกหรอเร็ว หรือจำเป็นต้องซ่อมแซมบ่อย
โดยเฉพาะงานโครงสร้าง ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพและข้อกำหนดทางวิศวกรรมเป็นพิเศษ และควรให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้กำหนดหรือรับรองวัสดุที่เหมาะสมกับโครงการ
เรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ การเลือกวัสดุก่อสร้างไม่จำเป็นต้องเลือกของที่แพงที่สุดเสมอไป
สิ่งสำคัญกว่าคือ วัสดุนั้นเหมาะกับงานหรือไม่
ตัวอย่างเช่น วัสดุที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานภายในอาคารอาจไม่เหมาะกับการนำไปใช้ภายนอก หรือวัสดุที่เหมาะกับงานตกแต่งก็ไม่สามารถนำไปใช้แทนวัสดุโครงสร้างได้
ดังนั้นก่อนซื้อควรดูคุณสมบัติ วิธีใช้งาน และคำแนะนำของผู้ผลิตให้ชัดเจน
การเลือกวัสดุให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก มักช่วยลดทั้งปัญหาหน้างาน เวลา และค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
วัสดุก่อสร้าง คืออะไร? มีหน้าที่อะไรบ้าง? หากสรุปให้เข้าใจง่าย วัสดุก่อสร้างคือวัสดุที่นำมาใช้ในการสร้าง ซ่อมแซม ต่อเติม และตกแต่งอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยมีตั้งแต่วัสดุโครงสร้างอย่างคอนกรีตและเหล็ก ไปจนถึงวัสดุก่อผนัง วัสดุหลังคา วัสดุงานระบบ และวัสดุตกแต่ง
หน้าที่ของวัสดุแต่ละชนิดก็แตกต่างกัน บางชนิดช่วยสร้างความแข็งแรง บางชนิดช่วยป้องกันแดดและฝน บางชนิดช่วยจัดการความร้อนหรือเสียง และบางชนิดมีหน้าที่เพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อวัสดุก่อสร้าง ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจว่างานของเราต้องการอะไร แล้วจึงเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงาน สภาพพื้นที่ และงบประมาณ
เพราะในการก่อสร้าง วัสดุที่เหมาะกับงาน ไม่ใช่แค่วัสดุที่ทำให้งานเสร็จ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้งานมีคุณภาพและใช้งานได้ดีในระยะยาว
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ