×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

11 สิงหาคม 2566
ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน



เวลาพูดถึงงานระบบไฟฟ้า หลายคนอาจนึกถึงสายไฟ สวิตช์ เต้ารับ หรือเบรกเกอร์เป็นอันดับแรก แต่ยังมีอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ท่อร้อยสายไฟ

ท่อร้อยสายไฟไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดระเบียบสายไฟให้ดูเรียบร้อยเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก ความชื้น ฝุ่น หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจทำให้สายไฟเสียหายได้

ที่สำคัญคือท่อร้อยสายไฟมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางแบบเหมาะกับการเดินสายภายในผนัง บางแบบเหมาะกับงานภายนอกอาคาร และบางชนิดออกแบบมาเพื่อรองรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกมากเป็นพิเศษ

ดังนั้น ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน? มาทำความรู้จักกันแบบเข้าใจง่ายไปพร้อมกัน


ท่อร้อยสายไฟ คืออะไร?

ท่อร้อยสายไฟ คือ ท่อที่ใช้สำหรับป้องกันและจัดเก็บสายไฟหรือสายสัญญาณ โดยสายไฟจะถูกนำเข้าไปอยู่ภายในท่อก่อนติดตั้งตามแนวผนัง เพดาน พื้น หรือพื้นที่ที่ออกแบบไว้

ประโยชน์สำคัญของท่อร้อยสายไฟ ได้แก่

  • ช่วยป้องกันสายไฟจากแรงกระแทก

  • ลดโอกาสที่สายไฟจะสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง

  • ช่วยจัดระเบียบแนวเดินสาย

  • ช่วยให้ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบได้ง่ายขึ้น

  • เพิ่มความเรียบร้อยให้กับงานติดตั้ง

  • ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของสายไฟในบางสภาพแวดล้อม

การเลือกท่อจึงควรพิจารณาจากชนิดของสายไฟ สถานที่ติดตั้ง และสภาพแวดล้อมของหน้างานเป็นหลัก


ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ท่อร้อยสายไฟสามารถแบ่งตามวัสดุและรูปแบบการใช้งานได้หลายประเภท โดยชนิดที่พบได้บ่อยมีดังนี้

1. ท่อร้อยสายไฟ PVC



ท่อ PVC เป็นหนึ่งในประเภทที่พบเห็นได้บ่อย โดยผลิตจากพลาสติกและมีน้ำหนักค่อนข้างเบา

จุดเด่นคือไม่เป็นสนิม ตัดและติดตั้งได้ค่อนข้างง่าย และเหมาะกับงานเดินสายไฟหลายรูปแบบ

เหมาะกับ

  • งานไฟฟ้าภายในอาคาร

  • บ้านพักอาศัย

  • อาคารทั่วไป

  • งานเดินสายที่อยู่ภายในผนังหรือพื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน

อย่างไรก็ตาม PVC มีหลายชนิดและหลายมาตรฐาน ไม่ใช่ท่อ PVC ทุกแบบที่จะเหมาะสำหรับใช้ร้อยสายไฟ ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ


2. ท่อร้อยสายไฟโลหะบาง หรือ EMT



EMT (Electrical Metallic Tubing) เป็นท่อโลหะผนังบางที่นิยมใช้ในงานระบบไฟฟ้า โดยมักทำจากเหล็กเคลือบเพื่อช่วยป้องกันการกัดกร่อน

ท่อชนิดนี้มีความแข็งแรงกว่าท่อพลาสติกทั่วไป และสามารถติดตั้งแบบเดินลอยให้เห็นแนวท่อได้อย่างเป็นระเบียบ

เหมาะกับ

  • โรงงาน

  • อาคารพาณิชย์

  • งานระบบไฟฟ้าแบบเดินลอย

  • พื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงมากกว่าท่อพลาสติก

การติดตั้ง EMT มักใช้ข้อต่อและอุปกรณ์ประกอบเฉพาะของระบบ เพื่อให้แนวท่อแข็งแรงและเรียบร้อย


3. ท่อ IMC



IMC (Intermediate Metal Conduit) เป็นท่อโลหะที่มีความหนาและแข็งแรงกว่า EMT

จึงสามารถรองรับสภาพแวดล้อมที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทกได้มากกว่า แต่ก็มีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย

เหมาะกับ

  • อาคาร

  • โรงงาน

  • พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทก

  • งานเดินสายไฟที่ต้องการการป้องกันทางกายภาพมากขึ้น

หากหน้างานมีความเสี่ยงที่ท่อจะถูกกระแทก การเลือกท่อโลหะที่มีความแข็งแรงเหมาะสมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณา


4. ท่อ RSC หรือ Rigid Steel Conduit



RSC หรือ Rigid Steel Conduit เป็นท่อเหล็กหนาและแข็งแรง เหมาะกับงานที่ต้องการการป้องกันสายไฟในระดับสูง

ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง จึงสามารถนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแรงกระแทกหรือสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานสูง

เหมาะกับ

  • โรงงาน

  • งานอุตสาหกรรม

  • พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแรงกระแทก

  • งานระบบไฟฟ้าที่ต้องการความแข็งแรงสูง

ข้อสังเกตคือ RSC มีน้ำหนักมากกว่า EMT และ IMC จึงต้องคำนึงถึงวิธีติดตั้งและอุปกรณ์รองรับที่เหมาะสม


5. ท่อร้อยสายไฟแบบอ่อน



ท่อร้อยสายไฟแบบอ่อนมีความยืดหยุ่น สามารถดัดโค้งตามแนวพื้นที่ติดตั้งได้ง่ายกว่าท่อแข็ง

จึงเหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดหรือจำเป็นต้องเดินสายผ่านจุดที่มีการเคลื่อนที่หรือมีรูปทรงซับซ้อน ทั้งนี้ต้องเลือกชนิดของท่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและข้อกำหนดของงาน

ตัวอย่างเช่น ท่ออ่อนโลหะ และท่ออ่อนพลาสติกที่ออกแบบสำหรับงานไฟฟ้า

เหมาะกับ

  • จุดเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไฟฟ้า

  • พื้นที่ที่ต้องการความยืดหยุ่น

  • งานเครื่องจักรบางประเภท

  • จุดที่ไม่สะดวกใช้ท่อแข็ง


6. ท่อร้อยสายไฟแบบลูกฟูก



ท่อชนิดนี้มีลักษณะเป็นลอนตลอดแนว จึงสามารถโค้งงอได้ง่าย

มักใช้ในงานที่ต้องการเดินสายไปตามแนวที่มีการหักมุมหรือมีพื้นที่จำกัด โดยมีทั้งแบบพลาสติกและแบบที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมเฉพาะ

เหมาะกับ

  • งานเดินสายภายใน

  • งานซ่อนในผนัง

  • งานฝ้าเพดาน

  • จุดที่มีการหักเลี้ยวหลายตำแหน่ง

ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบว่าท่อรุ่นนั้นได้รับการออกแบบและรับรองสำหรับงานไฟฟ้าประเภทที่ต้องการใช้งานหรือไม่


7. ท่อร้อยสายไฟ HDPE



ท่อ HDPE (High-Density Polyethylene) เป็นท่อพลาสติกที่มีความเหนียวและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีในหลายลักษณะ

มักพบในการเดินสายใต้ดินหรือพื้นที่ที่ต้องการท่อพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นและทนทาน

เหมาะกับ

  • งานเดินสายใต้ดิน

  • งานภายนอก

  • ระบบสาธารณูปโภคบางประเภท

  • งานที่ต้องการท่อพลาสติกที่มีความเหนียว

เช่นเดียวกับท่อชนิดอื่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดเจนว่าสามารถใช้กับระบบสายไฟหรือสายสื่อสารที่ต้องการได้


เปรียบเทียบท่อร้อยสายไฟแต่ละชนิด

ประเภทวัสดุจุดเด่นเหมาะกับงาน
PVCพลาสติกเบา ไม่เป็นสนิมงานภายในอาคาร
EMTโลหะแข็งแรง เดินลอยเป็นระเบียบอาคาร โรงงาน
IMCโลหะแข็งแรงกว่า EMTพื้นที่เสี่ยงแรงกระแทก
RSCเหล็กแข็งแรงสูงงานอุตสาหกรรม
ท่ออ่อนโลหะ/พลาสติกยืดหยุ่น ดัดโค้งง่ายจุดต่ออุปกรณ์ เครื่องจักร
ลูกฟูกพลาสติก/วัสดุเฉพาะโค้งงอง่ายผนัง ฝ้า พื้นที่จำกัด
HDPEพลาสติกเหนียว ทนสภาพแวดล้อมงานใต้ดิน/ภายนอกบางประเภท

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบในภาพรวม การเลือกใช้จริงควรตรวจสอบมาตรฐานของท่อ สายไฟ อุปกรณ์ประกอบ และข้อกำหนดของงานก่อนติดตั้ง


เลือกท่อร้อยสายไฟอย่างไรให้เหมาะกับงาน?

การเลือกท่อร้อยสายไฟไม่ควรเลือกจากวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูภาพรวมของหน้างาน

1. ดูตำแหน่งติดตั้ง

หากเดินสายภายในผนัง อาจเลือกใช้ท่อที่เหมาะกับการฝังในผนัง

แต่หากเดินลอยในโรงงานหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทก อาจต้องพิจารณาท่อโลหะที่มีความแข็งแรงเหมาะสม

2. ดูสภาพแวดล้อม

พื้นที่ที่มีความชื้น ฝุ่น สารเคมี หรืออุณหภูมิสูง อาจต้องเลือกวัสดุที่ทนต่อสภาพแวดล้อมนั้นโดยเฉพาะ

3. ดูความเสี่ยงต่อแรงกระแทก

หากท่ออยู่ในบริเวณที่มีคน รถเข็น หรือเครื่องจักรเคลื่อนที่ผ่านเป็นประจำ ควรให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของท่อ

4. ดูความยืดหยุ่นที่ต้องการ

หากต้องเดินสายผ่านมุมหรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัด ท่อแบบอ่อนอาจช่วยให้ติดตั้งได้สะดวกกว่า

5. ตรวจสอบขนาดท่อ

ท่อต้องมีขนาดเหมาะสมกับจำนวนและขนาดของสายไฟที่อยู่ภายใน ไม่ควรใส่สายไฟแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้การติดตั้ง ตรวจสอบ หรือบำรุงรักษาทำได้ยาก


ท่อร้อยสายไฟต้องเลือกตามมาตรฐาน ไม่ใช่ดูแค่ขนาด

เรื่องที่สำคัญมากสำหรับงานระบบไฟฟ้าคือ อย่าเลือกท่อจากขนาดหรือราคาถูกเพียงอย่างเดียว

ท่อร้อยสายไฟแต่ละประเภทมีมาตรฐานและข้อกำหนดในการใช้งานแตกต่างกัน รวมถึงวิธีการติดตั้ง ข้อต่อ อุปกรณ์ยึด และการใช้งานร่วมกับสายไฟ

โดยเฉพาะงานไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย ควรให้ช่างไฟฟ้าหรือผู้มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้าเป็นผู้เลือกและติดตั้งตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง


ท่อร้อยสายไฟช่วยป้องกันสายไฟอย่างไร?

ลองนึกภาพสายไฟที่เดินอยู่โดยไม่มีการป้องกัน เมื่ออยู่ในพื้นที่ก่อสร้างหรือโรงงาน สายอาจสัมผัสกับขอบโลหะ ถูกกระแทก หรือได้รับความเสียหายจากสภาพแวดล้อม

การใช้ท่อร้อยสายไฟจะช่วยสร้างชั้นป้องกันทางกายภาพให้กับสายไฟ ทำให้ระบบมีความเป็นระเบียบและช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายจากปัจจัยภายนอกบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม ท่อร้อยสายไฟไม่ได้ทำให้ระบบไฟฟ้าปลอดภัยโดยอัตโนมัติ การเลือกสายไฟ การติดตั้ง การต่อสาย การต่อลงดิน และอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าล้วนมีความสำคัญเช่นกัน


ท่อร้อยสายไฟที่ดีควรเลือกจากอะไร?

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ เช่น

  • วัสดุที่ใช้ผลิต

  • ขนาดและความหนา

  • มาตรฐานที่รองรับ

  • สภาพแวดล้อมที่สามารถใช้งานได้

  • วิธีติดตั้ง

  • อุปกรณ์ข้อต่อที่ใช้ร่วมกัน

  • ความทนทานต่อแรงกระแทก

  • ความทนต่อความชื้นหรือสารเคมี หากต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมดังกล่าว

หากเป็นงานโครงการ ควรยึดตามแบบและข้อกำหนดของวิศวกรหรือผู้ควบคุมงานเป็นหลัก


สรุป ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?

ท่อร้อยสายไฟ แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร? คำตอบคือแตกต่างกันทั้งในเรื่องวัสดุ ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การป้องกันสภาพแวดล้อม และลักษณะการติดตั้ง

ท่อ PVC เหมาะกับงานบางประเภทที่ต้องการวัสดุเบาและไม่เป็นสนิม ขณะที่ EMT, IMC และ RSC เป็นท่อโลหะที่มีระดับความแข็งแรงแตกต่างกัน ส่วนท่ออ่อนเหมาะกับจุดที่ต้องการความยืดหยุ่น และท่อ HDPE สามารถนำไปใช้กับงานภายนอกหรือใต้ดินบางประเภทได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มีท่อร้อยสายไฟชนิดไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน การเลือกที่เหมาะสมต้องดูทั้งสถานที่ติดตั้ง สภาพแวดล้อม จำนวนสายไฟ ความเสี่ยงต่อการกระแทก และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเลือกท่อได้ตรงกับลักษณะงาน และติดตั้งอย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้ระบบสายไฟมีความเป็นระเบียบ ป้องกันความเสียหาย และดูแลรักษาได้ง่ายขึ้นในระยะยาว

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

7 เครื่องมือในการวัด สำหรับงานช่าง

เครื่องมือในการวัดเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดขนาด รูปร่าง ระยะต่างๆ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือวัดที่มีคุณภาพ มาตรฐานสูง ซึ่ง..

เครื่องสกัดไฟฟ้า ทำงานอย่างไร?

เครื่องสกัด คอนกรีต Jack Hammer เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับทำลายปูน เศษวัสดุ และอาคารที่ก่อสร้างด้วยปูน ใช้สกัดทำลายพื้นค..

รวม 5 อุปกรณ์ประปาที่ควรมีติดบ้าน

# 5 อุปกรณ์ประปาที่ควรมีติดบ้าน ของจำเป็นที่ช่วยให้งานซ่อมแซมเป็นเรื่องง่าย ปัญหาเกี่ยวกับระบบประปาภายในบ้านเป็นสิ่งที่..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.