Call Center : 02-091-9789
10 สิงหาคม 2566

งานก่อสร้างและงานปรับปรุงอาคารหลายประเภทไม่ได้มีแค่การ “เจาะ” เท่านั้น แต่บางครั้งช่างจำเป็นต้องรื้อพื้น ทุบผนัง สกัดปูน หรือเจาะเอาวัสดุที่แข็งและหนาออก ซึ่งถ้าใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียวอาจใช้เวลานานและเหนื่อยมาก
หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยงานลักษณะนี้โดยเฉพาะก็คือ เครื่องสกัดไฟฟ้า เครื่องมือที่ใช้แรงกระแทกจากมอเตอร์และกลไกภายในเพื่อส่งแรงไปยังดอกสกัด ทำให้สามารถสกัดวัสดุที่มีความแข็ง เช่น คอนกรีต อิฐ และปูนได้สะดวกขึ้น
แล้ว เครื่องสกัดไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? ต่างจากสว่านหรือสว่านโรตารี่ทั่วไปอย่างไร และเหมาะกับงานแบบไหน? มาทำความรู้จักเครื่องมือชนิดนี้กัน
เครื่องสกัดไฟฟ้า หรือ Electric Demolition Hammer / Electric Chipping Hammer เป็นเครื่องมือไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกระแทกสำหรับงานสกัด ทุบ หรือรื้อวัสดุ โดยใช้ดอกสกัดเป็นตัวถ่ายทอดแรงไปยังชิ้นงาน
เมื่อเปิดเครื่อง มอเตอร์จะส่งกำลังไปยังกลไกภายในเพื่อสร้างการเคลื่อนที่แบบกระแทกซ้ำ ๆ จากนั้นแรงกระแทกจะถูกส่งผ่านชุดจับดอกไปยังดอกสกัด ทำให้ปลายดอกสามารถกระแทกและแยกวัสดุออกทีละส่วน
เครื่องสกัดไฟฟ้าจึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงกระแทกมากกว่างานเจาะทั่วไป
หลักการทำงานของเครื่องสกัดไฟฟ้าสามารถเข้าใจง่าย ๆ ว่า มอเตอร์ → กลไกสร้างแรงกระแทก → ชุดจับดอก → ดอกสกัด → วัสดุ
เมื่อกดสวิตช์ มอเตอร์ไฟฟ้าจะเริ่มทำงานและส่งกำลังเข้าสู่ชุดกลไกภายใน เครื่องจะเปลี่ยนพลังงานจากการหมุนของมอเตอร์ให้กลายเป็นการเคลื่อนที่ไป-กลับอย่างรวดเร็วของชุดกระแทก
แรงดังกล่าวจะถูกส่งไปยังดอกสกัดที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้า เมื่อดอกสกัดกระแทกกับคอนกรีต ปูน หรือวัสดุอื่นอย่างต่อเนื่อง วัสดุจะเกิดการแตกร้าวและหลุดออก
ดังนั้น เครื่องสกัดไฟฟ้าไม่ได้ทำงานโดยการ “หมุนดอก” เป็นหลักเหมือนสว่าน แต่เน้น แรงกระแทก เพื่อทำลายหรือแยกวัสดุ
เครื่องสกัดไฟฟ้าสามารถนำไปใช้กับงานได้หลายประเภท โดยเฉพาะงานที่ต้องรื้อหรือสกัดวัสดุแข็ง

ใช้สำหรับรื้อหรือสกัดพื้นคอนกรีตในงานปรับปรุงอาคาร เช่น การเปิดพื้นที่เพื่อแก้ไขระบบท่อหรือระบบไฟฟ้าที่อยู่ใต้พื้น

ใช้สกัดปูนหรือวัสดุก่อสร้างบางประเภทออกจากผนัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปรับปรุงหรือติดตั้งงานใหม่
![]()
เมื่อต้องการรื้อกระเบื้องเก่า เครื่องสกัดสามารถช่วยแยกกระเบื้องและวัสดุยึดเกาะออกจากพื้นหรือผนังได้
ทั้งนี้ควรเลือกดอกสกัดและแรงกระแทกให้เหมาะกับงาน เพื่อป้องกันความเสียหายที่ไม่ต้องการ
สามารถใช้เปิดร่องในผนังหรือพื้นสำหรับเตรียมพื้นที่ติดตั้งท่อ ราง หรือระบบต่าง ๆ โดยต้องตรวจสอบตำแหน่งระบบเดิมก่อนสกัดเสมอ
เครื่องสกัดไฟฟ้าขนาดใหญ่สามารถใช้ช่วยงานรื้อถอนวัสดุก่อสร้าง เช่น คอนกรีตและอิฐได้ โดยควรเลือกขนาดเครื่องให้เหมาะกับความหนาและความแข็งของวัสดุ
หลายคนอาจสับสนระหว่าง เครื่องสกัดไฟฟ้า กับ สว่านโรตารี่ เพราะหน้าตาและลักษณะการใช้งานบางอย่างมีความใกล้เคียงกัน
แต่หลักการใช้งานมีจุดแตกต่างกัน
สว่านโรตารี่ สามารถใช้เจาะวัสดุแข็ง เช่น คอนกรีต และบางรุ่นมีโหมดสกัดสำหรับงานเบา
ส่วน เครื่องสกัดไฟฟ้า ถูกออกแบบมาเน้นงานกระแทกและสกัดโดยเฉพาะ จึงเหมาะกับงานรื้อหรือสกัดวัสดุที่ต้องใช้แรงกระแทกต่อเนื่อง
พูดง่าย ๆ คือ
ต้องการเจาะ → สว่านโรตารี่
ต้องการสกัดหรือทุบ → เครื่องสกัดไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม สว่านโรตารี่บางรุ่นสามารถทำงานสกัดได้ ดังนั้นควรตรวจสอบโหมดการทำงานและสเปกของเครื่องแต่ละรุ่นก่อนเลือกใช้
เครื่องสกัดไฟฟ้าสามารถแบ่งอย่างง่ายตามขนาดและลักษณะการใช้งานได้หลายกลุ่ม
มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักไม่มาก เหมาะกับงานสกัดทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการแรงกระแทกสูงมาก เช่น รื้อกระเบื้อง สกัดปูน หรือเปิดร่องขนาดเล็ก
ข้อดีคือควบคุมง่ายและเหมาะกับงานที่ต้องถือเครื่องเป็นเวลานาน
ให้แรงกระแทกมากขึ้น เหมาะกับงานก่อสร้างและงานปรับปรุงที่ต้องสกัดคอนกรีตหรือวัสดุที่แข็งกว่าเครื่องขนาดเล็ก
เป็นขนาดที่เหมาะสำหรับช่างที่ต้องการความสมดุลระหว่างกำลังและความคล่องตัว
ออกแบบมาสำหรับงานหนัก เช่น งานรื้อถอนคอนกรีตหรือสกัดพื้นและโครงสร้างที่มีความแข็งสูง
เครื่องประเภทนี้มักมีน้ำหนักมากและแรงกระแทกสูง จึงควรใช้งานโดยผู้ที่มีประสบการณ์และเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
ประสิทธิภาพของเครื่องสกัดไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ดอกสกัดก็มีส่วนสำคัญ เพราะดอกแต่ละรูปแบบเหมาะกับงานต่างกัน
ปลายมีลักษณะเป็นจุด เหมาะสำหรับการเจาะจุดเริ่มต้นหรือสกัดวัสดุแข็งให้เกิดรอยแตก
ปลายเป็นแนวแบน เหมาะกับการสกัดและแซะวัสดุ เช่น ปูน กระเบื้อง หรือวัสดุที่ต้องการให้หลุดออกเป็นแนว
มีพื้นที่ปลายกว้างกว่าดอกทั่วไป เหมาะกับงานแซะหรือเก็บผิววัสดุในพื้นที่ที่กว้างขึ้น
ก่อนใช้งานควรตรวจสอบชนิดก้านดอกและขนาดให้ตรงกับระบบจับดอกของเครื่อง
หากกำลังมองหาเครื่องสกัดไฟฟ้าสำหรับใช้งาน สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ได้มีเพียงกำลังวัตต์ แต่ควรดูหลายปัจจัยร่วมกัน
แรงกระแทกมักระบุเป็นหน่วยจูล (J) ยิ่งค่ามาก โดยทั่วไปเครื่องก็สามารถรองรับงานสกัดที่หนักขึ้นได้ แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจ
ควรพิจารณาร่วมกับรูปแบบเครื่องและลักษณะงานจริง
หากต้องทำงานบนผนังหรือถือเครื่องเป็นเวลานาน เครื่องที่มีน้ำหนักมากอาจทำให้ผู้ใช้งานเหนื่อยเร็ว
ในทางกลับกัน งานพื้นหรือรื้อถอนหนักอาจต้องการเครื่องที่มีแรงกระแทกสูงและโครงสร้างเหมาะกับงานหนัก
ควรดูว่าเครื่องรองรับดอกสกัดแบบใด เช่น ระบบ SDS หรือก้านดอกประเภทอื่น เพื่อให้สามารถเลือกซื้อดอกสกัดได้ถูกต้อง
สำหรับเครื่องแบบมีสาย ควรตรวจสอบกำลังไฟและแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะกับระบบไฟที่ใช้งาน
หากต้องใช้งานต่อเนื่อง ระบบลดแรงสั่นสะเทือนสามารถช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งานและลดภาระจากแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมายังมือและแขนได้
เนื่องจากเครื่องสกัดสร้างแรงกระแทกสูง จึงควรใช้งานด้วยความระมัดระวัง
ก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบดอกสกัดและชุดจับดอกให้แน่น ตรวจสอบสายไฟหรือแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น แว่นตานิรภัย อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน ถุงมือ และรองเท้านิรภัยตามลักษณะงาน
หากเป็นงานสกัดคอนกรีตหรือวัสดุที่ก่อให้เกิดฝุ่น ควรจัดการเรื่องฝุ่นและใช้อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจที่เหมาะสม
ที่สำคัญ ก่อนสกัดผนังหรือพื้นควรตรวจสอบว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีสายไฟ ท่อประปา หรือระบบอื่นซ่อนอยู่ เพราะการสกัดโดยไม่ตรวจสอบอาจทำให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอันตรายได้
การดูแลเครื่องมือหลังใช้งานช่วยให้เครื่องพร้อมสำหรับงานครั้งต่อไปและช่วยลดโอกาสเกิดปัญหา
ทำความสะอาดหลังใช้งาน
เช็ดฝุ่นและเศษวัสดุออกจากตัวเครื่อง โดยเฉพาะบริเวณช่องระบายอากาศ
ตรวจสอบดอกสกัด
หากดอกสึก แตก หรือมีความเสียหาย ควรเปลี่ยนก่อนนำกลับมาใช้งาน
ตรวจสอบสายไฟ
สำหรับเครื่องแบบมีสาย ควรตรวจสอบสายไฟและปลั๊กว่ามีรอยแตกหรือชำรุดหรือไม่
ตรวจสอบชุดจับดอก
ดูว่ามีความผิดปกติหรือการสึกหรอหรือไม่
เก็บในพื้นที่แห้ง
หลังใช้งานควรเก็บเครื่องในกล่องหรือสถานที่ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงความชื้นและการกระแทก
และควรปฏิบัติตามรอบการบำรุงรักษาที่ผู้ผลิตกำหนด
เครื่องมือนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องทำงานก่อสร้าง งานปรับปรุงอาคาร งานติดตั้งระบบ หรืองานรื้อถอนที่ต้องสกัดวัสดุแข็งเป็นประจำ
สำหรับผู้ที่ใช้งานเพียงเล็กน้อย เช่น รื้อกระเบื้องบางส่วน อาจไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องขนาดใหญ่และแรงกระแทกสูงมาก
แต่ถ้าเป็นช่างหรือผู้รับเหมาที่ต้องทำงานสกัดคอนกรีตเป็นประจำ การเลือกเครื่องที่มีแรงกระแทกเหมาะสม ระบบจับดอกที่ตรงกับงาน และมีระบบช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ก็จะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เครื่องสกัดไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? หลักการสำคัญคือใช้มอเตอร์ส่งกำลังไปยังกลไกภายในเพื่อสร้างแรงกระแทก แล้วถ่ายทอดแรงผ่านชุดจับดอกไปยังดอกสกัด ทำให้สามารถสกัด ทุบ หรือรื้อวัสดุแข็ง เช่น คอนกรีต ปูน และอิฐได้
เครื่องสกัดไฟฟ้าจึงเหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงกระแทกต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานรื้อถอน งานสกัดพื้น งานรื้อกระเบื้อง และงานเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งระบบต่าง ๆ
ก่อนเลือกซื้อควรดูทั้ง แรงกระแทก น้ำหนัก ระบบจับดอก กำลังไฟ และลักษณะงาน ไม่ควรเลือกจากกำลังวัตต์เพียงอย่างเดียว และเมื่อใช้งานควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อนสกัดทุกครั้ง
เพราะการเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน ไม่เพียงช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้ช่างทำงานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ