×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ

14 กุมภาพันธ์ 2566
เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ

  

เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ แต่ละประเภทมีหน้าที่อะไรบ้าง?



ทุกวันนี้งานช่างไม่ได้มีแค่เรื่องของฝีมือเพียงอย่างเดียว แต่ เครื่องมือที่เลือกใช้ ก็มีส่วนช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นและทำงานได้คล่องตัวกว่าเดิม โดยเฉพาะเครื่องมือช่างแบบไร้สายที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากเดิมที่ช่างต้องลากสายไฟไปยังจุดทำงาน หรือคอยหาปลั๊กไฟใกล้ ๆ ปัจจุบันมีเครื่องมือหลายประเภทที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ทำให้สามารถนำไปใช้งานในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า หรือบริเวณที่สายไฟอาจเกะกะระหว่างทำงานได้

แล้ว เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ มีอะไรบ้าง? แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน และก่อนเลือกซื้อควรดูอะไรเป็นพิเศษ? มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน

เครื่องมือช่างแบบไร้สายคืออะไร?

เครื่องมือช่างแบบไร้สาย หรือ Cordless Power Tools คือเครื่องมือไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานแทนการเสียบปลั๊กโดยตรง

ปัจจุบันแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ถูกนำมาใช้กับเครื่องมือช่างอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดและนำกลับมาชาร์จใช้งานได้

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ ไม่มีสายไฟให้ต้องลากไปตามพื้นที่ทำงาน ทำให้ช่างเคลื่อนที่ได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะงานติดตั้ง งานซ่อม งานภายนอกอาคาร หรือพื้นที่ที่เข้าถึงแหล่งจ่ายไฟได้ยาก

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือไร้สายแต่ละรุ่นมีความสามารถแตกต่างกัน จึงควรเลือกจากลักษณะงานจริง ไม่ใช่ดูเพียงแรงดันแบตเตอรี่หรือรูปลักษณ์ของเครื่องมือเท่านั้น

ทำไมเครื่องมือช่างแบบไร้สายถึงได้รับความนิยม?

ลองนึกภาพช่างที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์บนชั้นสองของอาคาร หรือทำงานในพื้นที่ที่ยังไม่มีระบบไฟฟ้าพร้อมใช้งาน หากใช้เครื่องมือแบบมีสายก็อาจต้องเตรียมสายไฟและแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติม

เครื่องมือไร้สายจึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้

1. เคลื่อนย้ายสะดวก

ไม่มีสายไฟยาว ๆ มาขวางทาง ทำให้เดินไปยังจุดต่าง ๆ ได้ง่าย เหมาะกับงานติดตั้งและงานหน้างาน

2. ใช้งานในพื้นที่ที่ไม่มีปลั๊กไฟ

เมื่อแบตเตอรี่มีพลังงานเพียงพอ ก็สามารถนำเครื่องมือไปใช้งานในพื้นที่ที่ไม่มีเต้ารับไฟฟ้าได้

3. ลดปัญหาสายไฟเกะกะ

สำหรับงานที่ต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา การไม่มีสายไฟช่วยให้จัดพื้นที่ทำงานได้ง่ายขึ้น

4. หยิบใช้งานได้รวดเร็ว

สำหรับงานซ่อมเล็ก ๆ หรือการทำงานเป็นจุด ๆ ไม่ต้องเสียเวลาหาปลั๊กและจัดสายก่อนเริ่มงาน

5. มีเครื่องมือให้เลือกหลายประเภท

ปัจจุบันเครื่องมือไร้สายไม่ได้มีแค่สว่าน แต่มีตั้งแต่ไขควงกระแทก เครื่องเจียร เลื่อย เครื่องเป่าลม ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับงานสวน


เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สาย มีประเภทอะไรบ้าง?

เครื่องมือไร้สายมีให้เลือกหลายชนิด โดยแต่ละประเภทออกแบบมาเพื่อรองรับงานที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าประเภทไหนเหมาะกับงานอะไร

1. สว่านไร้สาย



สว่านไร้สาย เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่างนิยมใช้มากที่สุด เพราะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งงานเจาะและงานขันในเครื่องมือบางรุ่น

เหมาะสำหรับ

  • เจาะไม้

  • เจาะโลหะตามความสามารถของรุ่น

  • เจาะวัสดุที่เครื่องมือรองรับ

  • ขันและคลายสกรู

  • งานติดตั้งเฟอร์นิเจอร์

  • งานซ่อมแซมทั่วไป

จุดเด่นคือควบคุมความเร็วและแรงบิดได้ในหลายรุ่น จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัว

2. ไขควงกระแทกไร้สาย



หากงานหลักคือการขันสกรูจำนวนมาก ไขควงกระแทกไร้สาย ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

กลไกกระแทกช่วยเพิ่มแรงบิดสำหรับงานขัน โดยเฉพาะสกรูหรือตัวยึดบางประเภทที่ต้องการแรงขันมากกว่างานทั่วไป

เหมาะกับ

  • งานติดตั้ง

  • งานโครงสร้างไม้บางประเภท

  • งานประกอบ

  • งานขันสกรูจำนวนมาก

  • งานช่างทั่วไป

แต่ควรเลือกดอกไขควงและการตั้งแรงให้เหมาะกับชนิดของสกรู เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อหัวสกรู

3. สว่านกระแทกไร้สาย



สำหรับงานที่ต้องเจาะวัสดุก่อสร้างบางประเภท สว่านกระแทกไร้สาย สามารถเป็นทางเลือกที่สะดวกกว่าสว่านทั่วไป

เหมาะกับงานเจาะที่ต้องการทั้งการหมุนและแรงกระแทก เช่น งานเจาะผนังก่ออิฐหรือวัสดุที่รุ่นนั้นรองรับ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานคอนกรีตที่ต้องการกำลังสูงหรืองานเจาะหนัก ควรพิจารณาสว่านโรตารี่หรือเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับงานประเภทนั้นโดยเฉพาะ

4. เครื่องเจียรไร้สาย



เครื่องเจียรไร้สาย หรือเครื่องเจียร์แบตเตอรี่ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัวและไม่มีสายไฟมาเกะกะ

สามารถใช้กับอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสมสำหรับงาน เช่น

  • เจียรแต่งโลหะ

  • ลบรอยหรือครีบในงานโลหะ

  • ขัดแนวเชื่อม

  • ตัดวัสดุที่รองรับด้วยใบตัดที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังคือควรเลือกใบเจียรหรือใบตัดให้ตรงกับชนิดงานและเครื่องมือ รวมถึงตรวจสอบรอบสูงสุดที่ใบรองรับให้เหมาะสมกับเครื่อง

5. เลื่อยวงเดือนไร้สาย



เลื่อยวงเดือนไร้สาย เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับงานตัดไม้และวัสดุที่รุ่นนั้นรองรับ โดยใช้ใบเลื่อยวงกลมหมุนด้วยความเร็วสูง

เหมาะสำหรับ

  • ตัดไม้

  • ตัดแผ่นไม้

  • ตัดวัสดุสำหรับงานก่อสร้างบางประเภท

  • งานติดตั้งและงานไม้

จุดเด่นคือสามารถเคลื่อนที่ไปตามหน้างานได้สะดวก โดยไม่ต้องลากสายไฟ

6. เลื่อยจิ๊กซอว์ไร้สาย



หากต้องการตัดเส้นตรง เส้นโค้ง หรือรูปทรงต่าง ๆ เลื่อยจิ๊กซอว์ไร้สาย เป็นอีกเครื่องมือที่ตอบโจทย์

เหมาะกับ

  • งานไม้

  • งานเฟอร์นิเจอร์

  • ตัดแผ่นวัสดุ

  • ตัดพลาสติกหรือโลหะบางประเภทเมื่อใช้ใบเลื่อยที่เหมาะสม

ข้อดีคือใบเลื่อยมีขนาดเล็กและสามารถควบคุมแนวตัดได้หลากหลายกว่าเลื่อยวงเดือน

7. เครื่องขัดไร้สาย



งานขัดก็มีเครื่องมือไร้สายให้เลือกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องขัดกระดาษทราย เครื่องขัดแบบสั่น หรือเครื่องขัดประเภทอื่นตามลักษณะงาน

เหมาะกับ

  • ขัดไม้

  • เตรียมพื้นผิวก่อนทาสี

  • ลบรอยบนพื้นผิวบางประเภท

  • งานเก็บรายละเอียด

การเลือกกระดาษทรายหรือแผ่นขัดให้ตรงกับวัสดุมีความสำคัญมาก เพราะความละเอียดของกระดาษทรายส่งผลต่อผิวงานโดยตรง

8. เครื่องเป่าลมไร้สาย



เครื่องเป่าลมไร้สาย เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการทำความสะอาดพื้นที่ทำงานและอุปกรณ์บางประเภท

สามารถใช้เป่าฝุ่น เศษไม้ ใบไม้ หรือเศษวัสดุที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของเครื่อง

เหมาะกับ

  • งานช่าง

  • งานไม้

  • งานทำความสะอาด

  • งานสวน

  • เป่าเศษวัสดุออกจากพื้นที่ทำงาน

ข้อดีคือไม่ต้องต่อสายไฟ จึงสามารถนำไปใช้งานนอกอาคารได้สะดวก

9. เครื่องตัดหญ้าไร้สาย



ไม่ได้มีเฉพาะเครื่องมือช่างเท่านั้นที่เปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่ ปัจจุบัน เครื่องตัดหญ้าไร้สาย ก็มีให้เลือกสำหรับงานดูแลสวนและพื้นที่โดยรอบ

เหมาะกับ

  • ตัดหญ้า

  • ตัดแต่งวัชพืช

  • ดูแลพื้นที่รอบบ้าน

  • งานสวนขนาดเล็กถึงขนาดกลางตามความสามารถของเครื่อง

ข้อดีคือไม่ต้องลากสายไฟ และไม่ต้องเติมน้ำมันสำหรับรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่

10. บล็อกกระแทกไร้สาย



บล็อกกระแทกไร้สาย เหมาะกับงานขันและคลายน็อตที่ต้องการแรงบิดสูงกว่าเครื่องมือขันทั่วไป โดยมีหลายขนาดหัวขับและระดับแรงบิดให้เลือก

นิยมใช้ในงาน เช่น

  • งานซ่อมรถ

  • งานเครื่องจักร

  • งานโครงสร้าง

  • งานประกอบและถอดชิ้นส่วน

  • งานช่างหนักบางประเภท

ก่อนใช้งานควรเลือกขนาดลูกบล็อกให้ตรงกับหัวน็อต และหากเป็นงานที่ต้องควบคุมแรงขันตามค่ากำหนด ควรใช้ประแจปอนด์สำหรับตรวจสอบหรือขันให้ได้ตามสเปก แทนการอาศัยแรงบิดของเครื่องกระแทกเพียงอย่างเดียว


ตารางเปรียบเทียบเครื่องมือช่างแบบไร้สาย

ประเภทเครื่องมือหน้าที่หลักเหมาะกับงาน
สว่านไร้สายเจาะและขันงานติดตั้ง งานทั่วไป
ไขควงกระแทกขันสกรูงานประกอบ งานติดตั้ง
สว่านกระแทกเจาะพร้อมแรงกระแทกงานเจาะผนังและวัสดุที่รองรับ
เครื่องเจียรเจียร ขัด หรือตัดตามอุปกรณ์เสริมงานโลหะและงานช่าง
เลื่อยวงเดือนตัดวัสดุด้วยใบเลื่อยวงกลมงานไม้และงานตัด
เลื่อยจิ๊กซอว์ตัดตรงและตัดโค้งงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์
เครื่องขัดขัดและเตรียมพื้นผิวงานไม้และงานตกแต่ง
เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นและเศษวัสดุงานทำความสะอาดและงานสวน
เครื่องตัดหญ้าตัดหญ้าและวัชพืชงานสวน
บล็อกกระแทกขัน/คลายน็อตงานรถและงานช่างหนัก


ก่อนซื้อเครื่องมือไร้สาย ควรดูอะไรบ้าง?

แม้เครื่องมือไร้สายจะสะดวก แต่ถ้าซื้อโดยดูแค่คำว่า “แบตเตอรี่” อาจได้เครื่องมือที่ไม่ตรงกับงาน ดังนั้นก่อนตัดสินใจควรพิจารณาหลายเรื่อง

1. ดูลักษณะงานเป็นอันดับแรก

ลองเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าเราจะใช้เครื่องมือทำอะไร เช่น เจาะ ขัน ตัด เจียร ขัด หรือเป่าทำความสะอาด จากนั้นจึงเลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้น

2. ดูแรงบิดและกำลังของเครื่อง

เครื่องมือแต่ละชนิดมีค่าประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เช่น แรงบิด ความเร็วรอบ ความเร็วตัด หรือความสามารถในการเจาะและตัด

ไม่ควรใช้แรงดันแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าเครื่องไหนแรงกว่า

3. ดูความจุแบตเตอรี่

ความจุแบตเตอรี่มักระบุเป็น Ah หรือแอมป์-ชั่วโมง แต่ระยะเวลาการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับประเภทเครื่อง ลักษณะงาน โหลด และสภาพแบตเตอรี่ด้วย

ดังนั้นแบตเตอรี่ความจุสูงอาจใช้งานได้นานขึ้น แต่ก็อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเช่นกัน

4. ระบบแบตเตอรี่ร่วม

เครื่องมือหลายรุ่นถูกออกแบบให้ใช้แบตเตอรี่แพลตฟอร์มเดียวกัน หากมีเครื่องมือหลายชนิดในระบบเดียวกัน อาจช่วยลดจำนวนแบตเตอรี่และแท่นชาร์จที่ต้องซื้อ

ก่อนซื้อควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่สามารถใช้ร่วมกับเครื่องมือรุ่นที่ต้องการได้จริง

5. น้ำหนักและการจับถือ

เครื่องมือที่แรงมากแต่หนักเกินไปอาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องถือเป็นเวลานาน ควรเลือกให้สมดุลระหว่างกำลัง น้ำหนัก และความถนัดในการใช้งาน

6. อุปกรณ์เสริมและอะไหล่

ควรดูว่ามีใบตัด ใบเลื่อย ดอกสว่าน แผ่นขัด หรืออะไหล่ที่เหมาะกับงานให้เลือกหรือไม่ เพราะตัวเครื่องที่ดีอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม

เครื่องมือไร้สายเหมาะกับใคร?

เครื่องมือประเภทนี้เหมาะกับทั้งช่างมืออาชีพและผู้ใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานหลายพื้นที่

ช่างก่อสร้าง สามารถใช้เครื่องมือไร้สายสำหรับงานติดตั้งและงานหน้างานที่ต้องเคลื่อนที่บ่อย

ช่างเฟอร์นิเจอร์ สามารถใช้สว่าน ไขควงกระแทก เลื่อย และเครื่องขัดเพื่อเพิ่มความคล่องตัว

ช่างซ่อมบำรุง ได้ประโยชน์จากเครื่องมือที่หยิบใช้งานได้ทันทีและนำไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้ง่าย

เจ้าของบ้าน ก็สามารถมีเครื่องมือไร้สายติดบ้านไว้สำหรับงานซ่อมเล็ก ๆ เช่น ขันสกรู เจาะผนัง หรืองานประกอบเฟอร์นิเจอร์

เครื่องมือไร้สายมีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่เครื่องมือไร้สายก็ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์

สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ

  • ต้องชาร์จแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน

  • การทำงานหนักต่อเนื่องอาจใช้พลังงานแบตเตอรี่เร็ว

  • แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานและต้องเปลี่ยนเมื่อเสื่อม

  • เครื่องมือบางประเภทอาจมีน้ำหนักเพิ่มจากแบตเตอรี่

  • งานหนักต่อเนื่องบางประเภทอาจเหมาะกับเครื่องมือแบบมีสายหรือเครื่องยนต์มากกว่า

ดังนั้นการเลือกเครื่องมือควรดูจากลักษณะงานจริง หากต้องทำงานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเปรียบเทียบทั้งเครื่องมือแบบไร้สาย มีสาย หรือเครื่องยนต์ก่อนตัดสินใจ

วิธีดูแลเครื่องมือช่างไร้สายให้ใช้งานได้นาน

เครื่องมือที่ดีจะใช้งานได้นานขึ้นหากได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

หลังใช้งานควรเช็ดทำความสะอาดและกำจัดฝุ่นหรือเศษวัสดุที่ติดอยู่ตามช่องระบายอากาศ ตรวจสอบอุปกรณ์เสริม และเก็บเครื่องมือในพื้นที่แห้ง

ส่วนแบตเตอรี่ควรใช้และชาร์จตามคำแนะนำของผู้ผลิต หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ความชื้น และการใช้งานแบตเตอรี่หรือเครื่องชาร์จที่มีความเสียหาย

หากพบว่าแบตเตอรี่บวม ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีความเสียหาย ควรหยุดใช้งานและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต

สรุป เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ

เครื่องมือช่างสมัยใหม่แบบไร้สายที่ช่างใช้แล้วต้องชอบ มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่สว่านไร้สาย ไขควงกระแทก เครื่องเจียร เลื่อย เครื่องขัด เครื่องเป่าลม ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับงานสวน

จุดเด่นสำคัญของเครื่องมือไร้สายคือ ความคล่องตัว ไม่ต้องลากสายไฟ และสามารถนำไปใช้งานในพื้นที่ที่ไม่มีเต้ารับได้ จึงเหมาะกับงานหน้างานที่ต้องเคลื่อนที่หรือทำงานหลายจุด

อย่างไรก็ตาม ไม่มีเครื่องมือประเภทไหนที่เหมาะกับทุกงาน การเลือกที่ดีควรเริ่มจากลักษณะงานจริง แล้วจึงพิจารณากำลัง แรงบิด ความเร็ว ความจุแบตเตอรี่ น้ำหนัก ระบบแบตเตอรี่ร่วม และอุปกรณ์เสริม

เลือกเครื่องมือให้ตรงกับงานตั้งแต่แรก ไม่เพียงช่วยให้งานสะดวกขึ้น แต่ยังช่วยให้ช่างทำงานได้คล่องตัวและใช้เครื่องมือได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นอีกด้วย

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ท่อร้อยสายไฟ คือ เป็นอุปกรณ์ในการเดินสายไฟภายในอาคารทั่วไป ช่วยให้สายไฟเป็นระเบียบเรียบร้อย ยังสามารถป้องกัน..

เทคนิคการซ่อมผนังแตกร้าว

ปัญหาผนังที่ฉาบด้วยปูนซีเมนต์แตกร้าว เกิดจากปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นวัสดุที่มีรูพรุนเล็ก ๆ และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ..

แชลง คืออะไร เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

แชลง คือ อุปกรณ์ที่ใช้รื้อถอน ลักษณะเป็นแท่งเหล็กปลายแบน ด้านหนึ่งจะมีปลายโค้ง โดยแชลงมีหลายลักษณะ..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.