Call Center : 02-091-9789
11 สิงหาคม 2566
เวลาพูดถึงงานระบบไฟฟ้า หลายคนอาจนึกถึงสายไฟ สวิตช์ เต้ารับ หรือเบรกเกอร์เป็นอันดับแรก แต่ยังมีอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ท่อร้อยสายไฟ
ท่อร้อยสายไฟไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดระเบียบสายไฟให้ดูเรียบร้อยเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก ความชื้น ฝุ่น หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้สายไฟเสียหายได้
ที่สำคัญคือท่อร้อยสายไฟมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางแบบเหมาะกับการเดินสายภายในผนัง บางแบบเหมาะกับงานภายนอกอาคาร และบางชนิดออกแบบมาเพื่อรองรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกมากเป็นพิเศษ
ดังนั้น ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่ายไปพร้อมกัน
ท่อร้อยสายไฟ คือ ท่อที่ใช้สำหรับป้องกันและจัดเก็บสายไฟหรือสายสัญญาณ โดยสายไฟจะถูกนำเข้าไปอยู่ภายในท่อก่อนติดตั้งตามแนวผนัง เพดาน พื้น หรือพื้นที่ที่ออกแบบไว้
ประโยชน์สำคัญของท่อร้อยสายไฟ ได้แก่
ช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก
ลดโอกาสที่สายไฟจะสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง
ช่วยจัดระเบียบแนวเดินสาย
ช่วยให้ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบได้ง่ายขึ้น
เพิ่มความเรียบร้อยให้กับงานติดตั้ง
ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของสายไฟในบางสภาพแวดล้อม
การเลือกท่อจึงควรพิจารณาจากชนิดของสายไฟ สถานที่ติดตั้ง และสภาพแวดล้อมของหน้างานเป็นหลัก
ท่อร้อยสายไฟสามารถแบ่งตามวัสดุและรูปแบบการใช้งานได้หลายประเภท โดยชนิดที่พบได้บ่อยมีดังนี้
ท่อ PVC เป็นหนึ่งในประเภทที่พบเห็นได้บ่อย โดยผลิตจากพลาสติกและมีน้ำหนักค่อนข้างเบา
จุดเด่นคือไม่เป็นสนิม ตัดและติดตั้งได้ค่อนข้างง่าย และเหมาะกับงานเดินสายไฟหลายรูปแบบ
เหมาะกับ
งานไฟฟ้าภายในอาคาร
บ้านพักอาศัย
อาคารทั่วไป
งานเดินสายที่อยู่ภายในผนังหรือพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน
อย่างไรก็ตาม PVC มีหลายชนิดและหลายมาตรฐาน ไม่ใช่ท่อ PVC ทุกแบบที่จะเหมาะสำหรับใช้ร้อยสายไฟ ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ
EMT (Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อโลหะผนังบางที่นิยมใช้ในงานระบบไฟฟ้า โดยมักทำจากเหล็กเคลือบเพื่อช่วยป้องกันการกัดกร่อน
ท่อชนิดนี้มีความแข็งแรงกว่าท่อพลาสติกทั่วไป และสามารถติดตั้งแบบเดินลอยให้เห็นแนวท่อได้อย่างเป็นระเบียบ
เหมาะกับ
โรงงาน
อาคารพาณิชย์
งานระบบไฟฟ้าแบบเดินลอย
พื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงมากกว่าท่อพลาสติก
การติดตั้ง EMT มักใช้ข้อต่อและอุปกรณ์ประกอบเฉพาะของระบบ เพื่อให้แนวท่อแข็งแรงและเรียบร้อย
IMC (Intermediate Metal Conduit) เป็นท่อโลหะที่มีความหนาและแข็งแรงกว่า EMT
จึงสามารถรองรับสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทกได้มากกว่า แต่ก็มีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย
เหมาะกับ
อาคาร
โรงงาน
พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทก
งานเดินสายไฟที่ต้องการการป้องกันทางกายภาพมากขึ้น
หากหน้างานมีความเสี่ยงที่ท่อจะถูกกระแทก การเลือกท่อโลหะที่มีความแข็งแรงเหมาะสมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา
RSC หรือ Rigid Steel Conduit เป็นท่อเหล็กหนาและแข็งแรง เหมาะกับงานที่ต้องการการป้องกันสายไฟในระดับสูง
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง จึงสามารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานสูง
เหมาะกับ
โรงงาน
งานอุตสาหกรรม
พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทก
งานระบบไฟฟ้าที่ต้องการความแข็งแรงสูง
ข้อสังเกตคือ RSC มีน้ำหนักมากกว่า EMT และ IMC จึงต้องคำนึงถึงวิธีติดตั้งและอุปกรณ์รองรับที่เหมาะสม
![]()
ท่อร้อยสายไฟแบบอ่อนมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งตามแนวพื้นที่ติดตั้งได้ง่ายกว่าท่อแข็ง
จึงเหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดหรือจำเป็นต้องเดินสายผ่านจุดที่มีการเคลื่อนที่หรือมีรูปทรงซับซ้อน ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดของท่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดของงาน
ตัวอย่างเช่น ท่ออ่อนโลหะ และท่ออ่อนพลาสติกที่ออกแบบสำหรับงานไฟฟ้า
เหมาะกับ
จุดเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
พื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่น
งานเครื่องจักรบางประเภท
จุดที่ไม่สะดวกใช้ท่อแข็ง
ท่อชนิดนี้มีลักษณะเป็นลอนตลอดแนว จึงสามารถโค้งงอได้ง่าย
มักใช้ในงานที่ต้องการเดินสายไปตามแนวที่มีการหักมุมหรือมีพื้นที่จำกัด โดยมีทั้งแบบพลาสติกและแบบที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมเฉพาะ
เหมาะกับ
งานเดินสายภายใน
งานซ่อนในผนัง
งานฝ้าเพดาน
จุดที่มีการหักเลี้ยวหลายตำแหน่ง
ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบว่าท่อรุ่นนั้นได้รับการออกแบบและรับรองสำหรับงานไฟฟ้าประเภทที่ต้องการใช้งานหรือไม่
ท่อ HDPE (High-Density Polyethylene) เป็นท่อพลาสติกที่มีความเหนียวและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีในหลายลักษณะ
มักพบในการเดินสายใต้ดินหรือพื้นที่ที่ต้องการท่อพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นและทนทาน
เหมาะกับ
งานเดินสายใต้ดิน
งานภายนอก
ระบบสาธารณูปโภคบางประเภท
งานที่ต้องการท่อพลาสติกที่มีความเหนียว
เช่นเดียวกับท่อชนิดอื่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าสามารถใช้กับระบบสายไฟหรือสายสื่อสารที่ต้องการได้
| ประเภท | วัสดุ | จุดเด่น | เหมาะกับงาน |
|---|---|---|---|
| PVC | พลาสติก | เบา ไม่เป็นสนิม | งานภายในอาคาร |
| EMT | โลหะ | แข็งแรง เดินลอยเป็นระเบียบ | อาคาร โรงงาน |
| IMC | โลหะ | แข็งแรงกว่า EMT | พื้นที่เสี่ยงแรงกระแทก |
| RSC | เหล็ก | แข็งแรงสูง | งานอุตสาหกรรม |
| ท่ออ่อน | โลหะ/พลาสติก | ยืดหยุ่น ดัดโค้งง่าย | จุดต่ออุปกรณ์ เครื่องจักร |
| ลูกฟูก | พลาสติก/วัสดุเฉพาะ | โค้งงอง่าย | ผนัง ฝ้า พื้นที่จำกัด |
| HDPE | พลาสติก | เหนียว ทนสภาพแวดล้อม | งานใต้ดิน/ภายนอกบางประเภท |
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบในภาพรวม การเลือกใช้จริงควรตรวจสอบมาตรฐานของท่อ สายไฟ อุปกรณ์ประกอบ และข้อกำหนดของงานก่อนติดตั้ง
การเลือกท่อร้อยสายไฟไม่ควรเลือกจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูภาพรวมของหน้างาน
หากเดินสายภายในผนัง อาจเลือกใช้ท่อที่เหมาะกับการฝังในผนัง
แต่หากเดินลอยในโรงงานหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทก อาจต้องพิจารณาท่อโลหะที่มีความแข็งแรงเหมาะสม
พื้นที่ที่มีความชื้น ฝุ่น สารเคมี หรืออุณหภูมิสูง อาจต้องเลือกวัสดุที่ทนต่อสภาพแวดล้อมนั้นโดยเฉพาะ
หากท่ออยู่ในบริเวณที่มีคน รถเข็น หรือเครื่องจักรเคลื่อนที่ผ่านเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของท่อ
หากต้องเดินสายผ่านมุมหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัด ท่อแบบอ่อนอาจช่วยให้ติดตั้งได้สะดวกกว่า
ท่อต้องมีขนาดเหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสายไฟที่อยู่ภายใน ไม่ควรใส่สายไฟแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้การติดตั้ง ตรวจสอบ หรือบำรุงรักษาทำได้ยาก
เรื่องที่สำคัญมากสำหรับงานระบบไฟฟ้าคือ อย่าเลือกท่อจากขนาดหรือราคาถูกเพียงอย่างเดียว
ท่อร้อยสายไฟแต่ละประเภทมีมาตรฐานและข้อกำหนดในการใช้งานแตกต่างกัน รวมถึงวิธีการติดตั้ง ข้อต่อ อุปกรณ์ยึด และการใช้งานร่วมกับสายไฟ
โดยเฉพาะงานไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย ควรให้ช่างไฟฟ้าหรือผู้มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าเป็นผู้เลือกและติดตั้งตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ลองนึกภาพสายไฟที่เดินอยู่โดยไม่มีการป้องกัน เมื่ออยู่ในพื้นที่ก่อสร้างหรือโรงงาน สายอาจสัมผัสกับขอบโลหะ ถูกกระแทก หรือได้รับความเสียหายจากสภาพแวดล้อม
การใช้ท่อร้อยสายไฟจะช่วยสร้างชั้นป้องกันทางกายภาพให้กับสายไฟ ทำให้ระบบมีความเป็นระเบียบและช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายจากปัจจัยภายนอกบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม ท่อร้อยสายไฟไม่ได้ทำให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยโดยอัตโนมัติ การเลือกสายไฟ การติดตั้ง การต่อสาย การต่อลงดิน และอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าล้วนมีความสำคัญเช่นกัน
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น
วัสดุที่ใช้ผลิต
ขนาดและความหนา
มาตรฐานที่รองรับ
สภาพแวดล้อมที่สามารถใช้งานได้
วิธีติดตั้ง
อุปกรณ์ข้อต่อที่ใช้ร่วมกัน
ความทนทานต่อแรงกระแทก
ความทนต่อความชื้นหรือสารเคมี หากต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมดังกล่าว
หากเป็นงานโครงการ ควรยึดตามแบบและข้อกำหนดของวิศวกรหรือผู้ควบคุมงานเป็นหลัก
ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? คำตอบคือแตกต่างกันทั้งในเรื่องวัสดุ ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การป้องกันสภาพแวดล้อม และลักษณะการติดตั้ง
ท่อ PVC เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการวัสดุเบาและไม่เป็นสนิม ขณะที่ EMT, IMC และ RSC เป็นท่อโลหะที่มีระดับความแข็งแรงแตกต่างกัน ส่วนท่ออ่อนเหมาะกับจุดที่ต้องการความยืดหยุ่น และท่อ HDPE สามารถนำไปใช้กับงานภายนอกหรือใต้ดินบางประเภทได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มีท่อร้อยสายไฟชนิดไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน การเลือกที่เหมาะสมต้องดูทั้งสถานที่ติดตั้ง สภาพแวดล้อม จำนวนสายไฟ ความเสี่ยงต่อการกระแทก และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อเลือกท่อได้ตรงกับลักษณะงาน และติดตั้งอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้ระบบสายไฟมีความเป็นระเบียบ ป้องกันความเสียหาย และดูแลรักษาได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ