Call Center : 02-091-9789
5 สิงหาคม 2566
เมื่อพูดถึงงานก่อสร้าง “เหล็ก” ถือเป็นวัสดุสำคัญที่อยู่ในโครงสร้างของอาคารแทบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ เพราะเหล็กมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรงและสามารถนำมาขึ้นรูปให้เหมาะกับงานได้หลากหลายรูปแบบ
แต่เหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว หลายคนอาจคุ้นเคยกับเหล็กเส้นที่ใช้ในงานคอนกรีต แต่ในความเป็นจริงยังมีเหล็กรูปพรรณและเหล็กสำหรับงานโครงสร้างอีกหลายประเภท
บทความนี้จะพาไปรู้จัก 6 ประเภท ของเหล็กในงานก่อสร้าง พร้อมดูว่าแต่ละประเภทมีลักษณะอย่างไร และเหมาะกับงานแบบไหน เพื่อช่วยให้เลือกใช้วัสดุได้ตรงกับงานมากขึ้น
หากแบ่งตามลักษณะและการใช้งานที่พบได้ทั่วไป สามารถทำความรู้จักเหล็กในงานก่อสร้างได้ 6 ประเภทหลัก ดังนี้
เหล็กเส้นกลม (Round Bar)
เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)
เหล็กฉาก (Angle Bar)
เหล็กรางน้ำ (Channel / C-Channel)
เหล็กตัวไอ (I-Beam)
เหล็กกล่อง (Square & Rectangular Tube)
แต่ละชนิดมีรูปร่างและคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนกันได้ทุกงาน การเลือกใช้งานจึงควรดูจากลักษณะโครงสร้างและข้อกำหนดของงานเป็นหลัก
![]()
เหล็กเส้นกลม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า RB มีหน้าตัดเป็นวงกลม ผิวภายนอกเรียบ และมีหลายขนาดให้เลือกใช้
เหล็กชนิดนี้มักนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของงานคอนกรีตเสริมเหล็ก เช่น งานปลอกเสา ปลอกคาน งานพื้น หรืองานโครงสร้างที่ต้องการเหล็กเส้นสำหรับเสริมแรงตามแบบ
นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้กับงานทั่วไปที่ต้องการเหล็กเส้นหน้าตัดกลม เช่น งานทำโครง งานดัดขึ้นรูป หรืองานผลิตชิ้นส่วนบางประเภท
จุดเด่นของเหล็กเส้นกลม
ผิวเรียบ สามารถดัดและขึ้นรูปได้ง่าย
มีหลายขนาดให้เลือก
เหมาะกับงานเสริมคอนกรีตบางลักษณะ
สามารถนำไปใช้ในงานผลิตและงานช่างทั่วไปได้
![]()
เหล็กข้ออ้อย หรือ DB เป็นเหล็กเส้นที่มีบั้งหรือครีบอยู่บนผิวเหล็ก ทำให้สามารถยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี
จึงเป็นเหล็กที่พบได้บ่อยในงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยเฉพาะส่วนที่ต้องการรับแรง เช่น เสา คาน พื้น และฐานราก ทั้งนี้ขนาดและชั้นคุณภาพที่เลือกใช้ควรเป็นไปตามแบบโครงสร้างและข้อกำหนดของงาน
จุดเด่นของเหล็กข้ออ้อย
มีบั้งช่วยเพิ่มการยึดเกาะกับคอนกรีต
เหมาะกับงานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก
มีหลายขนาดและชั้นคุณภาพ
นิยมใช้ในเสา คาน พื้น และฐานราก
หากเป็นงานโครงสร้าง การเลือกเหล็กข้ออ้อยไม่ควรดูเพียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง แต่ควรตรวจสอบชั้นคุณภาพและมาตรฐานของเหล็กให้ตรงตามแบบด้วย
เหล็กฉากมีหน้าตัดเป็นรูปตัว L เป็นเหล็กรูปพรรณที่สามารถพบได้ทั้งแบบฉากเท่ากันและฉากไม่เท่ากัน
ด้วยรูปทรงที่มีมุม 90 องศา เหล็กฉากจึงเหมาะกับงานที่ต้องการทำเป็นโครงหรือส่วนประกอบที่มีความแข็งแรง เช่น โครงหลังคา โครงชั้นวาง งานทำเฟรม งานเสริมมุม และงานโครงสร้างเหล็กบางประเภท
ตัวอย่างการใช้งาน
ทำโครงชั้นวาง
ทำโครงหลังคาบางประเภท
ทำเฟรมและโครงเหล็ก
เสริมมุมของโครงสร้าง
งานประกอบและงานเชื่อม
เหล็กฉากมีหลายขนาดและความหนา การเลือกใช้ควรพิจารณาตามน้ำหนักและแรงที่โครงสร้างต้องรับ

เหล็กรางน้ำมีหน้าตัดคล้ายตัว C หรือราง จึงมักเรียกว่าเหล็กรางน้ำ เหมาะสำหรับนำไปประกอบเป็นโครงสร้างหรือเฟรมที่ต้องการความแข็งแรง
สามารถพบได้ในงานโครงสร้างเหล็ก งานทำโครง งานค้ำยัน งานประกอบเครื่องจักร และงานผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ โดยรายละเอียดการใช้งานขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาของเหล็ก
จุดเด่น
รูปทรงเหมาะกับการนำไปทำโครง
สามารถเชื่อมและประกอบร่วมกับเหล็กชนิดอื่นได้
มีหลายขนาดและความหนา
เหมาะกับงานโครงสร้างและงานผลิตบางประเภท
เหล็กตัวไอ หรือ I-Beam มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I โดยมีปีกเหล็กด้านบนและด้านล่าง และมีส่วนกลางเชื่อมระหว่างปีกทั้งสอง
รูปทรงดังกล่าวช่วยให้สามารถนำไปใช้เป็นสมาชิกโครงสร้างที่ต้องรับแรงดัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงพบในงานโครงสร้างเหล็ก อาคาร โรงงาน โกดัง และงานที่ต้องการช่วงคานตามการออกแบบ
ตัวอย่างการใช้งาน
คานโครงสร้าง
โครงสร้างโรงงาน
อาคารและโกดัง
โครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนัก
งานสะพานหรือโครงสร้างเฉพาะทางบางประเภท
สำหรับงานโครงสร้างที่ต้องรับน้ำหนักมาก การเลือกขนาด I-Beam ควรอ้างอิงการคำนวณทางวิศวกรรม ไม่ควรเลือกจากขนาดที่ดูใหญ่หรือแข็งแรงเพียงอย่างเดียว
เหล็กกล่องเป็นเหล็กรูปพรรณที่มีลักษณะเป็นกล่องกลวง มีทั้ง เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Square Tube) และ เหล็กกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Rectangular Tube)
เป็นเหล็กที่ได้รับความนิยมในงานก่อสร้างและงานช่าง เพราะมีรูปทรงเรียบร้อย เชื่อมประกอบง่าย และสามารถนำไปใช้งานได้หลายรูปแบบ
ตัวอย่างการใช้งาน
โครงหลังคา
โครงประตูและหน้าต่าง
รั้วและราวกันตก
โครงป้าย
โครงสร้างเบา
งานเฟอร์นิเจอร์เหล็ก
ข้อดีอีกอย่างของเหล็กกล่องคือมีน้ำหนักไม่มากเมื่อเทียบกับเหล็กตันที่มีขนาดภายนอกใกล้เคียงกัน แต่ความสามารถในการรับแรงจริงยังขึ้นอยู่กับขนาด ความหนา วัสดุ และรูปแบบการติดตั้ง
| ประเภทเหล็ก | ลักษณะเด่น | ตัวอย่างงานที่เหมาะสม |
|---|---|---|
| เหล็กเส้นกลม (RB) | ผิวเรียบ หน้าตัดกลม | งานเสริมคอนกรีต งานดัดขึ้นรูป |
| เหล็กข้ออ้อย (DB) | มีบั้ง ยึดเกาะคอนกรีตได้ดี | เสา คาน พื้น ฐานราก |
| เหล็กฉาก | หน้าตัดรูปตัว L | โครง ชั้นวาง เฟรม งานเสริมมุม |
| เหล็กรางน้ำ | หน้าตัดคล้ายตัว C | โครงสร้าง เฟรม งานประกอบ |
| เหล็กตัวไอ | หน้าตัดรูปตัว I | คานและโครงสร้างรับน้ำหนัก |
| เหล็กกล่อง | เป็นเหล็กกลวงรูปสี่เหลี่ยม | โครงหลังคา รั้ว ประตู เฟรม |
เมื่อรู้จักเหล็กแต่ละประเภทแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกให้เหมาะกับงาน เพราะเหล็กที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกโครงสร้าง
งานคอนกรีตเสริมเหล็กจะมีการเลือกใช้เหล็กเส้นตามแบบโครงสร้าง ขณะที่งานทำโครงหลังคา รั้ว หรือเฟรม อาจเหมาะกับเหล็กรูปพรรณ เช่น เหล็กกล่อง เหล็กฉาก หรือเหล็กรางน้ำ
เหล็กประเภทเดียวกันยังมีหลายขนาดและความหนา การเลือกควรสัมพันธ์กับน้ำหนัก แรงที่ต้องรับ และรูปแบบการติดตั้ง
สำหรับงานโครงสร้าง ควรเลือกเหล็กที่มีมาตรฐานและคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของงาน โดยเฉพาะเหล็กเส้นที่นำไปใช้กับโครงสร้างคอนกรีต
หากนำเหล็กไปใช้ภายนอกหรือบริเวณที่มีความชื้นสูง ควรพิจารณาการป้องกันสนิมเพิ่มเติม เช่น การทาสีรองพื้นกันสนิม หรือเลือกวัสดุและระบบเคลือบผิวที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
เหล็กบางประเภทเหมาะกับการเชื่อม บางประเภทอาจต้องเจาะ ยึดด้วยสลักเกลียว หรือนำไปประกอบร่วมกับวัสดุอื่น ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับวิธีติดตั้งที่ต้องการ
หลายคนอาจเรียกรวม ๆ ว่า “เหล็กก่อสร้าง” แต่ในทางใช้งาน เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณมีลักษณะแตกต่างกัน
เหล็กเส้น เช่น เหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย มักใช้เป็นเหล็กเสริมภายในคอนกรีต เพื่อช่วยให้โครงสร้างสามารถรับแรงได้ตามการออกแบบ
ส่วน เหล็กรูปพรรณ เช่น เหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ เหล็กตัวไอ และเหล็กกล่อง จะถูกผลิตให้มีหน้าตัดรูปทรงต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับการนำไปทำโครงสร้าง เฟรม คาน เสา หรือชิ้นส่วนประกอบ
ดังนั้นการเลือกใช้จึงควรดูจากหน้าที่ของเหล็กในโครงสร้าง ไม่ควรนำเหล็กแต่ละชนิดมาเปรียบเทียบกันเพียงเรื่องความแข็งแรงอย่างเดียว
เหล็กเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่มีผลต่อความแข็งแรงและความปลอดภัย การเลือกผิดประเภทหรือใช้ขนาดไม่เหมาะสมอาจทำให้โครงสร้างไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้
ในทางกลับกัน หากเลือกเหล็กได้เหมาะสม จะช่วยให้การทำงานเป็นไปตามแบบ ลดปัญหาการดัดแปลงหน้างาน และช่วยควบคุมต้นทุนวัสดุได้ดีขึ้น
โดยเฉพาะงานโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้กำหนดชนิด ขนาด และรายละเอียดของเหล็กตามการคำนวณและแบบก่อสร้าง
6 ประเภท ของเหล็กในงานก่อสร้าง ที่พบได้บ่อย ได้แก่ เหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย เหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ เหล็กตัวไอ และเหล็กกล่อง แต่ละชนิดมีรูปทรง คุณสมบัติ และหน้าที่แตกต่างกัน
การเลือกเหล็กจึงควรเริ่มจากการดูว่า “จะนำไปทำอะไร” จากนั้นจึงพิจารณาขนาด ความหนา น้ำหนักที่ต้องรับ วิธีติดตั้ง สภาพแวดล้อม และมาตรฐานของวัสดุ
สำหรับงานโครงสร้างที่มีความสำคัญ ไม่ควรเลือกจากราคา หรือดูเพียงขนาดของเหล็กเท่านั้น แต่ควรยึดตามแบบและการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้โครงสร้างมีความเหมาะสม แข็งแรง และปลอดภัยในการใช้งาน
Facebook:https://www.facebook.com/ContractorShopTH
Line: @Contractorshop
Shopee: https://shopee.co.th/ctsshop
Lazada: https://shopee.co.th/ctsshop
TikTok: https://www.tiktok.com/@contractor_shop
Tel: 02-091-9789
เยี่ยมชมเว็ปไซต์ คลิก: https://contractorshop.co.th/th/
ติดตามคำสั่งซื้อ
เข้าสู่ระบบ