Call Center : 02-091-9789
25 สิงหาคม 2566
ถ้าพูดถึง “โฟม” หลายคนอาจนึกถึงกล่องโฟมสำหรับใส่อาหาร หรือวัสดุกันกระแทกที่อยู่ในกล่องสินค้า แต่จริง ๆ แล้วโฟมมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน
หนึ่งในโฟมที่พบได้บ่อยคือ EPS โฟม ซึ่งมีน้ำหนักเบา สามารถขึ้นรูปได้ง่าย และมีคุณสมบัติช่วยเป็นฉนวนความร้อน จึงถูกนำไปใช้งานตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ งานก่อสร้าง ไปจนถึงงานตกแต่งบางประเภท
แล้ว EPS โฟม คืออะไร ลักษณะการใช้งานแบบไหน? ทำไมจึงได้รับความนิยม และเหมาะกับงานประเภทใดบ้าง? บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก EPS โฟมแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่คุณสมบัติ วิธีเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนนำไปใช้งาน
EPS โฟม ย่อมาจาก Expanded Polystyrene เป็นวัสดุโฟมที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลิสไตรีน (Polystyrene) ซึ่งผ่านกระบวนการทำให้เม็ดพลาสติกขยายตัวและนำมาขึ้นรูปเป็นชิ้นงาน
ลักษณะที่เรามักเห็นคือโฟมสีขาวที่มีโครงสร้างเป็นเม็ดเล็ก ๆ เกาะตัวกันเป็นเนื้อเดียว
จุดเด่นของ EPS คือ มีน้ำหนักเบา แข็งพอสมควรเมื่อเทียบกับน้ำหนัก และมีอากาศอยู่ภายในโครงสร้างเป็นจำนวนมาก จึงช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ในระดับหนึ่ง
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ EPS จึงไม่ได้มีประโยชน์แค่การใช้เป็นวัสดุกันกระแทกเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างและงานฉนวนได้อีกด้วย
EPS ผลิตจากเม็ดพลาสติก Polystyrene (PS) ซึ่งนำมาผ่านกระบวนการขยายตัวโดยใช้ไอน้ำและความร้อน ทำให้เม็ดพลาสติกมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีโครงสร้างที่มีอากาศอยู่ภายใน
หลังจากนั้นจึงนำเม็ดโฟมที่ขยายตัวแล้วไปขึ้นรูปตามลักษณะการใช้งาน เช่น
ดังนั้น แม้เราจะเรียกง่าย ๆ ว่า “โฟม” แต่ EPS จริง ๆ แล้วเป็นวัสดุพลาสติกชนิดหนึ่งที่ผ่านกระบวนการทำให้เกิดโครงสร้างแบบโฟม
สิ่งที่ทำให้ EPS ถูกนำไปใช้งานอย่างหลากหลาย คือคุณสมบัติที่เหมาะกับทั้งงานก่อสร้างและงานบรรจุภัณฑ์
EPS มีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับวัสดุก่อสร้างหลายชนิด จึงช่วยลดน้ำหนักของชิ้นงานและทำให้ขนย้ายได้สะดวก
สำหรับงานก่อสร้าง คุณสมบัตินี้มีประโยชน์ในงานที่ต้องการลดน้ำหนักของวัสดุ เช่น งานถมบางประเภทหรือชิ้นส่วนที่ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา
โครงสร้างของ EPS มีอากาศอยู่ภายในจำนวนมาก จึงมีค่าการนำความร้อนต่ำและสามารถนำมาใช้เป็นฉนวนความร้อนได้
จึงพบการใช้งาน EPS ในงานผนัง หลังคา ห้องเย็น และระบบฉนวนบางประเภท
โครงสร้างของ EPS ไม่ได้ดูดซับน้ำเหมือนวัสดุที่เป็นเส้นใย แต่ EPS ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ “กันน้ำได้ 100%” เพราะน้ำสามารถเข้าสู่ช่องว่างหรือรอยต่อของชิ้นงานได้
ดังนั้น หากนำไปใช้ในพื้นที่ที่มีความชื้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์และระบบติดตั้งที่เหมาะสม
EPS สามารถผลิตเป็นรูปทรงและขนาดต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะกับทั้งงานบรรจุภัณฑ์และงานก่อสร้าง
โครงสร้างของโฟมสามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ จึงนิยมนำไปใช้ทำวัสดุป้องกันสินค้าในระหว่างการขนส่ง
ถ้าสังเกตสิ่งของรอบตัว จะพบว่า EPS อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ตั้งแต่กล่องบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงวัสดุที่อยู่ภายในอาคาร
ลักษณะการใช้งานหลัก ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้
เป็นหนึ่งในการใช้งานที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยที่สุด
EPS สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นกล่องหรือชิ้นส่วนรองรับสินค้า เพื่อช่วยป้องกันการกระแทกและลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง
เหมาะกับสินค้าที่ต้องการการป้องกัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ต่าง ๆ และสินค้าที่แตกหักง่าย
EPS สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุฉนวนในระบบผนังและหลังคา โดยช่วยลดการถ่ายเทความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ตัวอาคาร
การเลือกใช้ควรพิจารณาความหนา ความหนาแน่น และค่าการนำความร้อนของผลิตภัณฑ์ รวมถึงระบบผนังหรือหลังคาที่นำไปติดตั้งร่วมกัน
EPS สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของแผ่นผนังหรือแผ่นฉนวนสำเร็จรูปบางประเภท เช่น แผ่นผนังที่มีแกน EPS ประกบด้วยวัสดุผิวด้านนอก
จุดเด่นคือช่วยให้แผ่นมีน้ำหนักไม่มาก และมีคุณสมบัติด้านฉนวนความร้อน
EPS สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบฉนวนสำหรับห้องเย็นหรือพื้นที่ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
แต่การทำห้องเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับฉนวนเพียงอย่างเดียว ยังต้องพิจารณารอยต่อ ระบบป้องกันความชื้น ประตู และระบบทำความเย็นร่วมกันด้วย
EPS มีน้ำหนักเบาจึงสามารถนำไปใช้ในงานวิศวกรรมบางประเภทที่ต้องการลดน้ำหนักของโครงสร้างหรือวัสดุถม
ตัวอย่างเช่น EPS Geofoam ซึ่งเป็น EPS ที่ผลิตและออกแบบสำหรับงานวิศวกรรมธรณีเทคนิคโดยเฉพาะ
สามารถนำไปใช้ในงานถมเพื่อช่วยลดน้ำหนักที่กระทำต่อชั้นดินเดิม เช่น งานถนน งานปรับระดับพื้นที่ หรือโครงการที่มีข้อจำกัดด้านน้ำหนักของโครงสร้าง
EPS Geofoam คือวัสดุ EPS ที่ผลิตขึ้นสำหรับนำไปใช้ในงานวิศวกรรม โดยเน้นคุณสมบัติเรื่องน้ำหนักที่เบามากเมื่อเทียบกับวัสดุถมทั่วไป
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
ข้อดีคือสามารถลดน้ำหนักของวัสดุถมได้อย่างมาก แต่การนำไปใช้ต้องอาศัยการออกแบบทางวิศวกรรม เพราะต้องคำนึงถึงแรงกด การลอยตัว น้ำ และสภาพพื้นที่จริง
EPS สามารถผลิตให้มีความหนาแน่นและคุณสมบัติแตกต่างกันได้ จึงมีหลายเกรดและหลายรูปแบบตามการใช้งาน
โดยทั่วไปสิ่งที่ควรดูไม่ได้มีเพียง “ความหนาของโฟม” แต่ควรดู ความหนาแน่น (Density) และคุณสมบัติทางวิศวกรรมอื่น ๆ ที่ผู้ผลิตระบุด้วย
ตัวอย่างเช่น หากเป็นงานฉนวน อาจต้องดูค่าการนำความร้อน ส่วนงานที่ต้องรับแรงก็ควรดูค่าความแข็งแรงหรือกำลังรับแรงอัด
ดังนั้น EPS ที่ดูเหมือนกันจากภายนอก อาจไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด
คำถามนี้ค่อนข้างพบบ่อย เพราะทั้ง EPS และ XPS เป็นโฟมโพลิสไตรีนเหมือนกัน และสามารถนำมาใช้เป็นฉนวนได้
EPS (Expanded Polystyrene) ผลิตจากเม็ดพลาสติกที่นำมาขยายตัวและขึ้นรูป จึงมีลักษณะเป็นเม็ดโฟมเล็ก ๆ เกาะตัวกัน
ส่วน XPS (Extruded Polystyrene) หรือโฟมโพลิสไตรีนอัดรีด ผลิตด้วยกระบวนการอัดรีด ทำให้มีโครงสร้างเนื้อโฟมที่แตกต่างออกไป
ทั้งสองชนิดมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน การเลือกใช้จึงควรดูจากลักษณะงาน เช่น การรับน้ำ ความชื้น การรับแรง และความต้องการด้านฉนวน
สรุปง่าย ๆ: EPS และ XPS ไม่ใช่โฟมชนิดเดียวกัน แม้จะมีวัตถุดิบพื้นฐานเป็นโพลิสไตรีนเหมือนกัน
หลายคนเข้าใจว่าโฟม EPS สามารถกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ เพราะตัวโฟมไม่ดูดซึมน้ำได้ง่ายเหมือนวัสดุบางชนิด
แต่ในความเป็นจริง EPS ไม่ควรถูกมองว่าเป็นวัสดุกันน้ำโดยสมบูรณ์
น้ำสามารถเข้าไปตามช่องว่าง รอยต่อ หรือบริเวณที่เกิดความเสียหายได้ ดังนั้น หากต้องนำ EPS ไปใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นสูงหรือสัมผัสน้ำเป็นประจำ ต้องออกแบบระบบป้องกันน้ำและความชื้นให้เหมาะสม
EPS มีคุณสมบัติเป็นฉนวนความร้อน แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถทนความร้อนสูงหรือสัมผัสเปลวไฟได้
วัสดุ EPS เป็นพลาสติกที่มีข้อจำกัดด้านอุณหภูมิและการติดไฟ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนำไปสัมผัสกับความร้อนสูง เปลวไฟ หรือแหล่งกำเนิดความร้อนโดยตรง
หากใช้ EPS ในงานก่อสร้าง ควรพิจารณาระบบป้องกันไฟและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของอาคารร่วมด้วย ไม่ควรดูเฉพาะตัวฉนวนเพียงอย่างเดียว
ก่อนซื้อ EPS โฟม ลองถามตัวเองก่อนว่า “จะนำไปใช้ทำอะไร?” เพราะโฟมแต่ละเกรดเหมาะกับงานไม่เหมือนกัน
ควรดูค่าการนำความร้อน ความหนา และความหนาแน่นของผลิตภัณฑ์
ควรให้ความสำคัญกับค่ากำลังรับแรงอัด และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับงานนั้นโดยเฉพาะ
ควรดูความสามารถในการดูดซับแรงกระแทก รูปทรง และขนาดให้เหมาะกับสินค้า
ควรดูมาตรฐาน คุณสมบัติทางวิศวกรรม และระบบติดตั้งร่วมกับวัสดุอื่น
การเลือกจาก “ความหนา” อย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ เพราะ EPS ที่หนากว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกงานเสมอไป
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมองทั้งข้อดีและข้อจำกัดของ EPS ไปพร้อมกัน
ดังนั้น EPS จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเลือกชนิดและเกรดให้เหมาะกับงานตั้งแต่แรก
EPS เป็นวัสดุประเภทพลาสติกโพลิสไตรีน จึงสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ในระบบที่รองรับ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคือ EPS มีน้ำหนักเบาและมีปริมาตรมาก ทำให้การรวบรวมและขนส่งเพื่อรีไซเคิลอาจมีต้นทุนค่อนข้างสูง
หากมี EPS เหลือจากการใช้งาน ควรคัดแยกและนำไปยังระบบหรือจุดรับรีไซเคิลที่รองรับวัสดุประเภทนี้ แทนการทิ้งรวมกับขยะทั่วไป
และควรหลีกเลี่ยงการเผา EPS เอง เนื่องจากการเผาพลาสติกอย่างไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดควันและสารที่เป็นอันตรายได้
EPS โฟม คือ Expanded Polystyrene หรือโฟมโพลิสไตรีนแบบขยายตัว ผลิตจากเม็ดพลาสติกโพลิสไตรีนที่ผ่านกระบวนการขยายตัวและขึ้นรูป จนกลายเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและมีอากาศอยู่ภายในโครงสร้างจำนวนมาก
จุดเด่นของ EPS คือ น้ำหนักเบา เป็นฉนวนความร้อน ขึ้นรูปได้ง่าย และช่วยดูดซับแรงกระแทก จึงถูกนำไปใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ วัสดุกันกระแทก แผ่นฉนวน ผนังสำเร็จรูป ห้องเย็น ไปจนถึงงานวิศวกรรมอย่าง EPS Geofoam
อย่างไรก็ตาม EPS ไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกเกรด ก่อนนำไปใช้งานจึงควรดูทั้ง ความหนาแน่น การรับแรง การนำความร้อน ความชื้น และข้อจำกัดด้านอุณหภูมิ ให้เหมาะกับงาน
พูดง่าย ๆ คือ EPS โฟมเป็นวัสดุที่มีประโยชน์มากเมื่อเลือกใช้ถูกประเภท หากกำลังเลือกโฟมสำหรับงานก่อสร้างหรืองานฉนวน อย่าดูแค่รูปลักษณ์หรือความหนา แต่ควรดูคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และลักษณะงานจริงเป็นหลัก
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ