×
สมัครสมาชิก | เข้าสู่ระบบ

5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า

1 สิงหาคม 2566
5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า

5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า มีอะไรบ้าง? เครื่องมือพื้นฐานที่ช่วยให้งานไฟฟ้าสะดวกและปลอดภัยขึ้น

งานไฟฟ้าเป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความละเอียด และความระมัดระวัง เพราะแม้จะเป็นงานเล็ก ๆ อย่างการตรวจสอบสายไฟ ติดตั้งสวิตช์ หรือซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า หากเลือกใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมก็อาจเพิ่มความเสี่ยงระหว่างทำงานได้

สำหรับช่างไฟฟ้า การมีเครื่องมือที่เหมาะกับงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือจำนวนมากตั้งแต่แรก แต่ควรเริ่มจากอุปกรณ์พื้นฐานที่สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย และช่วยให้ทำงานได้อย่างเป็นระบบ

บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า ที่ควรทำความรู้จัก พร้อมดูว่าแต่ละอย่างใช้ทำอะไร และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับลักษณะงาน

อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้าสำคัญอย่างไร?

เครื่องมือไฟฟ้าหรืออุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้าไม่ได้มีหน้าที่เพียงช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นเท่านั้น แต่เครื่องมือที่เหมาะสมยังช่วยให้ช่างสามารถจับ ตัด ปอก ขัน และตรวจสอบวงจรได้สะดวกขึ้น

โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า การใช้เครื่องมือผิดประเภทอาจทำให้เกิดความเสียหายกับสายไฟหรืออุปกรณ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานได้

ดังนั้น ก่อนเริ่มงานควรตรวจสอบลักษณะงานและเลือกเครื่องมือให้ตรงกับประเภทของงาน รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยและตัดแหล่งจ่ายไฟเมื่อเหมาะสม

5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า มีอะไรบ้าง?

หากกำลังเริ่มต้นจัดชุดเครื่องมือสำหรับงานไฟฟ้า 5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า ที่ควรรู้จัก ได้แก่ ไขควงสำหรับงานไฟฟ้า คีมปอกสายไฟ คีมตัดสายไฟ ไขควงเช็คไฟ และมัลติมิเตอร์

แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน และบางงานอาจต้องใช้เครื่องมือมากกว่าหนึ่งชนิดร่วมกัน

1. ไขควงสำหรับงานไฟฟ้า



ไขควงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่พบได้แทบทุกงานช่างไฟฟ้า ใช้สำหรับขันหรือคลายสกรูที่อยู่บนอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สวิตช์ เต้ารับ ฝาครอบ หรือแผงอุปกรณ์ต่าง ๆ

ไขควงสำหรับงานไฟฟ้าบางรุ่นมีฉนวนหุ้มบริเวณก้านและด้าม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะโดยไม่ตั้งใจ

ก่อนใช้งานควรเลือกไขควงให้ตรงกับรูปทรงและขนาดของหัวสกรู เช่น ปากแบน หรือ Phillips และควรตรวจสอบฉนวนว่าไม่มีรอยแตกหรือชำรุด

เหมาะกับงาน

  • ติดตั้งสวิตช์และเต้ารับ
  • ขันสกรูบนอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • งานประกอบตู้ไฟ
  • งานซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ไขควงที่มีฉนวนไม่ได้หมายความว่าสามารถนำไปใช้กับวงจรที่ยังมีไฟได้โดยไม่มีข้อจำกัด ควรปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของงานไฟฟ้าเสมอ

2. คีมปอกสายไฟ



คีมปอกสายไฟ หรือ Wire Stripper เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลอกฉนวนบริเวณปลายสายไฟออก โดยไม่จำเป็นต้องใช้มีดหรือคัตเตอร์ในการปอกสายไฟ

คีมปอกสายไฟบางรุ่นมีช่องสำหรับสายไฟหลายขนาด ทำให้สามารถเลือกตำแหน่งให้ตรงกับขนาดสายได้

การใช้คีมที่เหมาะสมช่วยให้การปอกสายทำได้สะดวกและลดโอกาสที่ตัวนำด้านในจะได้รับความเสียหายจากการกรีดฉนวนลึกเกินไป

เหมาะกับงาน

  • เตรียมสายไฟสำหรับต่อเข้าขั้ว
  • งานติดตั้งสวิตช์และเต้ารับ
  • งานเดินสายไฟ
  • งานซ่อมและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

3. คีมตัดสายไฟ



คีมตัดสายไฟเป็นเครื่องมือสำหรับตัดสายไฟหรือสายตัวนำให้ได้ขนาดตามต้องการ โดยลักษณะปากคีมจะออกแบบมาให้เหมาะกับการตัดวัสดุประเภทต่าง ๆ

ก่อนเลือกใช้ควรดูความสามารถของคีมว่ารองรับชนิดและขนาดสายที่ต้องการตัดหรือไม่ เพราะคีมแต่ละรุ่นมีขีดจำกัดแตกต่างกัน

หากใช้คีมที่ไม่เหมาะกับขนาดสาย อาจทำให้ปากคีมเสียหายหรือเกิดอันตรายจากการใช้งานได้

เหมาะกับงาน

  • ตัดสายไฟ
  • ตัดสายควบคุม
  • งานติดตั้งระบบไฟฟ้า
  • งานซ่อมบำรุง

ควรเลือกคีมที่มีด้ามจับเหมาะสมกับมือ และหากเป็นงานไฟฟ้าที่มีข้อกำหนดด้านฉนวน ควรเลือกเครื่องมือที่ออกแบบและระบุคุณสมบัติสำหรับงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ

4. ไขควงเช็คไฟ



ไขควงเช็คไฟ หรือ Voltage Tester Screwdriver เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้ตรวจสอบเบื้องต้นว่าบริเวณที่ตรวจมีแรงดันไฟฟ้าหรือไม่ โดยทั่วไปจะมีระบบแสดงผล เช่น หลอดไฟหรือไฟ LED ตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์

จุดเด่นของไขควงเช็คไฟคือมีขนาดเล็ก พกพาสะดวก และสามารถใช้ตรวจสอบเบื้องต้นได้รวดเร็ว

เหมาะกับงาน

  • ตรวจสอบเต้ารับเบื้องต้น
  • ตรวจสอบจุดสวิตช์
  • ตรวจสอบบริเวณที่สงสัยว่ามีแรงดันไฟ
  • ใช้เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบเบื้องต้นในงานไฟฟ้า

แต่ควรจำไว้ว่าไขควงเช็คไฟไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่า “วงจรไม่มีไฟ” ก่อนเริ่มงาน เพราะวิธีตรวจสอบและข้อจำกัดของเครื่องมือแต่ละรุ่นแตกต่างกัน หากต้องยืนยันว่าไม่มีแรงดันไฟ ควรใช้เครื่องมือวัดที่เหมาะสมและปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยของงานไฟฟ้า

5. มัลติมิเตอร์



มัลติมิเตอร์เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่มีความสามารถหลากหลาย โดยรุ่นและฟังก์ชันจะแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปสามารถใช้วัดค่าทางไฟฟ้าหลายประเภท เช่น แรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน ตามความสามารถของเครื่องมือ

สำหรับช่างไฟฟ้า มัลติมิเตอร์มีประโยชน์ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาของวงจรได้มากกว่าอุปกรณ์ตรวจไฟแบบพื้นฐาน

เหมาะกับงาน

  • วัดแรงดันไฟฟ้า
  • ตรวจสอบความต่อเนื่องของวงจร
  • วัดความต้านทาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • วิเคราะห์ปัญหาในวงจร

ก่อนวัดควรเลือกโหมดและย่านการวัดให้ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบสายวัดและสภาพเครื่องมือทุกครั้ง การตั้งค่าผิดอาจทำให้เครื่องมือเสียหายหรือเกิดอันตรายได้

เปรียบเทียบ 5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า

อุปกรณ์หน้าที่หลักตัวอย่างงาน
ไขควงงานไฟฟ้าขันและคลายสกรูสวิตช์ เต้ารับ ตู้ไฟ
คีมปอกสายไฟปอกฉนวนสายไฟเตรียมสายสำหรับต่อวงจร
คีมตัดสายไฟตัดสายไฟเดินสายและซ่อมบำรุง
ไขควงเช็คไฟตรวจสอบแรงดันเบื้องต้นตรวจเต้ารับและจุดไฟ
มัลติมิเตอร์วัดค่าทางไฟฟ้าตรวจสอบและวิเคราะห์วงจร


วิธีเลือกอุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้าให้เหมาะกับงาน

เมื่อรู้จักเครื่องมือพื้นฐานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกให้เหมาะกับลักษณะงาน เพราะเครื่องมือที่มีคุณภาพแต่เลือกไม่ตรงกับงานก็อาจใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

1. เลือกตามประเภทงาน

ก่อนซื้อควรถามตัวเองว่าใช้งานอะไรเป็นหลัก เช่น เดินสายไฟ ติดตั้งสวิตช์ ซ่อมตู้ไฟ หรือตรวจสอบวงจร เพราะแต่ละงานต้องการเครื่องมือแตกต่างกัน

2. ดูขนาดและความสามารถของเครื่องมือ

คีมตัดหรือคีมปอกสายไฟแต่ละรุ่นอาจรองรับขนาดสายแตกต่างกัน ส่วนมัลติมิเตอร์ก็มีช่วงการวัดและฟังก์ชันไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบสเปกก่อนซื้อ

3. ให้ความสำคัญกับฉนวนและความปลอดภัย

สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในงานไฟฟ้า ควรตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบสำหรับงานลักษณะนั้นหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานและระดับการป้องกันตามที่ผู้ผลิตระบุ

4. เลือกเครื่องมือที่จับถนัดมือ

งานไฟฟ้าหลายประเภทต้องใช้ความละเอียด หากด้ามจับไม่ถนัดหรือเครื่องมือมีน้ำหนักไม่เหมาะสม อาจทำให้ควบคุมงานได้ยาก

5. เลือกจากคุณภาพ ไม่ใช่ราคาเพียงอย่างเดียว

เครื่องมือที่ราคาถูกกว่าอาจดูประหยัดในตอนซื้อ แต่หากต้องเปลี่ยนบ่อยหรือทำงานได้ไม่ดี ก็อาจมีต้นทุนในระยะยาวสูงกว่า การเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับการใช้งานและมีข้อมูลผลิตภัณฑ์ชัดเจนจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า

อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้าต้องดูแลอย่างไร?

เครื่องมือช่างไฟฟ้าควรได้รับการตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น

  • ด้ามจับหรือฉนวนมีรอยแตกหรือไม่
  • ปากคีมมีรอยบิ่นหรือเสียรูปหรือไม่
  • ไขควงมีปลายสึกหรือไม่
  • สายวัดของมัลติมิเตอร์มีรอยชำรุดหรือไม่
  • เครื่องมือมีคราบน้ำ ความชื้น หรือสนิมหรือไม่
  • อุปกรณ์แสดงผลทำงานตามปกติหรือไม่

หากพบว่าเครื่องมือมีความเสียหายที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนหรือซ่อมตามความเหมาะสม

ข้อควรระวังในการใช้อุปกรณ์ช่างไฟฟ้า

งานไฟฟ้ามีความเสี่ยงมากกว่างานช่างทั่วไป จึงควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

ก่อนเริ่มงานควรตัดแหล่งจ่ายไฟและป้องกันไม่ให้มีการจ่ายไฟกลับโดยไม่ตั้งใจเมื่อขั้นตอนงานกำหนดให้ทำเช่นนั้น และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสภาพวงจรเหมาะสมกับการทำงาน

นอกจากนี้ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะกับความเสี่ยงของงาน และใช้เครื่องมือให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ผลิต

ที่สำคัญคือ อย่าประเมินความปลอดภัยจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว เพราะการทำงานไฟฟ้าที่ปลอดภัยต้องอาศัยทั้งความรู้ ขั้นตอนการทำงาน เครื่องมือ และการควบคุมความเสี่ยงร่วมกัน

สรุป 5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า

5 อุปกรณ์สำหรับช่างไฟฟ้า ที่ควรรู้จัก ได้แก่ ไขควงสำหรับงานไฟฟ้า คีมปอกสายไฟ คีมตัดสายไฟ ไขควงเช็คไฟ และมัลติมิเตอร์ แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การขันสกรู เตรียมสายไฟ ตัดสาย ตรวจสอบแรงดันเบื้องต้น ไปจนถึงการวัดและวิเคราะห์ค่าทางไฟฟ้า

สำหรับช่างไฟฟ้า การมีเครื่องมือครบไม่ได้หมายความว่าจะทำงานได้ดีเสมอไป สิ่งสำคัญกว่าคือการเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน ใช้อย่างถูกวิธี และตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง

เพราะงานไฟฟ้าเป็นงานที่ไม่ควรประมาท การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ช่างทำงานได้สะดวก เป็นระบบ และปลอดภัยมากขึ้น


สอบถามเพิ่มเติม

Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH

Line: @Contractorshop

Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop

Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop

TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop

Tel: 02-091-9789

เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เครื่องเป่าลมร้อน ทำอะไรได้บ้าง?

เครื่องเป่าลมร้อนเป็นเครื่องมือที่ได้เข้ามาแทนที่เครื่องมือล้าสมัยอย่างพาราฟิน หัวพ่นไฟ..

คีม มีกี่ประเภท เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

คีม คือ เครื่องมือช่างประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับการจับชิ้นงาน บีบชิ้นงาน ตัดชิ้นงาน และการตัดวัตถุที่ไม่แข็งมากนัก ..

งานก่อสร้างมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

งานก่อสร้าง หมายถึง การสร้างสิ่งก่อสร้างทางกายภาพ เช่น อาคาร สะพาน ถนนและสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสิ่งก่อสร้างข..

สินค้าที่คล้ายกัน
Copyright © 2022 Contractor Shop. All Rights reserved.