Call Center : 02-091-9789
14 กุมภาพันธ์ 2566
เวลาทำงานก่อสร้าง งานโรงงาน งานช่าง หรือคลังสินค้า รองเท้าเซฟตี้ถือเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนมองข้ามไม่ได้ เพราะเท้าต้องสัมผัสกับพื้นและความเสี่ยงตลอดเวลาที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นของตกใส่เท้า ของมีคม การลื่นบนพื้นเปียก หรือสภาพแวดล้อมที่อาจมีความเสี่ยงจากไฟฟ้าและความร้อน
แต่เมื่อลองเลือกซื้อจริงจะพบว่ามี รองเท้าเซฟตี้ อยู่หลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ และมีมาตรฐานแตกต่างกัน ทำให้เกิดคำถามว่า “แล้วควรเลือกยี่ห้อไหนดี?”
บทความนี้จึงรวบรวม แนะนำ 10 ยี่ห้อ รองเท้าเซฟตี้ ที่มีมาตราฐาน ที่น่าสนใจ พร้อมแนวทางดูมาตรฐานและวิธีเลือกรองเท้าให้เหมาะกับลักษณะงาน เพื่อให้การเลือกซื้อไม่ได้ดูเพียงแค่ราคา รูปลักษณ์ หรือคำว่า “หัวเหล็ก” เท่านั้น
รองเท้าเซฟตี้ หรือรองเท้านิรภัย เป็นรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันอันตรายบริเวณเท้าจากความเสี่ยงในการทำงาน โดยคุณสมบัติของรองเท้าแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไปตามมาตรฐานและการออกแบบ
ตัวอย่างความเสี่ยงที่รองเท้าเซฟตี้ช่วยรับมือได้ เช่น
ของตกหรือกระแทกบริเวณปลายเท้า
การถูกของมีคมแทงจากด้านล่าง
การลื่นบนพื้นเปียกหรือพื้นมัน
การสะสมของไฟฟ้าสถิต
ความร้อนจากพื้นหรือสภาพแวดล้อมบางประเภท
น้ำ น้ำมัน หรือสารบางชนิด ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของรองเท้า
มาตรฐาน ISO 20345:2021 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับรองเท้านิรภัยที่กำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เช่น ความเสี่ยงทางกล การกันลื่น ความร้อน และคุณสมบัติอื่น ๆ โดยมาตรฐานสำหรับความเสี่ยงเฉพาะทางบางประเภทอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมต่างหาก
ดังนั้น รองเท้าที่เรียกว่า “รองเท้าเซฟตี้” ไม่ได้หมายความว่าทุกรุ่นจะป้องกันอันตรายได้เหมือนกันทั้งหมด
การจัดอันดับต่อไปนี้ไม่ได้หมายความว่ายี่ห้อหนึ่งดีกว่าอีกยี่ห้อหนึ่ง แต่เป็นการรวบรวมแบรนด์ที่มีรองเท้านิรภัยหรือรองเท้าหัวนิรภัยที่มีการระบุมาตรฐานอย่างชัดเจน และมีรุ่นให้เลือกสำหรับลักษณะงานที่แตกต่างกัน
PANGOLIN เป็นแบรนด์อุปกรณ์เซฟตี้ที่มีรองเท้านิรภัยหลายรูปแบบ ตั้งแต่รองเท้าหุ้มส้น รองเท้าหุ้มข้อ ไปจนถึงรุ่นที่ออกแบบให้เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้าง
จุดที่น่าสนใจคือมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง มอก. 523-2564 โดยฐานข้อมูลของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบุผลิตภัณฑ์รองเท้าหนังนิรภัยของแบรนด์ PANGOLIN ไว้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ PANGOLIN ยังมีรองเท้าบางรุ่นที่ระบุมาตรฐาน EN ISO 20345:2022 และ มอก. 523-2564 ในข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วย
เหมาะกับ:
งานก่อสร้าง งานโรงงาน งานช่าง งานคลังสินค้า และผู้ที่ต้องการรองเท้านิรภัยที่มีมาตรฐานในประเทศไทย
Safety Jogger เป็นอีกแบรนด์ที่มีรองเท้านิรภัยให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย จุดเด่นคือมีตั้งแต่รองเท้าน้ำหนักเบา รองเท้าสำหรับโรงงาน ไปจนถึงรุ่นที่มีคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น ป้องกันการเจาะทะลุ กันลื่น และ ESD
ตัวอย่างเช่น รุ่น Fitz ระบุมาตรฐาน EN ISO 20345:2022+A1:2024 และ ASTM F2413:2024 พร้อมคุณสมบัติ S1P, SR, FO, CI และ ESD
ส่วนรุ่นที่ออกแบบสำหรับงานหนักขึ้น เช่น Speedy มีมาตรฐาน EN ISO 20345:2022 และ ASTM F2413 พร้อมคุณสมบัติ S3S, SR, FO, HI, HRO และ CI
เหมาะกับ:
โรงงาน คลังสินค้า งานก่อสร้าง งานช่าง งานโลจิสติกส์ และผู้ที่ต้องสวมรองเท้าเป็นเวลานาน
หลายคนอาจคุ้นเคยกับ PUMA ในฐานะแบรนด์กีฬา แต่ PUMA SAFETY เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่พัฒนารองเท้าสำหรับการทำงานโดยเฉพาะ
รองเท้าของ PUMA SAFETY มีทั้งรุ่น S1/S1P และรุ่น S3 รวมถึงรุ่นที่ใช้หัวรองเท้าแบบเหล็ก อะลูมิเนียม หรือวัสดุสังเคราะห์ตามแต่ละรุ่น
ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่ารองเท้าเซฟตี้ของ PUMA SAFETY มีการรับรองตาม EN ISO 20345 และหัวรองเท้าผ่านการทดสอบแรงกระแทกที่ระดับ 200 จูลตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
รุ่นระดับ S3 ยังเพิ่มคุณสมบัติอย่างการป้องกันการเจาะทะลุ พื้นกันลื่น และวัสดุส่วนบนที่ช่วยป้องกันน้ำตามคุณสมบัติของรุ่นนั้น ๆ
เหมาะกับ:
โรงงาน งานช่าง งานก่อสร้าง คลังสินค้า และคนที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้ที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าสปอร์ต
BATA INDUSTRIALS เป็นแบรนด์ที่เน้นรองเท้าสำหรับการทำงานและอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ มีรองเท้าหลายระดับตั้งแต่รุ่นพื้นฐานจนถึงรุ่นที่มีคุณสมบัติสำหรับงานเฉพาะทาง
ตัวอย่างรุ่น ACT260 เป็นรองเท้าประเภท S3S ตามมาตรฐาน EN ISO 20345:2022+A1:2024 และมีคุณสมบัติ เช่น กันลื่น ป้องกันการเจาะทะลุ ทนน้ำมัน และ ESD ตามข้อมูลของรุ่นดังกล่าว
ส่วนรุ่น Goal เป็นรองเท้า S3S ที่ใช้หัวและแผ่นป้องกันแบบ Composite และมีคุณสมบัติ ESD พร้อมมาตรฐาน EN ISO 20345:2022+A1:2024
เหมาะกับ:
โรงงาน อุตสาหกรรม งานก่อสร้าง โลจิสติกส์ และงานที่ต้องการรองเท้านิรภัยสำหรับใส่ทำงานเป็นเวลานาน
สำหรับคนที่ไม่ชอบรองเท้าเซฟตี้ทรงหนัก ๆ SKECHERS WORK เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีการนำรูปแบบรองเท้าสปอร์ตและเทคโนโลยีเพื่อความสบายมาประยุกต์ใช้กับรองเท้าทำงาน
ตัวอย่าง Work Transporter Lite ใช้หัวรองเท้า Carbon Nano แบบไม่ใช่โลหะ ซึ่งผ่านข้อกำหนดด้านแรงกระแทกและแรงอัดของ ASTM F2413 รวมถึงมีคุณสมบัติ Electrical Hazard และพื้นกันลื่นตามข้อมูลของรุ่น
นอกจากนี้ SKECHERS ยังอธิบายความแตกต่างของหัวเหล็ก หัว Composite และหัว Alloy ว่าหากผ่านมาตรฐาน ASTM เดียวกัน ระดับการทดสอบด้านแรงกระแทกและแรงอัดจะอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน
เหมาะกับ:
งานโรงงาน คลังสินค้า งานเดินหรือยืนนาน งานช่าง และผู้ที่ให้ความสำคัญกับน้ำหนักและความสบาย
KEEN Utility เป็นแบรนด์ที่มีรองเท้าสำหรับงานกลางแจ้ง งานก่อสร้าง และงานอุตสาหกรรม โดยมีทั้งหัวเหล็ก หัวอะลูมิเนียม หัว Composite และ Carbon
ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่ารองเท้านิรภัยหลายรุ่นของ KEEN Utility ผ่านข้อกำหนด ASTM F2413-18 สำหรับแรงกระแทกและแรงอัด และมีพื้นรองเท้าที่ออกแบบให้เหมาะกับสภาพพื้นเปียกหรือมันในบางรุ่น
เหมาะกับ:
งานก่อสร้าง งานกลางแจ้ง งานช่าง งานคลังสินค้า และงานที่ต้องเดินบนพื้นหลากหลายสภาพ
CAT Footwear เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มรองเท้าทำงานและรองเท้าบู๊ตสำหรับงานหนัก โดยมีรองเท้าหัวเหล็ก หัว Composite และหัว Alloy ให้เลือก
ข้อมูลจาก CAT Footwear ระบุว่ารองเท้า Safety Toe ของแบรนด์มีรุ่นที่ผ่าน ASTM F2413-18 สำหรับการป้องกันแรงกระแทกและแรงอัด
บางรุ่นยังมีคุณสมบัติ Electrical Hazard และ Slip Resistant เพิ่มเติม เช่น รุ่น Striver Steel Toe ที่ระบุ ASTM F2413-18 รวมถึงคุณสมบัติพื้นกันลื่น
เหมาะกับ:
งานก่อสร้าง งานช่าง งานโรงงาน งานกลางแจ้ง และงานที่ต้องการรองเท้าทนทาน
Timberland PRO เป็นอีกแบรนด์ที่มีรองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้าง โดยมีทั้งรองเท้าหัวเหล็ก หัว Alloy และ Composite ตามรุ่น
ข้อมูลจาก Timberland ระบุว่ารองเท้า Safety Toe ในกลุ่ม Timberland PRO มีการรับรองด้านแรงกระแทกและแรงอัดตามมาตรฐาน CSA Z195-14 Grade 1 และ ASTM 2413 I/75 และ C/75
จุดเด่นของแบรนด์จึงไม่ได้มีเฉพาะเรื่องความปลอดภัย แต่ยังเน้นความทนทานและความสบายสำหรับการทำงานตลอดวัน
เหมาะกับ:
งานก่อสร้าง งานช่าง งานอุตสาหกรรม งานกลางแจ้ง และผู้ที่ต้องการรองเท้าทรงบู๊ตที่แข็งแรง

ROCC เป็นอีกแบรนด์ที่พบในตลาดรองเท้าเซฟตี้ของประเทศไทย มีทั้งรองเท้าหัวเหล็กและรุ่นที่ใช้หัว Composite รวมถึงรุ่นที่มีคุณสมบัติเสริม เช่น ป้องกันการเจาะทะลุหรือพื้นทนความร้อน
ตัวอย่างข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีการจำหน่ายในประเทศไทยพบรุ่นที่ระบุมาตรฐาน EN ISO 20345 เช่น ROCC Lightweight Serie RC563B และรุ่น FENIX-MC ที่ระบุ S1P ตาม EN ISO 20345
เหมาะกับ:
โรงงาน คลังสินค้า งานช่าง งานก่อสร้าง และผู้ที่มองหารองเท้าเซฟตี้ที่เน้นความคุ้มค่า

KING'S เป็นอีกแบรนด์ที่มีรองเท้าเซฟตี้จำหน่ายในประเทศไทย โดยมีหลายรูปแบบให้เลือกทั้งรองเท้าหุ้มส้นและหุ้มข้อ
ข้อมูลสินค้าที่มีการจำหน่ายในไทยพบรุ่นที่ระบุมาตรฐาน EN ISO 20345 เช่น รุ่น KWS200X-N และรุ่น KWD301-N ที่มีการระบุคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น SR และ FO ตามรุ่น
เหมาะกับ:
งานโรงงาน งานช่าง งานก่อสร้าง งานคลังสินค้า และผู้ที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้ในช่วงราคาที่หลากหลาย
| ยี่ห้อ | ตัวอย่างมาตรฐานที่พบ | จุดเด่นโดยรวม | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| PANGOLIN | มอก. 523-2564 / EN ISO 20345 | มีรุ่นสำหรับงานในไทยหลากหลาย | ก่อสร้าง / โรงงาน |
| Safety Jogger | EN ISO 20345 / ASTM F2413 | มีคุณสมบัติให้เลือกหลายระดับ | โรงงาน / ก่อสร้าง |
| PUMA SAFETY | EN ISO 20345 | ดีไซน์สปอร์ต น้ำหนักและความคล่องตัว | โรงงาน / งานช่าง |
| BATA INDUSTRIALS | EN ISO 20345 | มีรุ่นสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท | โรงงาน / โลจิสติกส์ |
| SKECHERS WORK | ASTM F2413 | เน้นความสบายและน้ำหนัก | โรงงาน / คลังสินค้า |
| KEEN Utility | ASTM F2413 | มีหัว Safety Toe หลายรูปแบบ | ก่อสร้าง / Outdoor |
| CAT Footwear | ASTM F2413 | ทนทาน มีรุ่นบู๊ตสำหรับงานหนัก | ก่อสร้าง / งานช่าง |
| Timberland PRO | ASTM / CSA | แข็งแรง เน้นงานหนัก | ก่อสร้าง / อุตสาหกรรม |
| ROCC | EN ISO 20345 ในบางรุ่น | มีรุ่นคุ้มค่าหลากหลาย | โรงงาน / งานทั่วไป |
| KING'S | EN ISO 20345 ในบางรุ่น | มีหลายรูปแบบและระดับราคา | งานช่าง / โรงงาน |
ข้อสำคัญ: ตารางนี้เป็นการสรุปตัวอย่างมาตรฐานที่พบจากรุ่นต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าทุกรุ่นของแต่ละแบรนด์จะผ่านมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ก่อนซื้อควรตรวจสอบมาตรฐานของ “รุ่น” ที่ต้องการอีกครั้ง
หลายคนเลือกจากคำว่า “หัวเหล็ก” แต่จริง ๆ แล้วการมีหัวเหล็กเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะกับทุกงาน
มาตรฐานที่พบได้บ่อย ได้แก่
เป็นมาตรฐานของประเทศไทยสำหรับรองเท้าหนังนิรภัย โดยมีการกำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลของ สมอ. ระบุรองเท้าหนังนิรภัยแบรนด์ PANGOLIN ที่ได้รับใบอนุญาตตาม มอก. 523-2564 ไว้อย่างชัดเจน
เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กับรองเท้านิรภัย โดยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับหัวรองเท้าและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การเห็นคำว่า EN ISO 20345 ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะมีคุณสมบัติทุกอย่าง เช่น กันน้ำ กันลื่น ป้องกันการเจาะทะลุ หรือป้องกันไฟฟ้าเหมือนกันทั้งหมด ต้องดูรหัสและคุณสมบัติของรุ่นนั้นประกอบด้วย
เป็นมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาสำหรับรองเท้าที่มีหัวป้องกันนิ้วเท้า โดยครอบคลุมการทดสอบหลายด้าน เช่น แรงกระแทก แรงอัด การป้องกันการเจาะทะลุ และคุณสมบัติด้านไฟฟ้าบางประเภทตามการรับรองของรองเท้า
หากเห็นรหัสบนรองเท้า เช่น S1, S1P หรือ S3 อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงชื่อรุ่น เพราะรหัสเหล่านี้เกี่ยวข้องกับระดับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของรองเท้าตามมาตรฐานที่ใช้อ้างอิง
โดยทั่วไปควรพิจารณาให้ละเอียดว่ารองเท้ารุ่นนั้นมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เช่น
S1 – มีคุณสมบัติพื้นฐานตามระดับที่กำหนด เช่น หัวป้องกันนิ้วเท้า การป้องกันไฟฟ้าสถิต และการดูดซับพลังงานบริเวณส้น ตามมาตรฐานรุ่นนั้น
S1P / S1PS – เพิ่มการป้องกันการเจาะทะลุ
S2 – เพิ่มคุณสมบัติเกี่ยวกับส่วนบนรองเท้าและน้ำตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
S3 / S3S – เพิ่มคุณสมบัติที่เหมาะกับความเสี่ยงมากขึ้น เช่น การป้องกันการเจาะทะลุและคุณสมบัติตามระดับที่กำหนด
รหัสและข้อกำหนดอาจแตกต่างกันตามฉบับมาตรฐานและรุ่นรองเท้า ดังนั้นไม่ควรเลือกจากตัวอักษรเพียงอย่างเดียว
นี่เป็นอีกเรื่องที่หลายคนสงสัยเมื่อต้องเลือก รองเท้าเซฟตี้
จุดเด่นคือมีความแข็งแรงและเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในรองเท้านิรภัย
เหมาะกับงานทั่วไปที่มีความเสี่ยงจากของตกหรือแรงกระแทก โดยต้องเลือกตามมาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้น
เป็นวัสดุที่ไม่ใช่โลหะ เช่น วัสดุสังเคราะห์หรือคอมโพสิตตามการออกแบบของผู้ผลิต
ข้อดีคือโดยทั่วไปมีน้ำหนักเบากว่าหัวเหล็ก และไม่เป็นโลหะ จึงเหมาะกับบางสภาพแวดล้อมที่ต้องการลดการนำความร้อนหรือหลีกเลี่ยงโลหะ
แต่สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่า “เหล็กดีกว่า Composite” หรือกลับกัน แต่ต้องดูว่า หัวรองเท้าของรุ่นนั้นผ่านมาตรฐานอะไรและเหมาะกับความเสี่ยงในงานของเราหรือไม่
ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ ลองตอบคำถามเหล่านี้ก่อน
งานก่อสร้าง งานโรงงาน งานคลังสินค้า งานเชื่อม หรืองานไฟฟ้า มีความเสี่ยงแตกต่างกัน
รองเท้าที่เหมาะกับงานหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกงานหนึ่ง
ลองดูสภาพหน้างานจริง เช่น
ของหนักตก
ของมีคม
น้ำ
น้ำมัน
พื้นลื่น
ความร้อน
ไฟฟ้าสถิต
ความเสี่ยงทางไฟฟ้า
จากนั้นจึงเลือกคุณสมบัติของรองเท้าให้ตรงกับความเสี่ยง
หากต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน น้ำหนักรองเท้า พื้นรองเท้า การรองรับแรงกระแทก และการระบายอากาศมีความสำคัญมาก
รองเท้าที่ป้องกันดีแต่ใส่แล้วเจ็บเท้า ก็อาจทำให้ผู้สวมใส่ไม่อยากใส่หรือถอดระหว่างทำงาน ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยได้เช่นกัน
ถ้าทำงานในพื้นที่ที่มีน้ำ น้ำมัน หรือพื้นลื่น ควรตรวจสอบคุณสมบัติ Slip Resistant และคุณสมบัติของพื้นรองเท้าของรุ่นนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรดูจากคำว่า “รองเท้าเซฟตี้” เพียงอย่างเดียว
นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
ควรตรวจสอบที่ตัวสินค้า กล่อง เอกสารรับรอง หรือเว็บไซต์ของผู้ผลิตว่า รองเท้ารุ่นนั้นผ่านมาตรฐานอะไร
เพราะแม้จะเป็นแบรนด์เดียวกัน แต่รองเท้าคนละรุ่นอาจมีมาตรฐานและคุณสมบัติไม่เหมือนกัน
สำหรับงานก่อสร้าง ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของหน้างาน เช่น มีโอกาสเหยียบตะปู มีของตกจากที่สูง มีพื้นเปียก มีเศษเหล็ก หรือมีการทำงานกลางแจ้งหรือไม่
โดยทั่วไปอาจพิจารณารองเท้าที่มี
หัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทก
พื้นกันลื่น
แผ่นป้องกันการเจาะทะลุ หากหน้างานมีความเสี่ยง
วัสดุที่เหมาะกับน้ำและสภาพอากาศ
พื้นรองเท้าที่เหมาะกับการเดินเป็นเวลานาน
มาตรฐานตรงตามข้อกำหนดของโครงการหรือสถานประกอบการ
หากเป็นงานเฉพาะทาง เช่น งานไฟฟ้า งานเชื่อม งานสารเคมี หรืองานที่มีความร้อนสูง ควรเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับความเสี่ยงนั้นโดยตรง
ไม่จำเป็น
รองเท้าราคาแพงอาจมีวัสดุ เทคโนโลยี ความสบาย หรือคุณสมบัติเพิ่มเติมมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับงานของเราที่สุด
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก่อนราคา คือ
มาตรฐาน → ความเสี่ยงของงาน → คุณสมบัติ → ความพอดี → ความสบาย → ราคา
หากรองเท้าราคาไม่สูงมากแต่ผ่านมาตรฐานและมีคุณสมบัติตรงกับงาน ก็สามารถเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าได้เช่นกัน
การเลือก รองเท้าเซฟตี้ ไม่ควรตัดสินจากยี่ห้อหรือหน้าตาเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งสำคัญจริง ๆ คือมาตรฐานและคุณสมบัติของ “รุ่นที่เลือกซื้อ”
10 แบรนด์ที่น่าสนใจ ได้แก่
PANGOLIN – มีรุ่นที่ผ่าน มอก. 523-2564
Safety Jogger – มีรุ่นตาม EN ISO 20345 และ ASTM
PUMA SAFETY – เน้นรองเท้าเซฟตี้ดีไซน์สปอร์ต
BATA INDUSTRIALS – มีรองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรมหลายระดับ
SKECHERS WORK – เน้นความสบายและน้ำหนักเบาในหลายรุ่น
KEEN Utility – มี Safety Toe หลายรูปแบบ
CAT Footwear – เด่นเรื่องรองเท้าทำงานและรองเท้าบู๊ต
Timberland PRO – เน้นความทนทานสำหรับงานหนัก
ROCC – มีรองเท้าเซฟตี้หลายระดับราคา
KING'S – มีรูปแบบรองเท้าเซฟตี้ให้เลือกหลากหลาย
สุดท้ายแล้วไม่มีรองเท้าเซฟตี้ยี่ห้อไหนที่เหมาะกับทุกคนหรือทุกหน้างาน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เลือกมาตรฐานและคุณสมบัติให้ตรงกับความเสี่ยงของงาน พร้อมเลือกไซซ์ที่พอดีและสวมใส่สบาย เพราะรองเท้าที่ดีควรช่วยให้เราทำงานได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดวัน
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ