×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท?

4 สิงหาคม 2566
เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท?

เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท? รู้จักแต่ละแบบ เลือกให้เหมาะกับงานตัด



สำหรับงานไม้หรืองานช่างที่ต้องตัดเป็นเส้นตรง ตัดโค้ง หรือทำรูปทรงเฉพาะ เลื่อยจิ๊กซอว์ หรือที่หลายคนเรียกว่า เลื่อยฉลุไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้งานตัดทำได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องการตัดตามแบบหรือทำชิ้นงานที่มีรายละเอียด

แต่เมื่อพูดถึงคำว่า “จิ๊กซอว์” หลายคนอาจนึกถึงเครื่องมือหน้าตาคล้ายกันทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้วมีทั้งรุ่นที่ใช้ไฟบ้าน รุ่นไร้สาย รวมถึงรูปแบบเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะทาง

ดังนั้นคำถามที่ว่า “เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท?” จึงเป็นเรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ เพราะเครื่องแต่ละแบบมีจุดเด่นและเหมาะกับลักษณะงานที่แตกต่างกัน

เลื่อยจิ๊กซอว์คืออะไร?

เลื่อยจิ๊กซอว์ หรือ Jigsaw เป็นเครื่องมือตัดที่ใช้ใบเลื่อยขนาดเล็กเคลื่อนที่ขึ้น-ลงอย่างรวดเร็วเพื่อกัดตัดวัสดุ โดยสามารถใช้ตัดวัสดุหลายประเภทได้ ทั้งไม้ พลาสติก แผ่นโลหะ และวัสดุอื่น ๆ ที่รองรับตามชนิดของใบเลื่อยและข้อกำหนดของเครื่อง

จุดเด่นของจิ๊กซอว์คือสามารถตัด แนวตรง แนวโค้ง และรูปทรงต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นมากกว่าเลื่อยที่ออกแบบมาสำหรับการตัดแนวตรงโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว ใบเลื่อยที่เลือกใช้ ความหนาของวัสดุ และเทคนิคในการตัดก็มีผลต่อความเรียบร้อยของชิ้นงานเช่นกัน

เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท?

หากแบ่งตามรูปแบบการจ่ายพลังงานและลักษณะการใช้งาน สามารถทำความรู้จักจิ๊กซอว์ที่พบได้ทั่วไปได้ประมาณ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. จิ๊กซอว์ไฟฟ้าแบบมีสาย

  2. จิ๊กซอว์ไร้สาย

  3. จิ๊กซอว์แบบตั้งโต๊ะหรือเครื่องฉลุสำหรับงานละเอียด

แต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานต่างกัน ดังนี้

1. จิ๊กซอว์ไฟฟ้าแบบมีสาย



เป็นจิ๊กซอว์ที่ใช้ไฟฟ้าจากเต้ารับโดยตรง ผ่านสายไฟที่เชื่อมต่อกับตัวเครื่อง

ข้อดีของรูปแบบนี้คือสามารถใช้งานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด เหมาะกับงานในเวิร์กช็อป งานช่างทั่วไป หรืองานที่ต้องตัดวัสดุเป็นเวลานาน

เหมาะกับงาน

  • ตัดไม้

  • ตัดไม้อัด

  • ตัดพลาสติก

  • ตัดแผ่นโลหะเมื่อใช้ใบที่เหมาะสม

  • งานทำเฟอร์นิเจอร์

  • งานฉลุและตัดตามแบบ

ข้อควรพิจารณาคือสายไฟอาจทำให้การเคลื่อนที่ไม่คล่องตัวเท่ารุ่นไร้สาย โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งจ่ายไฟใกล้ ๆ

2. จิ๊กซอว์ไร้สาย



จิ๊กซอว์ไร้สายใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงาน จุดเด่นจึงอยู่ที่ความคล่องตัว ไม่ต้องต่อสายไฟขณะทำงาน

เหมาะกับช่างที่ต้องทำงานหลายพื้นที่ เช่น งานติดตั้งหน้างาน งานซ่อมแซม หรืองานที่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องมือบ่อย ๆ

ข้อดี

  • เคลื่อนที่สะดวก

  • ไม่มีสายไฟเกะกะ

  • เหมาะกับงานนอกสถานที่

  • ใช้งานในพื้นที่ที่เข้าถึงปลั๊กไฟได้ยาก

แต่ควรพิจารณาความจุแบตเตอรี่ ระยะเวลาการใช้งาน และกำลังของเครื่องให้เหมาะกับงาน หากต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การมีแบตเตอรี่สำรองอาจช่วยให้ทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น

3. จิ๊กซอว์แบบตั้งโต๊ะหรือเครื่องฉลุ



เครื่องฉลุแบบตั้งโต๊ะมีลักษณะแตกต่างจากจิ๊กซอว์มือถือ โดยตัวเครื่องจะติดตั้งอยู่กับฐาน และผู้ใช้งานเป็นฝ่ายนำชิ้นงานเข้าหาใบเลื่อย

รูปแบบนี้เหมาะกับงานที่ต้องการความละเอียดและการควบคุมชิ้นงาน โดยเฉพาะงานฉลุไม้ งานโมเดล งานประดิษฐ์ และงานที่ต้องตัดเส้นโค้งหรือรูปทรงละเอียด

ข้อดี

  • ควบคุมชิ้นงานได้ดี

  • เหมาะกับงานฉลุ

  • เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็ก

  • สามารถทำแนวโค้งและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี

อย่างไรก็ตาม เครื่องฉลุแบบตั้งโต๊ะมักมีลักษณะการใช้งานเฉพาะทางมากกว่าจิ๊กซอว์มือถือ จึงควรเลือกตามประเภทงานที่ทำเป็นหลัก

จิ๊กซอว์แต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน?

เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น สามารถเปรียบเทียบได้ดังนี้

ประเภทจุดเด่นเหมาะกับงาน
จิ๊กซอว์มีสายใช้งานต่อเนื่อง ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่งานช่างทั่วไป งานไม้ งานตัดต่อเนื่อง
จิ๊กซอว์ไร้สายคล่องตัว ไม่มีสายไฟงานติดตั้ง งานหน้างาน งานนอกสถานที่
เครื่องฉลุแบบตั้งโต๊ะควบคุมชิ้นงานละเอียดงานฉลุ งานโมเดล งานตัดลวดลาย

การแบ่งประเภทนี้เป็นการแบ่งตามรูปแบบเครื่องโดยทั่วไป ส่วนรายละเอียดของแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน เช่น กำลังมอเตอร์ ความเร็วรอบ จำนวนจังหวะ การปรับองศาฐาน และความสามารถในการรองรับวัสดุ

ใบเลื่อยจิ๊กซอว์สำคัญไม่แพ้ตัวเครื่อง

บางครั้งซื้อเครื่องมาอย่างดี แต่เลือกใบเลื่อยไม่เหมาะกับวัสดุ ก็อาจทำให้ตัดไม่สวย ใบสึกเร็ว หรือเครื่องทำงานหนักเกินไปได้

ใบจิ๊กซอว์มีหลายรูปแบบ โดยควรเลือกตามวัสดุและลักษณะงาน เช่น

ใบเลื่อยสำหรับงานไม้

เหมาะกับการตัดไม้และวัสดุประเภทแผ่นไม้ โดยใบที่มีลักษณะฟันแตกต่างกันจะให้ผลลัพธ์ด้านความเร็วและความเรียบร้อยต่างกัน

ใบเลื่อยสำหรับโลหะ

มีฟันละเอียดกว่าใบสำหรับไม้ในหลายกรณี และออกแบบมาสำหรับการตัดโลหะตามข้อกำหนดของใบเลื่อย

ใบเลื่อยสำหรับพลาสติกหรือวัสดุเฉพาะ

ควรเลือกใบที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถใช้กับวัสดุนั้นได้ เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน

หลักง่าย ๆ คือ ก่อนเปลี่ยนใบเลื่อย ให้ดูทั้งชนิดวัสดุ ความหนา และลักษณะการตัดที่ต้องการ

เลือกจิ๊กซอว์อย่างไรให้เหมาะกับงาน?

หากกำลังตัดสินใจซื้อจิ๊กซอว์ อย่าเพิ่งดูเพียงกำลังวัตต์หรือราคาถูกที่สุด แต่ควรดูรายละเอียดหลายด้านประกอบกัน

1. ดูวัสดุที่ต้องการตัด

ถ้าส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ให้เลือกรุ่นและใบเลื่อยที่รองรับงานไม้ หากมีงานโลหะหรือพลาสติกด้วย ควรตรวจสอบความสามารถของเครื่องและเลือกใบให้ตรงกับวัสดุ

2. ดูความสามารถในการตัด

แต่ละรุ่นมีความสามารถในการตัดวัสดุที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะความหนาของไม้และโลหะ จึงควรดูสเปกของรุ่นที่สนใจโดยตรง

3. ดูการปรับความเร็ว

การปรับความเร็วได้ช่วยให้ควบคุมเครื่องได้เหมาะกับวัสดุและลักษณะงานมากขึ้น งานบางประเภทต้องการความเร็วที่แตกต่างกันเพื่อควบคุมความร้อนและคุณภาพของแนวตัด

4. ดูระบบลูกตุ้ม

จิ๊กซอว์บางรุ่นมีระบบ Pendulum หรือ Orbital Action ที่ทำให้ใบเลื่อยมีการเคลื่อนที่เพิ่มเติมจากการขึ้น-ลง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดในบางลักษณะงาน

แต่การตั้งค่าที่เหมาะสมควรอ้างอิงคู่มือเครื่องและวัสดุที่กำลังตัด เพราะการตั้งค่าสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้งานละเอียดที่สุดเสมอไป

5. ดูความสะดวกในการจับเครื่อง

ด้ามจับที่เหมาะมือและสวิตช์ที่ควบคุมง่ายช่วยให้ทำงานได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยมือมากเกินไป

6. ดูระบบเปลี่ยนใบเลื่อย

รุ่นที่เปลี่ยนใบได้สะดวกจะช่วยประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่างที่ต้องเปลี่ยนใบตามวัสดุหรือรูปแบบงานอยู่บ่อย ๆ

เทคนิคใช้จิ๊กซอว์ให้ตัดได้สวย

การใช้จิ๊กซอว์ให้ได้แนวตัดสวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องอย่างเดียว เทคนิคการทำงานก็มีส่วนสำคัญ

ก่อนเริ่มตัดควรตีเส้นหรือทำเครื่องหมายบนชิ้นงานให้ชัดเจน จากนั้นยึดชิ้นงานให้มั่นคงเพื่อป้องกันการสั่นหรือขยับระหว่างตัด

เมื่อเริ่มเครื่อง ควรให้ใบเลื่อยทำงานก่อนแล้วค่อย ๆ นำเครื่องเข้าสู่แนวตัด ไม่ควรฝืนหรือกดเครื่องแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ใบเบี่ยงออกจากแนวหรือเกิดความเสียหายกับชิ้นงานได้

สำหรับการตัดโค้ง ควรค่อย ๆ ควบคุมทิศทางตามเส้นที่กำหนด และเลือกใบที่เหมาะกับลักษณะโค้งของงาน

จิ๊กซอว์ใช้ตัดวัสดุอะไรได้บ้าง?

จิ๊กซอว์สามารถใช้ตัดวัสดุได้หลายประเภท แต่ต้องเลือกใบเลื่อยให้ตรงกับวัสดุและอยู่ในขีดความสามารถของเครื่อง

วัสดุที่พบว่าสามารถใช้จิ๊กซอว์ตัดได้ ได้แก่

  • ไม้จริง

  • ไม้อัด

  • MDF

  • พลาสติกบางประเภท

  • แผ่นโลหะบางประเภท

  • วัสดุแผ่นบางอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตระบุว่ารองรับ

ไม่ควรนำใบเลื่อยสำหรับไม้ไปตัดโลหะ หรือใช้เครื่องกับวัสดุที่เกินความสามารถที่ผู้ผลิตกำหนด เพราะอาจทำให้ใบเลื่อยเสียหายและเพิ่มความเสี่ยงในการทำงาน

จิ๊กซอว์กับเลื่อยวงเดือนต่างกันอย่างไร?

แม้ทั้งสองชนิดจะใช้ตัดวัสดุเหมือนกัน แต่ลักษณะงานค่อนข้างต่างกัน

จิ๊กซอว์ เด่นเรื่องการตัดโค้ง ตัดตามรูปทรง และการตัดชิ้นงานที่ต้องการความยืดหยุ่น

ส่วน เลื่อยวงเดือน ใช้ใบเลื่อยวงกลมและเหมาะกับการตัดแนวตรง โดยเฉพาะงานที่ต้องการตัดวัสดุเป็นแนวยาวและต้องการความรวดเร็ว

ดังนั้น หากต้องตัดไม้เป็นแนวตรงจำนวนมาก เลื่อยวงเดือนอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าต้องตัดเส้นโค้งหรือรูปทรงต่าง ๆ จิ๊กซอว์จะมีความคล่องตัวมากกว่า

ข้อควรระวังในการใช้เลื่อยจิ๊กซอว์

แม้จะเป็นเครื่องมือขนาดไม่ใหญ่มาก แต่จิ๊กซอว์มีใบเลื่อยที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จึงควรใช้งานอย่างระมัดระวัง

  • สวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันเศษวัสดุกระเด็น

  • ยึดชิ้นงานให้มั่นคงก่อนตัด

  • ตรวจสอบใบเลื่อยก่อนใช้งาน

  • เลือกใบให้เหมาะกับวัสดุ

  • ไม่จับหรือสัมผัสใบเลื่อยขณะเครื่องทำงาน

  • ปิดเครื่องและถอดปลั๊กหรือถอดแบตเตอรี่ก่อนเปลี่ยนใบเลื่อยตามคู่มือ

  • ไม่ฝืนเครื่องเมื่อใบเลื่อยติดหรือเคลื่อนที่ผิดปกติ

  • ตรวจสอบสายไฟและแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

หากเป็นการตัดวัสดุที่มีฝุ่นหรือเศษจำนวนมาก ควรพิจารณาการจัดการฝุ่นและสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมกับวัสดุนั้นด้วย

สรุป เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท?

สำหรับคำถามว่า เลื่อยจิ๊กซอว์ ฉลุไฟฟ้า มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามรูปแบบการใช้งานที่พบได้ทั่วไป สามารถมองได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ จิ๊กซอว์ไฟฟ้าแบบมีสาย จิ๊กซอว์ไร้สาย และเครื่องฉลุแบบตั้งโต๊ะ

จิ๊กซอว์แบบมีสายเหมาะกับงานที่ต้องการใช้งานต่อเนื่อง จิ๊กซอว์ไร้สายเหมาะกับงานที่ต้องการความคล่องตัว ส่วนเครื่องฉลุแบบตั้งโต๊ะเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมชิ้นงานและทำรายละเอียดมากขึ้น

แต่ไม่ว่าจะเลือกประเภทไหน สิ่งสำคัญคือควรเลือกเครื่องให้เหมาะกับวัสดุ ความหนาของชิ้นงาน ลักษณะการตัด และรูปแบบการใช้งาน รวมถึงเลือกใบเลื่อยให้ตรงกับวัสดุด้วย

เมื่อเลือกเครื่องและใบเลื่อยได้เหมาะสม จิ๊กซอว์ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้งานตัดไม้ งานฉลุ และงานตัดรูปทรงต่าง ๆ ทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ปลั๊กพ่วงแบบไหน เหมาะกับบ้านคุณ?

ปลั๊กพ่วงคืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีสามขาตัวต่อกับสายไฟเมื่อเสียบปลั๊กพ่วงเข้ากับที่รับ..

รู้หรือไม่ ท่อหด มีคุณสมบัติอย่างไร?

ท่อหด เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเป็นปลอกฉนวนหุ้มสายไฟฟ้า โดยทำหน้าที่ในการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าลัดวงจร ..

มาทำความรู้จัก เลนส์ตาแมว?

เลนส์ตาแมวคือ ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความปลอดภัย ออกแบบไว้ให้ผู้พักอาศัยสามารถมองเห็นบุคคลภายนอกที่มาเคาะหรือกดกริ่ง..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.